วาดรักให้ร้าย ใส่ใจให้เธอรุก•ตอนที่ 3

จิบไวน์ไปตบตีไป

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
"คุยอะไรกันอยู่เหรอครับคนสวย ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจัง หรือว่ากำลังปรึกษาเรื่องที่โปรเจกต์นี้... จะต้องตกเป็นของผมดีล่ะครับ?" น้ำเสียงกวนประสาทของธันวาที่ลอยละลิ่วมาพร้อมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงระยับทำเอาบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที เอมิลี่ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าอดีตคู่ควงที่ชอบทำตัวเป็นปลิงเกาะติดความสำเร็จของคนอื่น เธอยกแก้วคริสตัลทรงสูงบรรจุไวน์แดงวินเทจขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้รสชาติฝาดหวานบาดคอไหลผ่านลำคอระหง ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยเสียงที่ดังพอให้สะดุ้ง "ถ้าสมองของคุณธันวามีพื้นที่ว่างจากการคิดเรื่องลักไก่ผลงานคนอื่น คงจะคิดได้นะคะว่ามารยาทในสังคมชั้นสูงเขาไม่เดินเข้ามาแทรกวงสนทนาที่เจ้าของงานไม่ได้เชิญ" เอมิลี่สวนกลับด้วยรอยยิ้มเคลือบยาพิษ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้ขนตางอนงามตวัดมองชายหนุ่มหัวจรดเท้าด้วยความเวทนา ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับเอมิลี่ ระวังเถอะ... งานแสดงผลงานสัปดาห์หน้า ดีไซน์ 'Neo-Gothic Romance' ของคุณอาจจะกลายเป็นแค่ขยะเปียกไร้ค่า เมื่อกรรมการได้เห็นงานที่ผมร่วมมือกับแบรนด์ระดับอินเตอร์" "อุ๊ย ตายแล้ว!" คริส สไตลิสต์คู่ใจกรีดร้องเบาๆ พร้อมกับยกมือขึ้นทาบอกด้วยท่าทางจริตจะก้านที่จงใจยั่วโมโห "นี่คุณธันวาคะ เลิกเอาสำเนียงก๊อปเกรดเอมาเคลมว่าเป็นอินเตอร์ได้ไหมคะ คนเขารู้กันทั่วบางว่าคอลเลกชันล่าสุดของคุณน่ะ ไปก๊อปไอเดียมาจากดีไซเนอร์โนว์นามฝั่งมิลานมาแป๊ะๆ น่าไม่อายเลยเนอะว่าไหมคะคุณริน" รินรดาที่ยืนเงียบสังเกตการณ์มานานนิ่งขรึมดุจรูปปั้นน้ำแข็ง เธอปรายตามองธันวาด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนอีกฝ่ายต้องผถ่าถอยหลังไปครึ่งก้าว "ผลงานศิลปะมีจิตวิญญาณค่ะคุณธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าเกรงขามในฐานะภัณฑารักษ์คนสำคัญ "และดิฉันเชื่อว่าคณะกรรมการมีความเชี่ยวชาญพอที่จะแยกแยะระหว่าง 'งานสร้างสรรค์' กับ 'ขยะลอกเลียนแบบ' ได้... ต่อให้คุณจะพยายามใช้เส้นสายหรือเล่เหลี่ยมสกปรกแค่ไหน ผลงานที่ไร้จิตวิญญาณก็ไม่มีวันได้เหยียบย่างเข้ามาในแกลเลอรีของดิฉันค่ะ" คำพูดเชือดเฉือนแบบนิ่มๆ แต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของรินรดาทำเอาธันวาหน้าชาดิก กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความแค้นเคือง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พ่นคำพูดน่ารังเกียจอะไรออกมาอีก เอมิลี่ก็ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่ม กลิ่นกายหอมหวนเย้ายวนใจของเธอปะทะเข้ากับจมูกของธันวา แต่มันกลับให้ความรู้สึกอันตรายเหมือนดอกไม้ที่มีพิษร้ายแรง "จำไว้นะคะธันวา" เอมิลี่กระซิบด้วยเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟัง "หมาเห่าใบตองแห้งอย่างคุณ ไม่มีวันได้แตะต้องบัลลังก์ของฉันหรอกค่ะ เชิญไปไินแชมเปญปลอมๆ ทางโน้นเถอะค่ะ ตรงนี้อากาศเป็นพิษเพราะคนหน้าด้าน" ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ สะบัดหน้าหนีเดินหายลับไปในกลุ่มผู้คน ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างสะใจของคริส งานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนนี้จัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการ ณ เพนท์เฮาส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางกรุง แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับแก้วไวน์ในมือของผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงแฟชั่นและศิลปะ ทว่าเบื้องหน้าความรื่นเริงและเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ กลับเต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่นและการเมืองในวงการที่ดุเดือดไม่แพ้สนามรบ เอมิลี่ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่เมื่อลับร่างของตัวน่ารำคาญ เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อคลายความตึงเครียด แรงกดดันจากครอบครัวที่ต้องการให้เธอยอมรับข้อเสนอแต่งตั้งให้ไปบริหารแบรนด์ลูกที่ปารีสเพื่อแลกกับการตัดขาดจากงานศิลปะที่เธอรักยังคงกัดกินจิตใจเธออยู่เงียบๆ ประกอบกับสงครามประสาทกับธันวาในวันนี้ ทำให้พลังงานของเธอเหลือน้อยเต็มที "เหนื่อยเหรอคะ?" เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นข้างหูทำเอาเอมิลี่สะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองก็พบว่ารินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวไร้ที่ติของภัณฑารักษ์สาวยามนี้อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีรอยยิ้มเยียบเย็นเหมือนตอนที่ฟาดฟันกับธันวา มีเพียงแววตาที่ฉายความห่วงใยเจือความดื้อรั้นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเอมิลี่เต้นผิดจังหวะ "ระดับเอมิลี่ เดอ ลูเซ่ ไม่เคยรู้จักคำว่าเหนื่อยค่ะคุณริน" ดีไซเนอร์สาวเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ดวงตาคู่สวยเริ่มฉายแววอ่อนล้า "ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ" รินรดาอมยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำให้คนที่พบเห็นต้องใจละลาย มือเรียวสวยยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง "แต่ถ้าไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้ค่ะ... ไม่มีใครหักคะแนนความเก่งของคุณหรอก" คำพูดนั้นสะกิดใจเอมิลี่อย่างจัง ความอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บของงานสังคมจอมปลอม เอมิลี่หันไปสบตากับรินรดาตรงๆ ระยะห่างระหว่างเธอกับหญิงสาวตรงหน้าใกล้เสียจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจางๆ จากกายอีกฝ่าย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวเร็วขึ้นอย่างไร้เหตุผล เคมีแรงกล้าที่ดึงดูดทั้งคู่เข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วตรงข้ามกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบแต่รุนแรง "เป็นห่วงฉันเหรอคะ คุณภัณฑารักษ์น้ำแข็ง" เอมิลี่แกล้งเอ่ยแซובה พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาส่อประกายท้าทายตามประสาคนแพ้ไม่เป็น รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเอมิลี่เกือบจะชิดติดกับระเบียงกระจกใส ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอมิลี่ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความมั่นใจ "ถ้าฉันบอกว่าเป็น... คุณจะทำยังไงล่ะคะ?" รินรดากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติอยู่ห่างจากริมฝีปากของเอมิลี่เพียงคืบเดียว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงเพลงและเสียงผู้คนรอบข้างเลือนหายไปในความเงียบงัน เอมิลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงคิดคำพูดโต้กลับไม่ออก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูห้องพักรับรองพิเศษที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะ "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะสวีทหวาน... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีเรื่องใหญ่ต้องเคลียร์กันซะแล้วล่ะ" ร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ และรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้ทั้งเอมิลี่และรินรดาต้องผละออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและฟินในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาดรักให้ร้าย ใส่ใจให้เธอรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%