"คิดเหรอว่าเอกสารแค่ไม่กี่แผ่นในแฟ้มบ้านี่ จะอธิบายความเน่าเฟะทั้งหมดของหอศิลป์ร้างแห่งนี้ได้?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยาะหยันดังลอดออกมาจากความมืด แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดสะท้อนใบหน้าคมคายของชายปริศนาคนนั้นให้เห็นชัดเจนขึ้น รินรดาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะสงบนิ่งราวน้ำแข็งไเวลานี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ มือเรียวที่กำชายเสื้อของมิลินไว้โดยไม่รู้ตัวสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว—แต่เป็นความเดือดดาลที่ถูกล้ำเส้นในอาณาเขตที่เธอรับผิดชอบ
"ถอยไปซะ ถ้านายยังไม่อยากให้ฉันแจ้งข้อหาบุกรุกและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าขึ้นไปบังร่างของมิลินไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แม้สมองจะประเมินแล้วว่าสถานการณ์นี้อันตรายเกินกว่าจะควบคุม
แต่มิลินกลับไม่ยอมยืนเป็นเด็กน้อยรอให้ใครปกป้อง ศิลปินสาวจอมแสบยื่นมือมาแตะไหล่บางของภัณฑารักษ์สาวเบาๆ ก่อนจะก้าวแซงขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่จะหาได้ในยามวิกาลแบบนี้
"อุ๊ย ตายจริง..." มิลินลากเสียงยาวอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายวับวาวด้วยความท้าทาย "ขโมยสมัยนี้มีการศึกษาดีจังค่ะ รู้จักเลือกหยิบแต่ของเกรดพรีเมียม... แต่หน้าตาก็ดูดีนะ น่าเสียดายที่จะต้องไปนอนในคุก หรือว่ารสนิยมของคุณชอบความตื่นเต้นแบบมีกุญแจมือล็อกข้อมือเป็นพิเศษคะ?"
ชายปริศนาชะงักไปนิด รอยยิ้มเยียบเย็นบนมุมปากกระตุกวูบ ไดอะล็อกยั่วประสาทของมิลินดูเหมือนจะทะลุเกราะความเย่อหยิ่งของเขาได้ชะงัดนัก เขากวาดสายตามองหญิงสาวทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"ปากเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ... มิลิน" เขาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเยือก "ศิลปินสาวดาวรุ่งผู้มีความลับดำมืดซ่อนอยู่หลังภาพวาดสีน้ำมันพวกนั้น และคุณรินรดา... ภัณฑารักษ์ผู้ซื่อตรงจนน่าสมเพช ที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับเศษซากประวัติศาสตร์เน่าเฟะ"
"นายเป็นใครกันแน่ และต้องการอะไรจากภาพวาดชิ้นนั้น" รินรดาไม่ปล่อยให้เขาลากเข้าเรื่องนอกประเด็น น้ำเสียงของเธอกลับมาควบคุมความเยือกเย็นได้อีกครั้ง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความสงสัยที่ถูกกระตุ้น
"ภาพวาดน่ะเหรอ..." ชายคนนั้นหัวเราะในลำคออีกครั้ง เขาสaบแฟ้มเอกสารในมือลงกับโต๊ะทำงานไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดัง 'ปึก' สะท้อนก้องความเงียบ "สิ่งที่พวกเธอกำลังตามหา... มันไม่ใช่แค่ศิลปะ แต่มันคือหลักฐานการฆาตกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อนต่างหากล่ะ"
ความเงียบงันเข้าเกาะกุมพื้นที่รอบตัวทันที คำพูดนั้นราifyกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งปักกลางใจของคนฟัง มิลินหุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะสลับกับชายปริศนา
"หาสาระไม่ได้..." มิลินพึมพำ แต่สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าจะแต่งเรื่องอำกัน ดึกดื่นขนาดนี้ควรไปนอนกินนมอุ่นๆ แล้วฝันถึงเรื่องอื่นนะคะ คุณผู้ชาย"
"ถ้าไม่เชื่อ... ก็ลองเปิดดูสิครับ" เขายัก The shoulders อย่างไม่แยแส ก่อนจะก้าวถอยหลังเข้าสู่เงาดำของมุมเสา "แต่เตือนไว้ก่อนนะ ว่าความจริงบางอย่าง... พอมันถูกขุดคุ้ยขึ้นมาแล้ว คนที่ต้องตายไม่ใช่ผม... แต่จะเป็นพวกคุณสองคนต่างหาก"
สิ้นเสียง ชายปริศนาก็พุ่งตัวหายไปทางประตูหนีไฟอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งหายลับไปกับความมืด ทิ้งให้รินรดาและมิลินยืนอยู่ท่ามกลางความอ้างว้างของหอศิลป์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความลับที่ถูกปิดตาย
รินรดาไม่รอช้า เธอพุ่งตัวเข้าไปที่โต๊ะทำงานทันที มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารลับนั้นขึ้นมาเปิดออกอย่างร้อนรน แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องกระทบกระดาษแผ่นแรกที่อยู่ด้านบนสุด และนั่นก็ทำให้ลมหายใจของภัณฑารักษ์สาวสะดุดกึกลงทันที
มันคือภาพถ่ายเก่าๆ ของภาพวาดสีน้ำมันชิ้นหนึ่ง—ภาพที่ถูกจัดเก็บไว้ในห้องนิรภัยใต้ดิน ภาพที่มิลินเพิ่งจะเข้าไปสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ รายชื่อเจ้าของผลงานในอดีต และบันทึกการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของจิตรกรผู้สร้างสรรค์มันขึ้นมา
"ริน..." เสียงกระซิบของมิลินดังขึ้นข้างๆ เมื่อเธอโน้มตัวลงมามองเอกสารในมือของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ รินรดต้นคอของรินรดาจนขนลุกชัน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของศิลปินสาวในตอนนี้ สายตาของมิลินกำลังจ้องเขม็งไปที่มุมขวาล่างของภาพถ่ายเอกสารแผ่นนั้น
รอยประทับลายนิ้วมือสีแดงฉาน... ที่ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มิลินก็ไม่มีวันลืมมัน
"นี่มัน..." มิลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงของเธอสั่นพร่าเป็นครั้งแรก "นี่มันลายมือชื่อของ... แม่ฉันเอง"
รินรดาหันขวับไปมองมิลินด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่า ปมปริศนาที่เธอกำลังไขไม่ได้เป็นแค่เรื่องของศิลปะโบราณหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่มันกำลังเชื่อมโยงกับสายเลือดและอดีตอันดำมืดของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ ก็ดังขึ้นจากเพดานเหนือศีรษะ ตามมาด้วยละอองฝุ่นที่ร่วงหล่นลงมาบนไหล่ของทั้งคู่
ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง...
ที่ช่องระบายอากาศเก่าคร่ำคร่าเหนือชั้นวางผลงานศิลปะ รอยเท้าสีแดงฉานคู่หนึ่ง ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละก้าว... เดินตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่ ช้าๆ และชัดเจน ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมีใครกำลังหายใจรดต้นคอพวกเธอมาจากความมืดเบื้องบน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมไขปริศนาไปกับความมืดนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง•ตอนที่ 16
รอยเท้าในอดีต
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับยัยจอมแสบแห่งหอศิลป์ร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!