พยานปากเอกกับเลขานุการลับฉบับหักมุม•ตอนที่ 2

เชฟสายกวนกับมาดขรึม

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงปลดล็อกรหัสประตูนิรภัยดังขึ้นพร้อมกับบานประตูกระจกหนาของเซฟเฮาส์ริมน้ำที่ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างโปร่งของรตินันท์ที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณนักสืบเอกชนเจ้าระเบียบประเมินสภาพแวดล้อมภายในเสร็จสรรพในเวลาไม่ถึงสามวินาที ทว่าความตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและเนยสดแท้กลับลอยมาปะทะจมูกเสียก่อน รตินันท์ขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองผู้ชายตัวโตที่เดินฮัมเพลงตามเข้ามาติดๆ มือหนาข้างหนึ่งถือกล่องเบเกอรีสีพาสเทล ส่วนอีกข้างหิ้วกระเป๋าเดินทางใบโตราวกับกำลังมาฮันนีมูนไม่ใช่มาหลบซ่อนกระสุนปืนจากมือสังหาร "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่เราคิดนะครับ คุณนักสืบ" จอมทัพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทเสียจนเส้นเลือดที่ขมับของรตินันท์กระตุกยิก "แขกไม่ได้รับเชิญที่ว่า หมายถึงตัวคุณเองหรือเปล่าครับ คุณจอมทัพ" รตินันท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ผมเตือนไว้ก่อนนะว่าที่นี่ไม่ใช่เบเกอรีส่วนตัวของคุณ กรุณาเก็บข้าวของรกๆ และกล่องขนมไร้สาระพวกนั้นออกไปจากโซฟาหนังแท้ราคาแพงนี่ซะ" จอมทัพหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนักสืบหนุ่มเจ้าระเบียบจนอีกฝ่ายต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นแป้งทำขนมจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัวอดีตสายลับหนุ่ม ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นคนตรงหน้าของขึ้น "โธ่ คุณรตินันท์ครับ ใจคอจะต้อนรับคู่หูจำเป็นด้วยวาจาเชือดเฉือนแบบนี้เลยเหรอครับ ขนมพวกนี้ผมตั้งใจทำมาปลอบขวัญคนขวัญอ่อนที่เกือบโดนเก็บเมื่อคืนนี้เชียวนะครับ" จอมทัพวางกล่องเบเกอรีลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบเซฟเฮาส์ขนาดกะทัดรัด "แล้วอีกอย่าง... ห้องนี้แคบจะตาย จัดของแบบนี้ไม่มีทางใช้พื้นที่คุ้มค่าหร่ายหรอกครับ เชื่อมือเชฟเก่าอย่างผมดีกว่า รับรองว่าระเบียบเป๊ะยิ่งกว่าห้องผ่าตัดแน่" "ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือ และไม่ได้ขอให้คุณมาจัดการอะไรทั้งนั้น" รตินันท์ปัดมืออีกฝ่ายที่ทำท่าจะเข้ามาหยิบกระเป๋าเอกสารของตนออกด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง "สิ่งเดียวที่คุณควรทำตอนนี้คือเงียบปาก แล้วไปเก็บกวาดข้าวของของตัวเองในห้องนอนฝั่งนู้นซะ อย่าล้ำเส้นเข้ามาในเขตของผมเด็ดขาด" "ดุเป็นแมวเปอร์เซียไปได้..." จอมทัพกระซิบบดริมฝีปากเบาๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนฝั่งตรงข้าม ทิ้งให้นักสืบหนุ่มยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึมครึมและร้อนรุ่มด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ รตินันท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขาวางกระเป๋าทำงานลงบนโต๊ะทำงานตัวเล็กริมหน้าต่าง เริ่มต้นตรวจสอบความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดรอบเซฟเฮาส์อย่างละเอียด นี่คือกฎเหล็กข้อแรกของการเป็นนักสืบมืออาชีพที่ไม่เคยปล่อยให้ความประมาทเข้ามาครอบงำ ผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดิน จอมทัพเดินกลับออกมาในชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดสีดำสนิทแนบไปกับสรีระสมส่วนและกล้ามเนื้อแน่นขนัดที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ใบหน้าคมคายไร้ร่องรอยความเครียด ผิดกับรตินันท์ที่นั่งหน้าเคร่งเครียดหน้าจอคอมพิวเตอร์ "สำรวจกล้องวนไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกครับ ถ้าพวกมันจะมา มันมาทางท่อระบายน้ำหรือดาดฟ้าโน่น" จอมทัพเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะเดินไปหยิบแก้วน้ำในครัว "คุณนี่นะ เคร่งเครียดตลอดเวลาชีวิตไม่เคยหย่อนหยุ่นเลยหรือไงครับ ระวังแก่เร็วนะครับคุณนักสืบ" "ถ้าคุณว่างมากนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปหุบปากแล้วไสหัวเข้าครัวไปทำมื้อเย็นกินเองซะล่ะครับ ผมไม่อยากตายเพราะอาหารเป็นพิษฝีมืออดีตสายลับตกอับหรอกนะ" รตินันท์ตอกกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง จอมทัพชะงักฝีเท้า รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกล้ำขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มร้ายกาจ เจ้าตัวเดินตรงดิ่งเข้าไปหารตินันท์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนอย่างรวดเร็ว จนนักสืบหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาเอื้อมไปท้าวกับพนักพิงทั้งสองข้าง กักตัวรตินันท์ให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย "อดีตสายลับตกอับคนนี้ จะทำให้คุณติดใจฝีมือจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยคอยดู..." จอมทัพโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย้ายวนจงใจแกล้งให้ขนลุกซู่ "และเรื่องอาหารเป็นพิษ... ผมรับประกันความอร่อยด้วยเกียรติของเชฟระดับท็อปชาร์ตเลยครับ" รตินันท์นิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรำผิดจังหวะด้วยความตกใจและแรงปะทะจากระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดผสมความเย้ายวนของผู้ชายคนนี้กำลังรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างหนักหน่วง ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกจู่โจมอย่างไร้การป้องกัน "ถอยออกไปนะ!" รตินันท์เงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่า แต่วินาทีที่ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างจัง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันจนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในอก จอมทัพชะงักไปชั่วครู่ นัยน์ตาคมพินิจมองริมฝีปากเม้มแน่นที่มักจะมีคำพูดเชือดเฉือนเสมอ บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนจากความขัดแย้งเป็นความร้อนรุ่มที่ไม่อาจปฏิเสธ เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกด้านหน้าดังขึ้นกะทันหัน ราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทำลายภวังค์ความเงียบงันและระยะห่างอันตรายนั้นลงในพริบตา ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ รตินันท์รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม ส่วนจอมทัพสบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ รตินันท์ขมวดคิ้วเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าประตู ทว่าภาพที่ปรากฏบนจอทำให้นักสืบหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี ลมหายใจสะดุดกัก ชายชุดสูทสีดำสนิทสามคนยืนเรียงรายอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์ และคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง... กำลังยกยิ้มมุมปากส่งตรงมายังเลนส์กล้อง ราวกับรู้ว่าพวกเขากำลังมองอยู่ "ดูเหมือนว่า... แขกตัวจริงเสียงจริง จะมาเร็วกว่าที่เราคิดจริงๆ ด้วยสินะครับ" จอมทัพก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง กระซิบเสียงต่ำด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบและเต็มไปด้วยความอันตราย ผิดคาดจากมาตรเดิมลิบลับ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยานปากเอกกับเลขานุการลับฉบับหักมุม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%