มือปราบวิญญาณสายเถื่อนกับคุณชายผู้คุมกฎแดนลี้ลับ•ตอนที่ 2

ทฤษฎีคนละขั้ว

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
"ทางออกถูกปิดตายแล้ว... มือปราบเรน ตอนนี้เราเหลือเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง... จนกว่าพลังงานแกนกลางจะหมดลง" เสียงทุ้มต่ำของอีธานยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ท่ามกลางความมืดมิดของมิติที่สองที่แผ่ขยายไพศาลราวกับไร้จุดสิ้นสุด พื้นเบื้องล่างไม่ใช่พื้นดินที่มั่นคง แต่เป็นกระจกใสสีนิลที่สะท้อนเงาของคนทั้งคู่ในมุมมองที่บิดเบี้ยว อากาศรอบตัวหนาทึบและอัดแน่นไปด้วยไอเวทมนตร์สีม่วงเข้มที่คอยกัดกินพลังชีวิตทีละน้อย เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีอำพันคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยความหงุดหงิด มือเรียวหนาเสยผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อขึ้นลวกๆ ก่อนจะตวัดสายตากลับมาจ้องร่างสูงสมส่วนของหัวหน้าหน่วยคุมกฎผู้เนี๊ยบกริบ แม้ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ อีธานก็ยังคงรักษาท่าทีสุขุมราวกับรูปปั้นหินอ่อน เสื้อคลุมสีเข้มไร้รอยยับ และแว่นตากรอบเงินที่สะท้อนแสงเรืองรองจากผนังมิติ "เลิกทำเสียงน่าขนลุกสักที อีธาน" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง แฝงแววประชดประชันตามนิสัย "ถ้าแกยังมัวแต่ยืนแอ็คท่าหล่ออยู่แบบนี้ อีกสามสิบนาทีเราคงได้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงมิติผีสิงนี่แน่ๆ" อีธานไม่โกรธ เขาสลัดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างไร้ความเร่งรีบ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในที่เริ่มแนบไปกับแผ่นอกตามแรงเหงื่อและความชื้นของบรรยากาศ ดวงตาสีฟ้าจัดหลังกรอบแว่นหันมาสบประสานกับเรนอย่างนิ่งสงบ คมคายและเย็นเยียบจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการคิดวิเคราะห์สักนิด มือปราบเรน คุณน่าจะรู้ว่าการยืนเถียงกันในพื้นที่จำกัดแบบนี้ มีแต่จะเร่งให้ออกซิเจนหมดเร็วขึ้น" อีธานก้าวเท้าเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นอายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นกระดาษเก่าและสนมินต์เย็นๆ ลอยปะทะจมูกเรน "เว้นเสียแต่ว่า... คุณชอบให้เราอยู่ใกล้กันในระยะนี้" เรนชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ใช่เพราะคำพูดหยอกเย้าแกมบังคับนั่น แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับอีธานตอนนี้มันใกล้เกินไปจริงๆ ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ และใกล้จนเห็นแพขนตางอนที่ทอดเงาลงบนโหนกแก้มของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน "ใครอยากอยู่ใกล้แกวะ ถอยไปห่างๆ เลย!" เรนผลอกไหล่ง าบคนตัวสูงกว่าออกเบาๆ แต่อีธานกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี ซ้ำยังเอื้อมมือคว้าข้อมือของเขาไว้แน่นด้วยความเร็วที่เหนือกว่า "หยุดพยศแล้วฟังให้ดี" เสียงของอีธานเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่ "เกณฑ์การปลดล็อกมิติที่สองของตระกูลเรา บันทึกไว้ชัดเจน... มันไม่มีทางออกทางกายภาพ สิ่งเดียวที่จะเปิดประตูมิติได้ คือ 'ความสมดุลของขั้วพลังงานตรงข้าม'" เรนขมวดคิ้วแน่น สมองอันรวดเร็วประมวลผลตามคำพูดของอีกฝ่าย "หมายความว่า... เวทมนตร์สายทำลายล้างแบบฉัน กับเวทมนตร์สายควบคุมระเบียบแบบแก?" "ถูกต้อง" อีธานพยักหน้าช้าๆ "แต่ปัญหาคือ พลังงานของเรามักจะหักล้างและปะทะกันเองทุกครั้งที่มีการสัมผัส... เหมือนที่คุณชอบหาเรื่องผมทุกครั้งที่เจอหน้า นั่นแหละคืออุปสรรค" เรนแค่นเสียงฮึดฮัด "โทษทีนะ พอดีฉันเป็นคนประเภท 'เกลียดขี้หน้า' ใครแล้วไม่ชอบฝืนทน อีกอย่าง... ใครเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อนกันแน่ หัวหน้าอีธาน?" "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสะสางเรื่องส่วนตัว" อีธานถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของเรนราวกับต้องการค้นหาความอดทนก้นบึ้งในตัวเขา "ผมขอสั่ง... ในฐานะหัวหน้าหน่วยคุมกฎ... ให้เราสงบศึกกันชั่วคราว จนกว่าจะออกไปจากที่นี่ได้" เรนจ้องหน้าอีธานนิ่ง ไร้คำตอบออกจากปาก ทว่าแววตาไหวระริกนั้นแสดงถึงความลังเล ข้อมูลในหัวตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างศักดิ์ศรีของมือปราบอิสระผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กับความเป็นจริงที่ว่า... ถ้ายังดึงดันทะเลาะกันต่อ เขาอาจจะต้องตายอยู่ตรงนี้ เคียงข้างไอ้คนน่ารำคาญตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเริ่มสั่นไหว รอยร้าวสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนพื้นกระจกเบื้องล่าง เสียงคำรามต่ำๆ จากความว่างเปล่าดังสะท้อนเข้ามาใกล้ทุกที พลังงานแกนกลางกำลังจะหมดลงอย่างแท้จริง เรนกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะตวัดสายตากลับมาสบกับอีธานอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ก็ได้... ชั่วคราวตามที่แกขอ อีธาน" เรนพูดเสียงลอดไรฟัน ยื่นมือออกไปเบื้องหน้า "แต่ถ้าออกไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะอัดแกให้ร่วงเป็นคนแรกเลย คอยดู!" อีธานมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง มือเรียวสะอาดของเขาเอื้อมออกมากุมมือของเรนไว้แน่น ฝ่ามือที่อบอุ่นและเย็นเฉียบผสานเข้าหากันอย่างพพอดี ความเจ็บแปล๊บจากการปะทะของพลังงานขั้วตรงข้ามแล่นริ้วขึ้นมาที่ต้นแขน แต่วินาทีที่ทั้งสองฝ่ายพยายามปรับคลื่นพลังให้สอดประสานกัน แสงสีฟ้าครามและสีทองสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด เรนสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อความร้อนจากฝ่ามือของอีธานซึมซาบเข้ามาในกระแสเลือด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการต่อสู้ แต่เป็นความวับแหว่งที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันแนบแน่นในระยะห่างที่ไม่ถึงคืบ ไออุ่นจากลมหายใจเป่ารดริมฝีปากของกันและกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว "มือปราบเรน..." อีธานกระซิบแผ่วเบา เสียงนั้นแหบพร่าลงอย่างผิดปกติ ท่ามกลางประกายแสงเวทมนตร์ที่เริ่มหมุนวนรอบตัว "คุณรู้ตัวไหมว่า... เวลาที่คุณไม่ปากจัดใส่ผมสักสองนาที คุณดูน่ามองขึ้นเป็นกอง" เรนหน้าตื่นขึ้นมาวูบหนึ่ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม "หุบปากไปเลยน่า... รีบเปิดทางออกส-" คำพูดของเรนขาดหายไปในลำคอ เมื่อแรงกระชากจากแกนกลางมิติทำให้ร่างทั้งสองทรุดฮวบลงไปข้างหน้า อีธานคว้าเอวบางของเรนเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติเพื่อพยุงไว้ แรงดึงดูดมหาศาลทำให้ริมฝีปากของเรนเฉียดผ่านแก้มเนียนของอีธานไปอย่างเฉียดฉิว กลิ่นกายหอมสะอาดของอีกฝ่ายโอบล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบงันและความหวานปนอันตรายกำลังก่อตัวขึ้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "โอ้... ดูภาพสวีทของพวกคุณสองคนสิ น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมิติที่สอง... แต่มันคือเสียงของบุคคลที่สามที่พวกเขาไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเคมีอันดุเดือดของทั้งคู่ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มือปราบวิญญาณสายเถื่อนกับคุณชายผู้คุมกฎแดนลี้ลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%