กลิ่นอายของผงศิลาเวทมนตร์เผาไหม้คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นเก่าคร่ำบนโต๊ะไม้สักทอง ตัวอักษรโบราณสายพันธุ์เรณูธาตุที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศกำลังสั่นไหวด้วยความถี่สูง ราวกับพวกมันพยายามจะกรีดร้องเตือนสติเด็กหนุ่มผู้กำลังฟุบหน้าหลับใหลอยู่หลังห้องเรียน
“ถ้าหากทฤษฎีการหมุนเวียนมานาขั้นพื้นฐานบทที่สี่คือการดึงธาตุลมเข้าสู่แก่นกลางเพื่อลดแรงต้าน... ทำไมพวกเธอถึงยังใช้มันเป็นแค่พัดลมเป่ากระดาษรายงานหลุดมือกันอยู่ล่ะคะ?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของอาจารย์ประจำวิชาเวทมนตร์ประยุกต์ดังขึ้นที่หน้าห้องเรียน แว่นตากลมโตสะท้อนแสงไฟจากคริสตัลเพดานวาววับ มาเรียไม่ได้ปรายตามองมาที่มุมอับสายตาหลังห้องเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าปลายนิเรียวที่แตะอยู่บนกระดานชนวนเวทมนตร์กลับสั่นกระตุกเบาๆ คล้ายกำลังรับรู้ถึงสนามพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้ครองตำแหน่ง ‘แรงก์ F’ ตลอดกาล
ลูคัสไม่ได้ขยับตัว เขายังคงหลับตาพริ้ม ศอกข้างหนึ่งค้ำยันโต๊ะไม้ที่สลักรอยขูดขีดจากรุ่นพี่นับร้อยปี เส้นผมสีดำสนิทรกเรื้อเคลียร.กรอบหน้าคมคายที่มักจะซ่อนความเบื่อหน่ายเอาไว้ใต้แพขนตายาว
ภายในห้วงความคิดของเขาเวลานี้ หาใช่ความมืดมิดของการนอนหลับไม่ หากแต่เป็นพื้นที่สีขาวโพลนเวิ้งว้างที่ปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามลอยเด่นอยู่ตรงหน้า—หน้าต่างที่ไม่มีใครในห้องเรียนนี้มองเห็น
[ตรวจพบสภาวะจิตนิ่งสนิทท่ามกลางแรงดันมานาภระระดับ 3]
[ระบบ ‘ปราชญ์ไร้พ่าย’ ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ 100%]
[สถานะปัจจุบัน: ลูคัส (มนุษย์, แรงก์ F)]
[ความเข้ากันได้กับธาตุทั้งสี่: ดิน (0.1%), น้ำ (0.1%), ลม (0.1%), ไฟ (0.1%) — สถานะ: บกพร่องขั้นวิกฤต]
ลูคัสลอบถอนหายใจในใจยาวเหยียด เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มทุนการศึกษาผู้เข้ามาเรียนในสถาบันเวทมนตร์หลวงแห่งนี้ด้วยผลการสอบที่คาดเดาได้ว่า ‘ห่วยแตกที่สุดในรอบศตวรรษ’ สถาบันแห่งนี้บูชาความบริสุทธิ์ของธาตุเดี่ยว ใครที่มีธาตุไฟรุนแรงย่อมได้นั่งแถวหน้า ใครที่มีธาตุลมบริสุทธิ์ย่อมได้รับการยกย่อง ส่วนไอ้เศษสวะที่มีธาตุเจือจางปะปนกันจนตรวจสอบไม่ได้อย่างเขา ถูกถีบมาอยู่หลังห้องริมหน้าต่างที่มองเห็นแต่กองขยะเวทมนตร์หลังหอคอย
ทว่า... ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ตลอดเวลาหกเดือนที่ผ่านมา ค่าสถานะ ‘0.1%’ ในทุกธาตุของเขานั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ความบกพร่อง
มันคือการ ‘ปิดผนึกสมบูรณ์แบบ’ ต่างหาก
“ลูคัสคะ”
เสียงเรียกที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเงียบกริบลงทันตาเห็น บรรดานักเรียนแถวหน้าต่างหันมามองด้วยสายตาสสมเพชเวทนาและรอคอยการกลั่นแกล้งตามธรรมเนียมปฏิบัติ มาเรียวางช็อกเวทมนตร์ลงบนโต๊ะ เธอเดินช้าๆ เข้ามาใกล้โซนหลังห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าลอยมาแตะจมูก
“ครับ... อ๋อ ขออภัยค่ะ อาจารย์มาเรีย” ลูคัสเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสีนิลกาฬใสกระจ่างไร้ร่องรอยความง่วงงุนแม้แต่น้อย เขายิ้มรับบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ดูซื่อจนเกือบจะโง่เขลาในสายตาคนนอก “ผมกำลังทบทวนสูตรการสลายมานาธาตุดินตามที่อาจารย์สอนเมื่อสัปดาห์ก่อนพอดีเลยครับ”
มาเรียหยุดยืนอยู่ที่ข้างโต๊ะของเขา ดวงตาสีอำพันใต้กรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อย นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาพิรุธ ทว่าเด็กหนุ่มกลับนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่ได้เกรงกลัวอำนาจของอาจารย์ผู้ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดที่สุดในหอคอยต้องห้ามเลยสักนิด
“งั้นเหรอคะ?” มาเรียโน้มตัวลงมาเล็กน้อย เสียงกระซิบของเธอก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขาเพียงผู้เดียว “ถ้าเช่นนั้น... ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิคะว่า ทำไมวงแหวนเวทมนตร์ใต้โต๊ะของเธอ ถึงกำลังดูดซับมานาจากคริสตัลหลักของห้องเรียนไปจนเกือบหมดเกลี้ยงแบบนั้น?”
หัวใจของนักเรียนรอบข้างกระตุกวาบ ทุกคนต่างหันขวับมามองใต้โต๊ะของลูคัสเป็นตาเดียว
จริงดังว่า! คริสตัลแสงสว่างที่ติดอยู่เหนือกระดานดำเริ่มกะพริบถี่และหรี่แสงลงอย่างน่าใจหาย มานาในห้องนี้กำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นกระแสลมวนขนาดย่อมพัดกระดาษรายงานบนโต๊ะกระจัดกระจาย
ลูคัสยังคงรักษาอาการนิ่งสงบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ปลายนิ้วมือข้างที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเคาะลงบนพื้นผิวไม้เป็นจังหวะสามครั้ง หน้าต่างระบบตรงหน้าพลพุ่งข้อความใหม่สีทองอร่ามขึ้นมาทับซ้อนข้อความเดิมทันที
[ท่านถูกจับพิรุธโดย ‘มาเรีย ผู้กุมความลับหอคอยต้องห้าม’]
[เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: เผยแพร่ทักษะธาตุผสมระดับตำนานเพื่อเอาตัวรอด]
[เลือกเส้นทางของคุณ:]
[ทางเลือกที่ A: แสร้งทำเป็นเป็นลมล้มพับเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ (โอกาสรอด 45%)]
[ทางเลือกที่ B: ใช้ธาตุลมผสานดินสร้างภาพลวงตาตบตาอาจารย์ (โอกาสรอด 80%)]
[ทางเลือกที่ C: ปลดปล่อยธาตุทั้งสี่ในรัศมี 3 เมตร เพื่อแสดงอำนาจที่แท้จริงให้เธอประจักษ์ (คำเตือน: อาจทำลายตึกเรียนทั้งหลัง)]
ลูคัสกะพริบตาปริบๆ เขามองหน้าอาจารย์สาวผู้มีใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกย่องขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
“อาจารย์เข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ” ลูคัสจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่นุ่มนวลชวนพิศวง “ผมไม่ได้กำลังดูดซับมานา... แต่ผมกำลัง ‘สอน’ ให้มานาพวกนั้นรู้จักระเบียบต่างหากล่ะคะ”
สิ้นคำพูดนั้น แสงสีฟ้าครามใต้โต๊ะก็ระเบิดประกายเจิดจ้าขึ้นวูบหนึ่ง พื้นห้องไม้สักสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับเสียงเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวจนแทบระเบิด
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการตื่นขึ้นของ ‘สัตตบงกชธาตุ’ ภายในรัศมีประชิด]
[ประตูมิติปริوازจากชั้นใต้ดินหอคอยต้องห้ามกำลังถูกเปิดออก... และมีบางสิ่งกำลังก้าวขึ้นมา]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกอันน่าตื่นเต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 1
ระบบสุ่มสกิลกับเด็กหลังห้องแรงก์ F
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!