แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลบนโต๊ะทำงาน ไม่ได้ช่วยขับไล่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาในมือของกันต์ธรเลยแม้แต่น้อย หัวใจของเลขาส่วนตัวหนุ่มหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่ตระหนักได้ว่า... ความลับที่พวกเขากำลังจะเปิดใจต่อกัน กำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูตัวฉกาจแล้ว!
"ไฟล์พรีเซนต์เทชันโปรเจกต์ควบรวมกิจการ... หายไปไหน"
เสียงพึมพำด้วยความตกใจระคนหวาดระแวงดังลอดริมฝีปากบางเฉียบ นิ้วเรียวยาวเลื่อนทัชแพดรัวเร็วราวกับคนเสียสติ โฟลเดอร์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้ถึงสามชั้น บัดนี้กลับว่างเปล่า มีเพียงไฟล์ข้อความสั้นๆ ทิ้งไว้ต่างหน้า—รอยยิ้มเยาะเย้ยของกรณ์ที่ส่งตรงมาจากหน้าจอแชท พร้อมกับข้อความท้าทายที่อ่านแล้วเลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว
*‘ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะครับคุณกันต์ธร... หวังว่าบริษัทคิมหันต์คงจะรับมือกับการถูกตัดหน้าประมูลในวันพรุ่งนี้ไหว’*
"ไอ้... ทุเรศที่สุด!"
กันต์ธรกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง เขากล้าไว้ใจกรณ์ได้ยังไง! ผู้ชายหน้าเนื้อใจเสือที่ทำทีเป็นเข้ามาตีสนิท เลี้ยงกาแฟ เอาอกเอาใจสารพัด แท้จริงแล้วเป็นแค่งูพิษที่รอจังหวะฉกกัดบริษัทของคิมหันต์ และที่เจ็บใจที่สุดคือ... เขาดันเผลอเปิดช่องว่างให้มันเข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัวในยามวิกาลแบบนี้
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของซีอีโอหนุ่มไฟแรงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย คิมหันต์ถอดสูทพาดไว้บนแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยยามที่เจ้าตัวขยับข้อมือ ดวงคมกริบกวาดมองเลขาส่วนตัวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานด้วยแววตาจับผิด
"ยังไม่กลับอีกเหรอคุณกันต์... หรือว่าติดใจอยากอยู่ทำงานล่วงเวลากับผมสองต่อสอง?" คิมหันต์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลกตามประสาคนปากร้ายที่มักจะซ่อนความห่วงใยไว้ใต้คำพูดกวนประสาท ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดและเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามไรผมของอีกฝ่าย รอยยิ้มมุมปากก็พลันเลือนหายไปทันที "เกิดอะไรขึ้น"
กันต์ธรกลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าความผิดพลาดครั้งนี้ใหญ่หลวงแค่ไหน ข้อมูลลับของโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านรั่วไหลออกไปแล้ว และต้นเหตุมาจากความประมาทของเขาเองที่ยอมให้กรณ์เข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดจนมันแอบก๊อปปี้ไฟล์สำคัญไปได้
"คุณคิม..." เสียงของกันต์ธรสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "ผม... ผมทำพังแล้วครับ... เอ๊ย, ผมทำพังแล้วค่ะ!" เลขาหนุ่มเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาด้วยความตกใจจนสติหลุด แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งแก้สรรพนาม "ข้อมูลโปรเจกต์... ถูกกรณ์ขโมยไปแล้วครับ!"
คำว่า "ครับ" ที่หลุดออกมาอีกครั้งถูกกลืนหายไปในความเงียบงันที่น่ากลัว คิมหันต์ไม่ได้เอ็ดตะโรหรือตบโต๊ะโวยวายดังที่กันต์ธรจินตนาการไว้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ขายาวก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว จนกันต์ธรต้องผถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน
"คุณพูดว่าอะไรนะ" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ มันไม่ได้ดัง แต่กลับทรงพลังและกดดันจนกันต์ธรแทบหยุดหายใจ มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือบางไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังโกรธจัดแค่ไหน—โกรธจนแทบคลั่ง
"ผม... คือกรณ์มัน..." กันต์ธรเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตเริ่มมีรื้นน้ำใสด้วยความคับแค้นใจและรู้สึกผิด "มันแอบเอาแฟลชไดร์ฟมาเสียบตอนที่ผมออกไปรับกาแฟเมื่อตอนเย็น... ผมสะับẩuเอง ผมไว้ใจคนผิด คุณคิมจะไล่ผมออก หรือจะให้ผมรับผิดชอบยังไงเชิญเลยครับ!"
คิมหันต์จ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความสำนึกผิดและความหวาดกลัว ยิ่งเห็นท่าทีที่ยอมจำนนและพร้อมจะรับผิดชอบคนเดียวแบบนั้น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของซีอีโอหนุ่มก็กระตุกวูบ ความโกรธที่มีต่อไอ้ตัวแสบอย่างกรณ์พลันพุ่งเป้าไปที่ความห่วงใยที่มีต่อคนตรงหน้าแทน
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เก่งกาจและฝีปากกล้ากับทุกคนบนโลก ยกเว้นก็แต่เวลาที่สร้างเรื่องเดือดร้อนขึ้นมาเอง แล้วทำไมเขาถึงเกลียดไม่ลงสักทีวะ!
"ใครบอกคุณว่าผมจะไล่คุณออก" คิมหันต์ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วหัวแม่มือเผลอไล้เบาๆ บนข้อมือบางที่ตนกุมไว้เพื่อปลอบประโลม "เลิกทำหน้าเหมือนหมาหงอยสักทีกันต์ธร เรื่องแค่นี้... มันยังน้อยเกินไปที่จะล้มคิมหันต์คนนี้ได้"
กันต์ธรเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ แววตาของคิมหันต์ไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความแน่วแน่และประกายตาดุดันที่พร้อมจะขยี้คู่แข่งให้แหลکคาร์มือ
"แต่ว่า... ข้อมูลนั้นสำคัญมากนะคุณคิม ถ้าพรุ่งนี้กรณ์เอาไปพรีเซนต์ก่อนเรา บริษัทเราจะ..."
"เราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด" คิมหันต์ตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ใบหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของกันต์ธรจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ "ในเมื่อมันกล้าเล่นสกปรก... เราก็แค่ต้องใช้วิธีที่สกปรกกว่าเพื่อตลบหลังมัน"
กันต์ธรเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "คุณคิมหมายความว่า..."
ก่อนที่คิมหันต์จะได้เอ่ยแผนการร้ายกาจออกมาเพื่อเอาคืนคู่ปรับตัวฉกาจ เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งรัวๆ ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของคนทั้งคู่เสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงร้อนรนของธิชาดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รออนุญาต เพื่อนสนิทและผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกันต์ธรยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตู ใบหน้าซีดเผือดราวกับไปเจอผีมา "มีข่าวหลุดออกไปในเว็บไซต์ข่าวธุรกิจแล้วค่ะ! ข้อมูลโปรเจกต์ของเราถูกปล่อยว่อนอินเทอร์เน็ตแถมยังบิดเบือนข้อมูลว่าบริษัทเราทำการทุจริต ตอนนี้หุ้นร่วงกราวรูดแล้วค่ะคุณคิม!"
ร่างของกันต์ธรชาวาบไปทั้งตัว สมองขาวโพลนในพริบตาเดียว
นี่มันไม่ใช่แค่การขโมยข้อมูลไปประมูลแข่งธรรมดา... แต่มันคือการฆาตกรรมทางธุรกิจที่วางแผนมาอย่างแยบยลเพื่อทำลายชื่อเสียงของบริษัทคิมหันต์ให้ย่อยยับในชั่วข้ามคืน!
คิมหันต์หันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟหุ้นดิ่งลงเหว ก่อนจะหันกลับมาสบตากับกันต์ธรที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตรายวับวาวชนิดที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
"เกมนี้... มันไม่ได้เล่นแค่กับบริษัทเราแล้วล่ะกันต์ธร" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหนາ "แต่มันกำลังเล่นกับความอดทนของผม... และไอ้สารเลวนั่นจะต้องชดใช้ด้วยความฉิบหายที่มันคาดไม่ถึง!"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ)
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ•ตอนที่ 31
ศัตรูออกลาย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!