กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนภาพเงาทรงสูงที่ทาบทับอยู่บนชั้นหนังสือไม้สักทองขนาดมหึมา ภายในห้องลับใต้ดินของหอสมุดกลางเมือง
"คุณหนูครับ... ผมว่าเราไม่ต้องใช้กำลังกับตู้หนังสือเก่าแก่พวกนี้หรอกนะ เดี๋ยวค่าเสียหายมันจะงอกเงยจนผมต้องเอาตัวเข้าแลกใช้หนี้แทนอีก"
เสียงทุ้มต่ำติดจะยวนเย้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เรย์ยืนไขว่ห้างพิงกำแพงสีหม่น เนตรสีครามคู่คมกวาดมองแผ่นยันต์อาคมนับร้อยที่ถูกผนึกไว้ด้วยอาคมเลือดอย่างระแวดระัด
ด้านข้างของเขา ลินินกำลังตวัดดาบยาวในมือตัดผ่านเส้นด้ายอาคมสีดำที่โยงใยระโยงระยางราวกับใยแมงมุม ใบหน้าหวานล้ำบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว ร่างเพรียวระหงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไว สมกับที่เป็นทายาทตระกูลปราบผีระดับแนวหน้า
"เงียบปากไปเลยนะเรย์ นายช่วยทำตัวให้มีประโยชน์มากกว่าการยืนคอมเมนต์ฝีมือดาบของฉันหน่อยจะได้ไหม" ลินินหันมาค้อนขวับหนึ่งวง ดวงตาเป็นประกายดุร้ายแต่แฝงด้วยความอ่อนล้า "เบื้องหลังยันต์สะกดวิญญาณพวกนี้... พลังงานมันกำลังเชื่อมโยงไปยังศูนย์กลางระบบเครือข่ายไสยเวทของเมืองทั้งเมือง ถ้าเราทำลายโครงสร้างผิดจุดแม้แต่นิดเดียว แรงสะท้อนอาจจะย้อนกลับมาเผาผลาญวิญญาณพวกเราจนไม่เหลือซากนะ"
"ผมรู้ครับ" เรย์ถอนหายใจเบาๆ รอยยิ้มมุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อย "แต่ดูเหมือนว่า... เจ้าของสถานที่เขาจะไม่ต้อนรับพวกเราสักเท่าไหร่แล้วล่ะนะ"
สิ้นคำพูดของเด็กหนุ่ม อุณหภูมิภายในห้องลับก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความอาฆาตมาดร้ายพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด บานประตูไม้สักหนาหนักที่ถูกปิดตายค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงลากโซ่ตรวนที่ดัง 'กริ๊ง... กริ๊ง...' สะท้อนก้องกังวาน
ทว่า สิ่งที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ภูตผีปีศาจปลายแถวที่พวกเขาเคยเจอ
ร่างนั้นสวมชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าครึ่งซีกถูกสวมทับด้วยหน้ากากโลหะลายจิ้งจอกโบราณ ดวงตาสีอำพันภายใต้หน้ากากคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่เรย์และลินินด้วยความรู้สึกเย้ยหยัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เรย์ต้องหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด คือรอยสักรูปเข็มทิศโบราณที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนหลังมือข้างขวาของชายปริศนาผู้นั้น
รอยสักรูปแบบเดียวกับที่สลักอยู่บนศพของเหยื่อในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามเดือนก่อน...
"ไม่นึกเลยว่าเด็กฝึกหัดจากตระกูลตกอับ กับเด็กหนุ่มเนตรประหลาด จะสาวรอยมาจนถึงรังหลักของ 'สภาเงาโลหิต' ได้เร็วกว่าที่คาดไว้" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังลอดออกมาจากหลังกาลเวลา "น่าชื่นชม... แต่ก็นับว่าโง่เขลาในเวลาเดียวกัน"
ลินินตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ กระบี่ในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า "แกคือคนบงการเบื้องหลังคดีทั้งหมด... แกคือคนที่ใช้มนตร์ดำดูดกลืนวิญญาณผู้บริสุทธิ์เพื่อสร้าง 'ประตูเชื่อมมิติ' สินะ!"
ชายสวมหน้ากากหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "เด็กน้อยเอ๋ย... คำว่าบงการมันดูยิ่งใหญ่เกินไปหน่อย ฉันก็เป็นเพียงแค่เฟืองตัวเล็กๆ ในจักรกลอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปสู่ยุคสมัยใหม่ต่างหากล่ะ ยุคที่วิญญาณและมนุษย์หลอมรวมเป็นหนึ่ง... โดยมี 'นายท่าน' ของพวกเราเป็นผู้ปกครอง"
เรย์ก้าวเท้ามาข้างหน้าร่างของลินินช้าๆ มือเรียวยาวจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ดวงตาคู่สีครามจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์ที่วับวามอยู่ในนั้น
"นายท่านเหรอครับ? ฟังดูยิ่งใหญ่ดีนี่... แต่ว่านะ" เรย์เอียงคอมองเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การจะอ้างว่าเป็นเบื้องหลังของทุกอย่างเนี่ย... อย่างน้อยก็น่าจะเช็คดูให้ดีเสียก่อนนะว่า ของเล่นในมือที่คุณถืออยู่ มันเป็นของจริง หรือเป็นแค่เหยื่อล่อที่ผมจงใจทิ้งไว้ให้พวกคุณเก็บกันแน่"
ชายสวมหน้ากากชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นเมื่อก้มลงมองที่แหวนหยกโบราณบนนิ้วมือของตนเอง ซึ่งตอนนี้... มันกำลังเปล่งแสงสีแดงฉานและสั่นระริกอย่างรุนแรง
*ติ๊ง!*
[ระบบตรวจพบเป้าหมายระดับผู้บัญชาการสูงสุดขององค์กร "สภาเงาโลหิต" สำเร็จ]
[เงื่อนไขลับ: เปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของผู้บงการเบื้องหลังสมบูรณ์]
[กำลังอัปเดตฐานข้อมูลพลังงาน... ปลดล็อกทักษะเนตรสวรรค์ขั้นที่ 3: "เนตรสะท้อนกรรม"]
[คำเตือน: วัตถุโบราณในมือของเป้าหมายกำลังทำลายตัวเองเพื่อเปิดใช้งานประตูมิติฉุกเฉิน!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องในหัวของเรย์ พร้อมกับพลังงานมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากตัวของชายสวมหน้ากาก
"เรย์! ถอยไป!" ลินินตะโกนสุดเสียง ร่างเพรียวพุ่งทะยานเข้ามาใช้กระบี่ปะทะเข้ากับคลื่นกระแทกสีดำที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของศัตรู แรงปะทะรุนแรงจนชั้นหนังสือไม้สักรอบด้านพังทลายลงมาเป็นแถบ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เมื่อควันจางลง ชายสวมหน้ากากหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีดำไหลรินจากมุมปากภายใต้หน้ากาก ร่างกายของเขากำลังสลายกลายเป็นละอองความมืดทีละน้อย
"พวกแกคิดว่าชนะแล้วงั้นรึ?... ฮ่าๆๆๆ! สายไปแล้ว! พิธีกรรมเปิดประตูมิติเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ตอนที่พวกแกก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว! เชิญพบกับของขวัญชิ้นสุดท้ายจากนายท่านของเราได้เลย!"
พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีม่วงเข้มขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ใจกลางรอยแยกนั้น... ดวงตาสلักขนาดมหมหึมานับร้อยดวงกำลังลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับกลิ่นอายความกดดันระดับหายนะที่แผ่ซ่านออกมาจนทำให้วิญญาณแทบแตกสลาย
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่รอยแยกมิติจะดูดกลืนทุกสิ่ง เงาร่างหนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดหลังรอยแยก ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยความมืดมิด ทว่าดวงตาคู่ที่มองตรงมาที่เรย์และลินิน กลับทำให้เรย์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบปี
เพราะใบหน้านั้น... คือใบหน้าที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าใครในโลกใบนี้
หวังว่าเนื้อหานี้จะถูกใจและทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะครับ
ด้วยความเคารพในฐานะนักเขียน - เข็มทิศมองวิญญาณครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 30
จุดเปลี่ยนของสงครามเงา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!