พลิกตำราปลูกผักฉบับนางร้ายผู้ถูกทอดทิ้ง•ตอนที่ 1

ฟื้นขึ้นมาในไร่ร้าง

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กลิ่นอับชื้นของฟางเน่าและฝุ่นดินที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก คือสิ่งแรกที่ปลุกสติสัมปชัญญะของหลินเฟยให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิดอันยาวนาน ความเจ็บแปลบราวน์กับถูกไฟแผดเผาที่แผ่นหลังแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า นางไม่ได้ตายหรอกหรือ? ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะขาดห่วง คือราชโองการประกาศเนรเทศตระกูลจาง... เสียงหัวเราะเยาะหยันของเหล่าองค์ชายที่เคยร่วมมือกัน และคมดาบที่เสียบทะลุร่างอันไร้ค่าของนางในฐานะ "นางร้ายผู้โง่เขลา" ที่ถูกใช้เป็นเบี้ยแล้วเขี่ยทิ้ง แต่ทว่ายามนี้นางกลับนอนอยู่บนกองฟางแห้งกรังในกระท่อมหลังคาทะลุปรุโปร่ง ลมหนาวต้นฤดูพัดกรรโชกผ่านรอยแยกของฝาผนังไม้ไผ่ที่ผุกร่อนเข้ามาเยือนผิวเนื้อจนสั่นสะท้าน "ฟื้นแล้วหรือ? นึกว่าเจ้าจะทนพิษไข้ตายไปตั้งแต่เมื่อคืนเสียอีก" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แหบแห้งราวน้ำหลากผ่านกรวดหินดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง หลินเฟยสะดุ้งสุดตัว นางรีบกวาดสายตามองไปยังต้นเสียงด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัยที่ถูกหล่อหลอมจากวังวนแห่งการแย่งชิงอำนาจ ที่นั่น... บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าหยาบสีมอซอ นั่งยองๆ อยู่กับพื้น ใบหน้าคร่ำเคร่งเต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้มจนบังร่องรอยความคมคาย แต่นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้น... หลินเฟยจำได้แม่นยำ เขาคือ "จางหย่ง" สามีในนาม... แม่ทัพผู้เคยเกรียงไกรแห่งค่ายพิทักษ์ประจิม ผู้ซึ่งถูกปลดจากยศถาบรรดาศักดิ์และถูกเนรเทศมาพร้อมกับนางในฐานะนักโทษกบฏ จางหย่งไม่ได้เอ่ยคำตัดพ้อใดๆ แม้ว่าในอดีต นางจะเคยกรีดร้อง รังเกียจเดียดฉันท์ และพยายามหาทางหย่าร้างกับเขาเพื่อกลับไปซบแทบเท้าองค์รัชทายาทผู้มักใหญ่ใฝ่สูงเพียงใด เขายังคงนั่งนิ่ง สองมือหยาบกร้านกำลังใช้มีดสั้นเล่มเล็กเหลาไม้ไผ่เพื่อซ่อมแซมขาเก้าอี้ที่หักอย่างเงียบเชียบ ราวกับว่าตัวตนของนางไม่ได้มีความสำคัญอันใดต่อโลกใบนี้ นอกจากภาระที่เขาต้องแบกรับไว้ตามหน้าที่ หลินเฟยเม้มริมฝีปากแน่น ความทรงจำของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาราวกับเขื่อนแตก นางไม่ใช่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่รอวันล่มสลายอีกต่อไปแล้ว แต่คือนางร้ายผู้ได้รับโอกาสครั้งที่สองจากสวรรค์เพื่อล้างไพ่ใหม่ "ข้ายังไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะท่านแม่ทัพ" หลินเฟยฝืนพยุงกายลุกขึ้น แม้ข้อต่อทั่วร่างจะปวดร้าวราับจะหลุดออกจากกัน แต่นัยน์ตากลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวอย่างที่จางหย่งไม่เคยเห็นมาก่อน "และข้าก็ไม่มีวันยอมตายในสถานที่โสโครกแห่งนี้ด้วย" จางหย่งชะงักมือที่กำลังเหลาไม้ไผ่เล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาคมปลาบฉายแววแปลกใจวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับคืนสู่ความเรียบเฉยดังเดิม "ถ้ายังมีแรงอวดดี เช่นนั้นก็ลุกขึ้นไปสำรวจ 'บ้านสวน' ของเราเสียหน่อยเถอะ เกรงว่าฟ้ามืดค่ำลงมา เราอาจจะต้องนอนตากน้ำค้างแข็งตายจริงๆ" คำพูดเย้าหยแห้งแล้งแต่นตรงนั้นทำให้หลินเฟยแค่นยิ้มออกมาบางเบา นางใช้มือยันผนังไม้ไผ่พยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก้าวเท้าเดินออกไปสำรวจอาณาจักรใหม่ของตนเองทีละก้าวอย่างมั่นคง ภาพเบื้องหน้าทำเอาหญิงสาวผู้เคยใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองและผ้าแพรพรรณชั้นดีถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ บ้านสวนที่ทางการจัดสรรให้ตามคำสั่งเนรเทศ แทบไม่ต่างอะไรกับกองซากปรักหักพัง ตัวเรือนหลักมีเสาไม้ที่เริ่มผุพังจากปลวก หน้าต่างหลุดร่วงไปข้างหนึ่ง พื้นดินรอบบริเวณเต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อสูงท่วมหัว ดินแห้งแล้งแตกเป็นระแหงราวกับไม่เคยถูกหยดน้ำมานานนับปี แปลงเกษตรกรรมที่ควรจะหล่อเลี้ยงชีวิตกลับกลายเป็นสุสานของพืชพรรณ ไร้ซึ่งร่องรอยของความอุดมสมบูรณ์ มีเพียงความเวิ้งว้างและลมหนาวที่พัดพาความสิ้นหวังมาเยือน "นี่คือทั้งหมดที่เรามีงั้นหรือคะ?" หลินเฟยพึมพำกับตัวเองขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ สวนรกร้างที่เต็มไปด้วยซากหญ้าคาและเศษหิน "ถังข้าวสารว่างเปล่า เงินติดตัวมีเพียงอีแปะเดียว และอาหารประทังชีวิตมื้อเย็น... ยังไม่มี" จางหย่งเดินตามออกมาสมทบ มือหนายังคงถือมีดสั้นเล่มเดิม น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาปราศจากความตื่นตระหนก ราวกับความยากลำบากเหล่านี้คือเรื่องปกติธรรมดาของชีวิตลูกผู้ชายผ่านศึก หลินเฟยหันไปมองสามี ร่างกายที่กำยำสมส่วนภายใต้เสื้อผ้าขาดวิรุฬห์นั้นแฝงไว้ด้วยพละกำลังมหาศาล ทว่าแววตาที่มองนางกลับมีความห่วงใยเจืออยู่จางๆ อย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ อีกไม่ถึงสามวันพวกนางคงได้กลายเป็นศพแห้งกรังคาสวนร้างแห่งนี้เป็นแน่ แต่ทว่า... สำหรับหลินเฟยผู้ผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตมาแล้ว ความยากจนข้นแค้นหาใช่จุดจบไม่ กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรที่นางจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ด้วยตนเองต่างหาก นางก้มลงหยิบก้อนดินขึ้นมาพิจารณา เนื้อดินมีความกระด้างและขาดความชุ่มชื้น แต่ทว่าลึกลงไปใต้ชั้นดินรกร้างนี้ นางกลับสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่... พลังแห่งมิติพิเศษที่ติดตัวนางข้ามภพข้ามชาติมาด้วย! หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มเย็นเยียบแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับแม่ทัพหนุ่มผู้ยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านหลัง "ท่านแม่ทัพ... ท่านเชื่อใจข้าไหมคะ?" จางหย่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่าดื้อรั้นของภรรยา เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างไร้คำปฏิเสธ "ชีวิตข้าตอนนี้ไม่มีอะไรจะให้เสียอยู่แล้ว เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถอะ" "ดีค่ะ" หลินเฟยกล่าวเสียงเฉียบขาด นางก้าวเท้าเดินนำไปยังแปลงดินรกร้างเบื้องหน้า "ถ้าเช่นนั้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป เลิกพูดเรื่องอดตายเสียที เพราะข้าจะเปลี่ยนไร่ร้างแห่งนี้ ให้กลายเป็นแผ่นดินทองที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องอิจฉา!" นางก้มลงใช้มือเปล่าขุดคุ้ยดินแห้งๆ นั้นทันที โดยไม่เกรงกลัวความสกปรกหรือรอยแผล ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสลงบนผืนดินลึกสามชุ่น ความเปลี่ยนแปลงประหลาดก็เกิดขึ้น... แสงเรืองรองสีเขียวมรกตสายหนึ่งสพลพุ่งทะลักขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ล้อมรอบกายของหลินเฟยและจางหย่งไว้ในพริบตา กลิ่นหอมหวานของพืชพรรณนานาชนิดโชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบโคลนจนหมดสิ้น ราวกับปาฏิหาริย์กำลังรดรินลงบนแดนสนทยา แต่ทว่า... ในขณะที่แสงสีเขียวกำลังแผ่ขยายออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าไร่ร้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่คุ้นเคย "ฮ่าๆๆ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ท่านแม่ทัพตกอับกับอดีตพระชายาผู้ถูกเนรเทศนี่เอง พวกเจ้าคิดจะมาขุดดินสร้างวิมานอะไรกันตรงนี้รึ?" ร่างของหลี่เฉิง... ญาติผู้พี่ผู้เคยเหยียบย่ำนางในตระกูลเดิม ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ถือท่อนไม้ในมือ แววตาของมันเต็มไปด้วยความดูแคลนและประสงค์ร้ายอย่างปิดไม่มิด หลินเฟยหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างระหงทันที นางกำลังจะก้าวออกไปตบหน้าคนปากเสียผู้นั้นให้หายซ่า แต่ทว่า... จางหย่งที่ยืนเงียบมาตลอดกลับยกมือขึ้นขวางนางไว้ ชายหนุ่มค่อยๆ ปลดเสื้อคลุมขาดวิรุฬห์ของตนเองออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นนับร้อยบนแผ่นอกกว้างที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน นัยน์ตาคู่นั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ไสหัวออกไปจากที่ดินของข้า... ก่อนที่พวกเจ้าจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้คลานกลับไป" ---------------------------------------- *ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดประตูสู่ไร่ร้างแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับหลินเฟยนะคะ*
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกตำราปลูกผักฉบับนางร้ายผู้ถูกทอดทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%