"อย่าส่งเสียงดังไปล่ะคิณ... เงานั้นกำลังเลี้ยวเข้าตรอกมืดด้านซ้ายแล้ว"
เสียงกระซิบแผ่วเบาของอาจารย์อลิซดังลอดผ่านความเงียบงันของค่ำคืน ร่างเพรียวบางในชุดโค้ตกันหนาวสีเข้มแนบชิดไปกับผนังอิฐมอญเก่าคร่ำคร่าของตึกแถวโบราณ แววตาของเธอภายใต้เงาหมวกฮู้ดไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับพวกเขากำลังเล่นเกมซ่อนหาในวัยเด็ก มากกว่าการสะกดรอยตามผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมปริศนาที่อาจมีอาวุธร้ายแรงอยู่ในครอบครอง
ผม หรือ "คิณ" ขยับกรอบแว่นสายตาให้กระชับขึ้นด้วยนิ้วชี้ เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากถนนใหญ่ที่สาดส่องเข้ามาเบื้องหลัง ในมือขวาถือสมุดบันทึกเล่มเล็กที่จดรวบรวมพฤติกรรมของเป้าหมายตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่มือซ้ายกำวัตถุกรมแบนเย็นเฉียบ—แว่นขยายคู่ใจที่ตอนนี้ระบบภายในได้เปิดใช้งานโหมดวิเคราะห์พลังงานแฝงเรียบร้อยแล้ว
[ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยพลังงานมานาความเข้มข้นต่ำ ระดับ 3 บริเวณพื้นผิวถนนเบื้องหน้า 12 เมตร]
[คำแนะนำจากระบบ: เป้าหมายกำลังใช้เวทมนตร์พรางตาขั้นต้น โปรดระมัดระวังการก้าวเดิน เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะพบกับ "กับดักสะดุด" หรือกลไกกลลวงทางกายภาพ]
เสียงแจ้งเตือนราบเรียบแต่เฉียบคมของระบบดังขึ้นในโสตประสาท ทำให้ผมต้องยกมือขึ้นส่งสัญญาณหยุดให้อาจารย์อลิซที่เดินตามหลังมาติดๆ อาจารย์สาวหยุดฝีเท้าลงอย่างนุ่มนวลราวกับแมวป่า เธอเอียงคอมองผมด้วยความสงสัยเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำตาลเข้มคลอเคลียข้างแก้มภายใต้แสงสลัว
"มีอะไรหรือครับเด็กเนิร์ด หรือว่าระบบสุดล้ำของคุณตรวจจับอะไรน่าสนุกได้อีกแล้ว?" อาจารย์อลิซกระซิบถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคย
"ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ ครับอาจารย์" ผมตอบเสียงเครียด สายตากวาดมองไปตามพื้นผิวถนนแอสฟัลต์ที่เปียกชื้นจากฝนปรอยๆ เมื่อช่วงหัวค่ำ "เป้าหมายไม่ได้แค่เดินหนีธรรมดา แต่เขากำลังทิ้ง 'ร่องรอยล่อ' เอาไว้เพื่อให้เราเดินตามเข้าไปในจุดอับสายตา... พื้นที่ตรงหน้าเราคือเขตแดนปิด"
ตรอกแคบๆ เบื้องหน้าทอดยาวไปสู่ความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงไฟจากบ้านเรือนรอบข้าง มีเพียงกลิ่นอัปชื้นของเศษขยะและกลิ่นสนิมจางๆ ที่ลอยมาเตะจมูก หากใช้เพียงตาเปล่ามอง คงเห็นเป็นเพียงทางลัดธรรมดา แต่สำหรับแว่นขยายที่ผสานเข้ากับระบบวิเคราะห์ของผม เส้นใยเอ็นใสขนาดเล็กที่ขึงขวางอยู่ระดับข้อเท้าและลำตัวนับสิบเส้นกำลังเรืองแสงสีแดงจางๆ ฟ้องถึงอันตรายที่รออยู่
ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งสติและคำนวณมุมองศาของกับดักในใจอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่คดีธรรมดา คนร้ายรายนี้มีความรู้เรื่องกลไกและการวางแผนอย่างเป็นระบบระดับมืออาชีพ หากก้าวพลาดไปแม้แต่ก้าวเดียว เสียงสัญญาณเตือนภัยอาจดังขึ้น หรือแย่กว่านั้น... เราอาจกลายเป็นฝ่ายถูกล่าเสียเอง
"ถอยหลังไปสามก้าวครับอาจารย์ ทางนั้นอันตรายเกินไป" ผมเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นแขนออกไปขวางอาจารย์อลิซไว้โดยสัญชาตญาณ
แต่อาจารย์อลิซกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้ถอยตามที่บอก แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้ผมยิ่งกว่าเดิม จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ป่าปะปนกับกลิ่นอับของตรอกซอกซอย นิ้วเรียวยาวเอื้อมมาแตะที่กรอบแว่นของผมเบาๆ อย่างหยอกเย้า
"ระวังตัวเกินไปแล้วนะคิณ... การเป็นนักสืบที่ดีนอกจากจะต้องใช้สมองแล้ว บางครั้งก็ต้องมีความ 'บ้าบิ่น' เพื่อเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่ด้วยนะ" น้ำเสียงของเธอทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ยากจะต่อต้าน "อีกอย่าง... คุณคิดว่าฉันปล่อยให้ลูกศิษย์คนโปรดเดินเข้ากองไฟคนเดียวหรือไงกัน?"
ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากแย้งอะไร ร่างเพรียวบางของอาจารย์สาวก็ขยับตัวอย่างรวดเร็วดุจสายลม เธอไม่ได้เดินผ่านดงเส้นใยเอ็นเหล่านั้น แต่กลับใช้ปลายนิ้วดีดเหรียญโลหะในมือออกไปกระทบกับผนังตึกฝั่งตรงข้ามอย่างแม่นยำ!
*เคร้ง!*
เสียงเหรียญกระทบอิฐดังขึ้นก้องตรอกแคบๆ ทันใดนั้นเอง กลไกที่ซ่อนอยู่ก็ทำงานขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงสปริงดีดตัวและเสียงตัดเฉือนของใบมีดเหล็กกล้าพุ่งแหวกอากาศผ่านจุดที่พวกเรายืนอยู่เมื่อครู่นี้ไปอย่างเฉียดฉิว เศษปูนและฝุ่นละอองกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ ประกายไฟจากการเสียดสีของโลหะสว่างวาบขึ้นในความมืดเพียงเสี้ยววินาที
[ติ๊ง! หลบหลีกกับดักกลไกสำเร็จ! ได้รับแต้มประสบการณ์ +150 คะแนน]
[ปลดล็อกทักษะใหม่: "สัญชาตญาณนักสืบขั้นสูง" (Passive Skill) - เพิ่มความไวในการตอบสนองต่ออันตราย 15%]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังรัวติดต่อกัน แต่หัวใจของผมกลับเต้นแรงด้วยความตื่นตระหนกปนทึ่ง ผมหันไปมองอาจารย์อลิซที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างกายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาของเธอกลับคมกริบและจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เห็นไหมล่ะ? บางทีปัญญาประดิษฐ์ของคุณก็คำนวณความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์ไม่หมดหรอกนะคิณ" อาจารย์อลิซกระซิบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง "และตอนนี้... ดูเหมือนว่าเจ้าของกับดักจะรู้ตัวแล้วว่าเราไม่ได้ติดกับดักของเขา"
สิ้นคำพูดของอาจารย์อลิซ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วกว่าเดิมก็ดังแว่วมาจากสุดปลายตรอกมืด เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืดมิด แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของบุคคลนั้นพอดี เผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกที่ลากยาวจากหางตาขวาลงมาถึงมุมปาก และรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเรา
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมต้องชะงักค้างไป... สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบและสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ คือสัญลักษณ์รูป "นาฬิกาทรายกลับหัว" ที่ปักอยู่บนปกเสื้อของชายปริศนาคนนั้น มันคือสัญลักษณ์เดียวกับสมุดบันทึกของเหยื่อรายแรกในคดีฆาตกรรมห้องปิดตายเมื่อสัปดาห์ก่อน!
[เตือนภัยระดับวิกฤต! ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคาม: "ผู้พิพากษาแห่งรัตติกาล"]
[ระบบกำลังบังคับเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษ: บันทึกความทรงจำฉุกเฉิน...]
ชายคนนั้นยกมือขึ้นช้าๆ ในมือถือวัตถุกลมบางอย่างที่มีสายชนวนสั้นๆ กำลังส่งเสียงติ๊กๆ เบาๆ แววตาของเขาไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับมองซากศพที่ไร้ชีวิต
"เก่งมาก... เจ้าหนูแว่นขยาย กับอาจารย์สาวจอมจุ้น" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความอยากรู้อยากเห็น... มักจะพาคนเราไปพบกับจุดจบเร็วกว่ากำหนดเสมอ"
นิ้วหยาบกร้านขยับเข้าใกล้ชนวนระเบิดในมือ พร้อมๆ กับที่รอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นบนใบหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับคิณและอาจารย์อลิซในบทนี้นะครับ
สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน•ตอนที่ 5
เงาปริศนาในยามค่ำคืน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีลับฉบับเด็กเนิร์ดกับอาจารย์สาวจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!