กิลด์ปลายแถวกับภารกิจยึดบัลลังก์จักรพรรดิ•ตอนที่ 3

เควสต์แรกกับความลับของมอนสเตอร์

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"ยินดีต้อนรับการกลับมาครับ... หัวหน้ากิลด์ผู้ตกอับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางเศษซากประตูไม้ที่ยังคงลอยเคว้งคว้างด้วยละอองฝุ่น ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของกิลด์ 'รุ่งอรุณทมิฬ' อย่างไม่เกรงกลัว แรงกดดันมหาศาลจากผู้เล่นระดับท็อปนับสิบชีวิตแผ่พุ่งจนอากาศภายในห้องโถงรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ผม—คิม หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้าในเสี้ยววินาที ชายในชุดคลุมผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ 'โวล์ฟ' อดีตสหายร่วมรบผู้ทรยศหักหลัง ที่ผันตัวไปซบก้าวหน้ากับกิลด์ใหญ่อย่าง 'ราชันย์โลหิต' "ถ้าขนคนมาพังประตูบ้านฉันถึงที่นี่... คงไม่ใช่แค่แวะมาทักทายดินฟ้าอากาศหรอกกระมังครับ คุณโวล์ฟ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แสร้งทำเป็นไขว้หลังหยิบเศษกระดาษบันทึกเควสต์ขึ้นมาปัดฝุ่นอย่างใจเย็น ทั้งที่ในใจกำลังคำนวณอัตราความเสียหายและทางหนีทีไล่เผื่อกรณีฉุกเฉิน เรน่าที่ยืนอยู่ข้างกายขยับตัวเล็กน้อย แสงสีฟ้าจางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอ เป็นสัญญาณเตือนว่าเวทมนตร์โบราณพร้อมใช้งานได้ทันทีหากสถานการณ์ลุกลาม "หึ ปากยังเก่งเหมือนเดิมนะคิม" โวล์ฟหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสะบัดมือให้ลูกน้องในชุดเกราะสีเลือดถอยร่อนออกไปด้านข้าง "พวกฉันไม่ได้มาเพื่อพังซากปรักหักพังนี่หรอก แค่จะมาเตือนด้วยความหวังดี... เควสต์ล่าหมาป่าเขี้ยวเงินที่ป่าสนทมิฬวันพรุ่งนี้ ถอนตัวซะเถอะน่า กิลด์ระดับสังกะสีอย่างพวกนาย ไม่มีปัญญาไปแย่งชิงทรัพยากรกับระดับท็อปอย่างพวกเราหรอก เปลืองแรงเปล่าๆ... อีกอย่าง หากยังดันทุรังไป อาจจะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าลูกน้องในกิลด์อีกเลยก็ได้นะ" รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของอีกฝ่ายแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ชัดเจน มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นการประกาศสงครามกลายๆ ผมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพรอยยิ้มนั้นอย่างไร้ความหวาดกลัว ก่อนจะยกยิ้มมุมปากตอบกลับไปบ้าง "ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะครับ... แต่พอดีว่า ผมค่อนข้างชอบสุนัขป่าที่มีเขี้ยวเงินนะ มันดูท้าทายและน่าเอามาฝึกให้เชื่องดี" โวล์ฟขมวดคิ้วมุ่นเมื่อไม่เห็นความหวาดกลัวอย่างที่คาดหวังไว้ เขากัดฟันกรอด "ปากดีนักนะ! งั้นก็รอดูตอนที่พวกแกกลายเป็นศพเน่าคาป่าก็แล้วกัน ไป!" สิ้นคำสั่ง กลุ่มผู้เล่นชุดเกราะสีเลือดก็เดินกระแทกเท้าออกไปจากกิลด์ ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเปื้อนโคลนและบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "ไอฟ้าวเอ๊ย! ทำไมไม่ให้ฉันซัดหน้าไอ้เวรนั่นสักทีล่ะคิม!" เรน่าถอนหายใจพรืด ยุติการร่ายเวทลงด้วยความหงุดหงิด เธอปรายตามองประตูที่พังเสียหายแล้วทำหน้ามุ่ย "ทีนี้ใครจะซ่อมล่ะเนี่ย งบกิลด์ยิ่งมีอยู่จิ๊ดเดียว" "ใจเย็นก่อนครับเรน่า การใช้กำลังในตอนนี้มีแต่จะทำให้เราเสียเปรียบในเชิงกฎของเกม อีกอย่าง..." ผมหรี่ตาลง มองตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้นผ่านช่องว่างของประตูที่พัง "พวกมันไม่ได้แค่มารังควาน แต่พวกมันจงใจมา 'เบี่ยงเบนความสนใจ' ต่างหากล่ะครับ" "หมายความว่ายังไง?" เรน่าเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย "คุณลองคิดดูสิครับ กิลด์ระดับใหญ่อย่างราชันย์โลหิต สนใจอะไรกับเควสต์ล่าหมาป่าเขี้ยวเงินระดับกลางๆ แค่นี้? ปกติพวกมันส่งลูกน้องระดับล่างไปก็จบแล้ว แต่นี่ถึงขั้นส่งโวล์ฟมือขวาของกิลด์มาข่มขู่เราด้วยตัวเอง... แสดงว่า 'หมาป่าเขี้ยวเงิน' ตัวนั้น ต้องมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ที่พวกมันไม่อยากให้ใครรู้ และบังเอิญว่าข้อมูลชิ้นนั้นอยู่ในบันทึกโบราณที่ผมเพิ่งกู้คืนมาได้พอดี" ผมตบเบาๆ ที่สมุดบันทึกเก่าคร่ำคร่าในมือ เรน่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เค้าโครงความฉลาดของเธอบวกกับความเจ้าเล่ห์ของผมเริ่มประสานเข้ากันอย่างลงตัว "งั้นพรุ่งนี้... เราต้องไปก่อนพวกมันสินะ?" "ถูกต้องครับ เราจะไปตัดหน้าพวกมัน และใช้ประโยชน์จาก 'จุดอ่อน' ที่พวกมันมองข้ามไป" รุ่งอรุณวันถัดมา ผืนป่าสนทมิฬปกคลุมไปด้วยไอหมอกหนาทึบ อากาศเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ไอน้ำค้างเกาะตามใบสนส่งกลิ่นหอมสดชื่นปะปนกับกลิ่นอากรของความชื้นในป่า ผมและเรน่าก้าวเดินอย่างเงียบเชียบไปตามพิกัดที่ระบุไว้ในแผนที่ "ระวังตัวด้วยนะครับเรน่า รอยเท้าตรงนี้ยังสดมาก พวกมันน่าจะล่วงหน้าไปก่อนเราไม่นาน" ผมกระซิบเตือน พลางกวาดสายตามองร่องรอยบนพื้นดิน "ฉันระวังตัวอยู่แล้วน่า นายห่วงตัวเองเถอะคิม มองอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ?" เรน่าพยักเพยิดหน้าไปทางพุ่มไม้หนาทึบด้านหน้า ผมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดเดิน ก่อนจะเรียกหน้าต่างระบบวิเคราะห์ข้อมูลขึ้นมา ดวงตาของผมหรี่ลงเมื่อระบบแสดงค่าสเตตัสและข้อมูลเชิงลึกของเป้าหมายที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ [มอนสเตอร์: หมาป่าเขี้ยวเงิน (Silver-Fang Wolf) - ระดับบอสย่อย] [HP: 15,000 / 15,000] [จุดอ่อนพิเศษ: ต่อมกลิ่นบริเวณใต้คาง และความเสียหายธาตุแสงรุนแรงเป็นพิเศษ 200%] [ข้อมูลเชิงลึก: ปกติจะหลบซ่อนตัวในเงาไม้ แต่จะสูญเสียการมองเห็นชั่วขณะหากได้รับกลิ่นของ 'ดอกหญ้าจันทรา' ที่มักขึ้นอยู่บริเวณโคนต้นสนโบราณ] มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ "เรน่าครับ เก็บดอกหญ้าจันทราทางซ้ายมือสามดอกนั้นมาให้ผมที... ส่วนผม จะเตรียมจัดฉากต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญสักหน่อย" ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเสียงคำรามต่ำๆ ก็ดังขึ้นจากAลึกเข้าไปในป่า กลุ่มผู้เล่นของกิลด์ราชันย์โลหิตราวๆ ห้ามนต์กำลังไล่ต้อนเจ้าหมาป่าเขี้ยวเงินตัวมหึมาที่มีขนสีเงินยวงสะท้อนแสงจันทร์ แม้ว่ามันจะเป็นเวลากลางวันก็ตาม ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความโกรธเกรี้ยว "ล้อมมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้ หัวหน้าสั่งมาว่าต้องเอาเขี้ยวเงินนั่นไปให้ได้ก่อนที่พวกกิลด์สังกะสีจะโผล่มา!" เสียงตะโกนสั่งการดังลั่นจากหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจของราชันย์โลหิต หมาป่าเขี้ยวเงินคำรามลั่น มันกระโจนเข้าใส่แนวหน้าด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด สร้างความโกลาหลให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทันที พวกมันกำลังเสียกระบวนท่าเพราะประเมินความเร็วของบอสตัวนี้ต่ำไป นี่คือจังหวะเวลาที่ผมรอคอย "ตอนนี้แหละครับเรน่า!" ผมส่งสัญญาณ เรน่าสะบัดมือโปรยผงเกสรดอกหญ้าจันทราที่บดละเอียดเข้าใส่จมูกของหมาป่าเขี้ยวเงินทันที กลิ่นหอมฉุนกระจายตัวออกไปผสมกับสายลม เจ้าหมาป่ายักษ์ชะงักกึก ดวงตาสีแดงฉานเบิก2กว้างด้วยความมึนงง มันสูญเสียการมองเห็นไปชั่วขณะเนื่องจากปฏิกิริยาเคมีของสมุนไพรโบราณ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แทนที่เราจะโจมตีบอส ผมกลับเลือกที่จะพุ่งตัวเข้าไปใกล้จุดอับสายตาของพวกราชันย์โลหิต และใช้มีดสั้นสะกิดต่อมกลิ่นใต้คางของหมาป่าเขี้ยวเงินอย่างแม่นยำ *โฮกกกกก!* เสียงคำรามกึกก้องสะท้านผืนป่า หมาป่าเขี้ยวเงินหันขวับไปทางกลุ่มผู้เล่นกิลด์ราชันย์โลหิตด้วยความคลุ้มคลั่ง มันพุ่งเข้าใส่พวกมันอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจเราเลยแม้แต่น้อย เกิดความชุลมุนครั้งใหญ่ ผู้เล่นระดับท็อปของราชันย์โลหิตล้มตายระเนระนาดภายใต้การโจมตีอันดุร้ายที่ผิดไปจากรูปแบบเดิมของบอส "เกิดอะไรขึ้นวะ! ทำไมมันถึงคลั่งขนาดนี้!" เสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังระงม ผมยืนกอดอกมองภาพความวุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่เรน่าหันมามองผมด้วยสายทึ่งระคนนับถือ "นายเนี่ย... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะคิม ใช้หมาป่าจัดการศัตรูโดยที่เราแทบไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด" เธอกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ "นี่เรียกว่าการใช้ปัญญาแก้ปัญหาครับ..." ผมเอ่ยเบาๆ พลางกวาดสายตามองซากไอเทมที่ดรอปเกลื่อนกลาดจากการตายของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และที่สะดุดตาก็คือ ประกายแสงสีทองอร่ามที่ซ่อนอยู่ใต้ร่างของหมาป่าเขี้ยวเงินที่กำลังจะสลายตัว มันคือไอเทมระดับหายากที่แม้แต่กิลด์ใหญ่อย่างราชันย์โลหิตก็ยังต้องน้ำลายสอ ผมก้าวเข้าไปใกล้ซากบอสเพื่อเก็บมันขึ้นมา ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับไอเทมชิ้นนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาท— [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: ท่านได้ครอบครอง 'เศษเสี้ยวแห่งศิลาโบราณ' ] [คำเตือนระบบ: ไอเทมนี้เชื่อมโยงกับ "เขตแดนต้องห้าม" ที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินกิลด์ของท่าน...] [เสียงกระซิบปริศนาจากความมืดดังขึ้นข้างหูท่าน: *"ขอบคุณที่ปลุกฉัน... เจ้าหนู"*] ผมชะงักกึก ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่าเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักได้ว่า... เสียงนั้นไม่ได้มาจากระบบเกม! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกิลด์ปลายแถวของเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์ปลายแถวกับภารกิจยึดบัลลังก์จักรพรรดิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
เควสต์แรกกับความลับของมอนสเตอร์ — กิลด์ปลายแถวกับภารกิจยึดบัลลังก์จักรพรรดิ | yayni