กลิ่นอายของซากศพเน่าเปื่อยผสมผสานกับสารเคมีสังเคราะห์พุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทอย่างรุนแรง ทันทีที่หมอกสีม่วงเข้มม้วนตัวปิดทับเส้นทางเบื้องหน้า เรย์ดีดตัวถอยหลังสามก้าวตามสัญชาตญาณ ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบของโรงงานร้างแห่งนี้ เสียงฝีเท้าของลินินที่เคยวิ่งตามมาติดๆ กลับขาดหายไปราวกับถูกกลืนกินโดยความเงียบงัน
"คุณหนูครับ... ได้ยินผมไหมครับ" เรย์เอ่ยเรียกผ่านเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อ ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงคลื่นสัญญาณรบกวนซ่าๆ และเสียงหอบหายใจของตัวเขาเอง
ระบบเนตรสีครามในดวงตาข้างซ้ายกะพริบถี่ขึ้น แสงเรืองรองสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อเจาะทะลวงผ่านม่านหมอกพิษที่หนาทึบ ทว่า ไอหมอกประหลาดนี้กลับไม่ใช่ไอน้ำธรรมดา มันถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังงานอาถรรพ์ระดับสูง ร่างกายของเรย์เริ่มรู้สึกหนักอึ้ง พิษร้ายกำลังกัดกินผิวหนังและแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบ "ม่านอาคมมายาพิษ (ระดับ A)" ค่าสถานะความต้านทานพิษลดลง 35%]
[คำเตือน: อัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินเกณฑ์ แนะนำให้หาทางออกจากเขตพื้นที่อันตรายภายใน 15 นาที มิฉะนั้นระบบประสาทจะถูกทำลายถาวร]
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย "เล่นซ่อนหาแบบนี้... ดูเหมือนผู้อยู่เบื้องหลังจะชอบความโดดเดี่ยวสินะครับ"
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของม่านหมอก ลินินกำลังตวัดกระบี่อักขระในมือฟันฝ่าฝูงภูตผีเร่ร่อนที่พรูออกมาจากผนังปูนเปลือย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว เหงื่อเม็ดโตผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย
"ไอ้พวกสวะเดรัจฉาน! เก่งจริงก็โผล่หัวออกมาสิฟะ!" เสียงหวานทรงอำนาจตวาดก้อง กระบี่ในมือแผ่ไอความร้อนสีทองอร่ามจนภูตผีตนแล้วตนเล่าสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แต่ไม่ว่าจะกำจัดเท่าไหร่ จำนวนของพวกมันก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลินินรู้ตัวดีว่าเธอกำลังถูกต้อนให้จนมุม พลังปราณในกายเริ่มพร่องลงจากการใช้ท่าไม้ตายต่อเนื่อง
นี่คือ "กับดัก" ที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสังหารพวกเขาในทันที แต่แยกเขี้ยวแยกพวกเขาสองคนออกจากกัน เพื่อลดทอนกำลังใจและทำลายจุดแข็งด้านการประสานงาน
เรย์ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง มือขวาถือยันต์ปราบวิญญาณเตรียมพร้อม มือซ้ายสัมผัสกำแพงปูนเพื่อหาทางหลุดพ้นจากเขาวงกตนี้ ทันใดนั้น เงาร่างสีดำมหึมาก็พุ่งแหวกหมอกพิษเข้ามาด้วยความเร็วสูง กรงเล็บแหลมคมตะปบเข้าที่ลำคอของเขาโดยไม่มีเสียงเตือน
*ฉับ!*
เรย์เอี้ยวตัวหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด ปลายเล็บเฉี่ยวหัวไหล่จนเสื้อผ้าขาดวิ่น เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา แต่เขากลับยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่คมกวาดมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้า มันคือ "อสูรเงาพันหน้า" ภูตรับใช้ที่ถูกเลี้ยงด้วยความอาฆาตและโลหิตมนุษย์
"คิดว่ารวดเร็วแล้วสินะครับ..." เรย์พึมพำเบาๆ ก่อนจะสะบัดข้อมือซัดยันต์แปดทิศเข้าใส่หน้าอกของอสูรเงาเต็มแรง
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในความมืดขับไล่หมอกพิษให้จางลงไปชั่วขณะ แต่เรย์รู้ดีว่านี่เป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย เขาล้มตัวลงนั่งชันเข่าหนึ่งข้าง มือข้างหนึ่งกุมแผลที่หัวไหล่ หายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ
ตัดกลับมาที่ลินิน หญิงสาวหอบหายใจหนักหน่วง หล่อนใช้กระบี่ค้ำยันร่างตัวเองไว้กับพื้น ดวงตากวาดมองไปรอบตัวด้วยความกระวนกระวายใจ แม้เธอจะเป็นคนบ้าพลังและแข็งแกร่งเพียงใด แต่การต้องต่อสู้ตามลำพังท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่บั่นทอนจิตใจเช่นนี้ ก็เริ่มสร้างรอยร้าวให้แก่สมาธิของเธอ
"เรย์..." หล่อนพึมพำชื่อเด็กหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความเชื่อใจที่มีต่อเด็กหนุ่มผู้สุขุมคนนั้น ทำให้เธอยังคงรักษาความตั้งมั่นที่จะมีชีวิตรอดออกไปให้ได้
ณ จุดศูนย์กลางของค่ายกลหมอกพิษ ชายปริศนาในชุดคลุมสีเทาเข้มยืนมองภาพผ่านกระจกอาคมด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้เก่าแก่ ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
"เด็กนั่น... มีเนตรสีครามที่น่าสนใจจริงๆ เสียด้วย" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างพึงพอใจ "แต่ต่อให้ฉลาดแค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดจาก 'ค่ายกลกลืนวิญญาณโลกันตร์' ไปได้หรอก..."
เรย์ที่กำลังกัดฟันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของกระแสพลังงานรอบตัว รากฐานของค่ายกลกำลังขยับเคลื่อน บรรยากาศรอบกายกดทับลงมาหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมราวกับมีภูเขามาทับร่าง
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการปลุกพลังงานบอสลับเบื้องหลังม่านหมอก]
[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: พลังจิตวิญญาณทั้งหมดถูกปลดล็อกชั่วคราว 200%]
เรย์สูดหายใจเข้าลึก กลิ่นคาวเลือดและพิษในอากาศจางหายไปแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ตื่นเต็มที่ เนตรสีครามในตาซ้ายส่องประกายเจิดจ้าทะลุความมืดมิด เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาร่างมหึมาที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
"ถ้าอยากจะเล่นสนุกนัก... ผมก็จะสงเคราะห์ให้ถึงที่สุดเองครับ"
[ระบบกำลังทำการประเมินสถานการณ์ขั้นวิกฤต...]
[คำเตือนสุดท้าย: ผู้เล่นกำลังเผชิญหน้ากับ "ผู้สร้างค่ายกล" ตัวจริง ซึ่งถือครองเศษเสี้ยววิญญาณโบราณ และบุคคลที่สามกำลังก้าวเข้าสู่เขตอาคมโดยไม่ได้รับเชิญ...]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลุ่มหมอกมรณะไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ•ตอนที่ 12
กับดักในหมอกพิษ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้น... ผมแค่ปราบวิญญาณเองนะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!