ดีลเลอร์นัยน์ตาอำพันกับพยานคนสุดท้ายของเมืองเถื่อน•ตอนที่ 6

พันธมิตรชั่วคราว

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและฝุ่นผงถ่านหินลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของโกดังร้างริมท่าเรือ เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าใกล้ทีละนิดไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับคีรินเท่ากับเงาร่างของบุคคลที่สามที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ดวงตาคู่คมกริบของดีลเลอร์หนุ่มหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันที่เขาจดจำได้ดีแม้ในยามหลับตา—สารวัตรเอกภพ อดีตนายตำรวจผู้ทรงอิทธิพลที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ใต้ดินไปนานแล้ว รวินท์ที่ยืนอยู่เคียงข้างพลอยชะงักฝีเท้าลง สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวกรีดร้องเตือนภัย ร่างสูงโปร่งขยับเข้ามาบังหน้าคีรินโดยสัญชาตญาณ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับดีลเลอร์นัยน์ตาอำพันจะเต็มไปด้วยการลองเชิงและคราบเลือดของความไม่ไว้วางใจ แต่ในสถานการณ์ที่ความตายยืนอยู่ตรงหน้า ไหล่กว้างที่แนบชิดกันโดยไม่ได้ตั้งใจกลับสร้างความอุ่นใจอย่างประหลาด "ไม่คิดเลยว่าหนูตกปลาตัวเล็กๆ อย่างนาย จะลากเอาฉลามขาวอย่างสารวัตรเอกภพขึ้นมาบนบกได้ด้วย" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยแซะ พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เอกภพก้าวออกมาจากเงามืด ปืนสั้นเก็บเสียงในมือถูกหมุนเล่นอย่างเชี่ยวชาญราวกับมันเป็นเพียงของเล่นชิ้นโปรด คีรินไม่แม้แต่จะชายตามองอาวุธในมืออีกฝ่าย เขากวาดสายตามองสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินทางหนีทีไล่ นิ้วเรียวยาวแสร้งจัดปกเสื้อสูทที่ยับย่นอย่างใจเย็น ทั้งที่หัวใจข้างอกเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตัว "ถ้าฉันเป็นฉลาม คุณก็คงเป็นแค่ซากเน่าๆ ใต้ก้นบึ้งที่ลอยมาติดอวนมากกว่านะครับ สารวัตร... หรือผมควรเรียกว่า 'อดีต' สารวัตรดีล่ะ" คีรินสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน รอยยิ้มสุภาพที่ประดับบนใบหน้ายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าขนลุก เอกภพหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และความอำมหิต "ปากยังคมเหมือนเดิมนะคีริน น่าเสียดายที่ความปากดีช่วยนายจากกระสุนนัดนี้ไม่ได้... ยกเว้นเสียแต่ว่า นายจะยอมคายสิ่งที่ซ่อนไว้ทั้งหมดออกมา" บรรยากาศในโกดังเงียบกริบลงชั่วขณะ เสียงคลื่นซัดสาดกระทบผนังคอนกรีตด้านนอกดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาท คีรินเหลือบสายตาไปมองรวินท์ที่ยืนข้างกันเพียงเสี้ยววินาที สื่อสารกันด้วยความเงียบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน—ในโลกใต้ดิน ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่สอดคล้องเท่านั้น และในวินาทีนี้ รวินท์คือคนเดียวที่เขาจะปล่อยให้ตายไม่ได้ "ถอยไป" รวินท์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างหนาขยับตัวเตรียมพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า แต่กลับถูกมือเรียวของคีรินเอื้อมไปคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่แตะลงบนผิวเนื้อทำเอารวินท์ชะงักไปเล็กน้อย คีรินไม่ได้ละสายตาไปจากเป้าหมายเบื้องหน้า น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหูของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "อย่าเพิ่งใจร้อนครับรวินท์... เกมนี้เราไม่ได้เล่นกันแค่สองคน" รวินท์หันขวับมามองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย ดวงตาคมดุฉายแววไม่พอใจระคนความฉงน "นายคิดจะทำบ้าอะไร คีริน?" "ผมไม่ได้บ้า แต่ผมกำลังเสนอ 'ดีล' ที่คุณปฏิเสธไม่ลงต่างหาก" คีรินหันกลับมาสบตา เอกภพที่ยืนมองบทสนทนากระหนุงกระหนิงของทั้งคู่ด้วยความรำคาญใจก็ยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของคีรินทันที "เลิกกระซิบกระซาบแล้วส่งของมาซะ! ไม่งั้นฉันจะเป่าสมองคนข้างๆ นายนี่ซะก่อน" เอกภพคำรามลั่น รวินท์กำลังจะขยับตัวปกป้อง แต่คีรินกลับเป็นฝ่ายก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อปากกระบอกปืนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตานัยน์ตาอำพันคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "คุณอยากได้บัญชีลับของกรมตำรวจใช่ไหมครับสารวัตร?" คีรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังเจรจาธุรกิจซื้อขายกาแฟยามเช้า "สิ่งที่อยู่ในมือผม... มันไม่ได้มีแค่ชื่อของคุณ แต่มันมีหลักฐานการส่งออกยาเสพติดล็อตใหญ่ที่คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเมื่อสามปีก่อนด้วย" ใบหน้าของเอกภพกระตุกเกร็ง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเลือนหายไปในพริบตา "แก... พูดเรื่องบ้าอะไร" "ผมพูดความจริงครับ" คีรินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายกระบอกปืนแทบจะชิดกับอกเสื้อของเขา รวินท์พยายามจะคว้าตัวคีรินกลับมา แต่ถูกมือเรียวอีกข้างปัดออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "และถ้าคุณเหนี่ยวไกตอนนี้... ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังสำนักข่าวทั่วประเทศภายในห้าวินาที ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติทำงานโดยชีพจรของผมเองครับ" การบลัฟอย่างเหนือชั้นทำให้อดีตสารวัตรชะงักงัน เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม เอกภพกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น แต่ไม่กล้าเสี่ยงกดไกปืนตามที่ขู่ไว้ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คีรินก็หันกลับมามองรวินท์ที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาคู่สวยประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นชวนให้หัวใจของอดีตหน่วยพิเศษเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง "รวินท์ครับ... สนใจมาร่วมหุ้นกับผมไหม?" คีรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทายที่ร้อนแรงจนแผดเผา "ช่วยผมจัดการไอ้สารวัตรสารเลวคนนี้ แล้วผมสัญญาว่าจะบอกความจริงทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับคดีเมื่อหี่ปีก่อน... รวมถึงเรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงกลายเป็นคนไร้บ้านในทุกวันนี้ด้วย" รวินท์มองลึกลงไปในดวงตานัยน์ตาอำพันคู่นั้น สัญชาตญาณเตือนว่านี่คือหลุมพรางที่อันตรายที่สุดในชีวิต แต่วิญญาณนักรบและความแค้นที่สุมอกมานานกลับสั่งให้เขาพยักหน้ารับอย่างไร้ข้อกังขา "ตกลง" รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มดุดันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ถือว่าเราทำสัญญาต่อกันแล้วนะ ดีลเลอร์" สิ้นเสียงคำประกาศ สิ้นรอยยิ้มมุมปากของทั้งคู่ รวินท์ก็พุ่งตัวเข้าใส่เอกภพด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่ตะครุบเหยื่อ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโกดังร้างท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล แต่ก่อนที่ความชุลมุนจะถึงจุดไคลแม็กซ์ คีรินที่ก้าวถอยฉากออกมารักษาความปลอดภัยกลับต้องสะดุดกึก เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสั่นครืดขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่แสดงข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกปริศนา— *[บัญชีลับถูกดาวน์โหลดโดยบุคคลที่สาม... และเป้าหมายต่อไป ไม่ใช่สารวัตรเอกภพ แต่คือตัวคุณเอง คีริน]* (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีอันตรายในตอนนี้ด้วยกันนะครับ ประตูมิติที่แปดจะรอต้อนรับทุกท่านในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์นัยน์ตาอำพันกับพยานคนสุดท้ายของเมืองเถื่อน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%