ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 29

คำสารภาพในหอคอยต้องห้าม

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“ถ้าอาจารย์จะถอนตัวตอนนี้… ความลับของหอคอยต้องห้ามที่ผมถืออยู่ในมือ ก็คงกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงของลูคัสเรียบเรื่อย หากแต่กดดันหนักหน่วงราวกับก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจคนฟัง เขาพิงหลังกับกำแพงหินเย็นเฉียบของหอคอยที่ตั้งตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของโรงเรียนเวทมนตร์ ภายนอกหน้าต่างบานแคบ แสงสีทองจากเวทมนตร์อักขระที่กำลังเตรียมการสำหรับงานเลี้ยงฉลองในวันพรุ่งนี้ส่องสว่างระยิบระยับราวกับดวงดาวบนดิน ทว่าภายในห้องทำงานของมาเรีย บรรยากาศกลับหนักอึ้งด้วยกลิ่นอายของหมึกเก่าและมนตราที่ถูกกักขัง มาเรีย อาจารย์สาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจรดปากกาขนนกบนม้วนกระดาษหนังชะงักค้าง เธอไม่ได้หันกลับมามองเขา แผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดคลุมอาจารย์สีดำสนิทดูสั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนที่เธอจะวางปากกาลงอย่างแผ่วเบา “เธอไม่ได้เป็นเพียงเด็กหลังห้องที่โชคดีหรอกนะ ลูคัส” มาเรียหมุนเก้าอี้ไม้แกะสลักกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีไพลินที่มักจะซ่อนความลึกลับไว้เสมอ บัดนี้กำลังสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่ยากจะอ่านออก “เธอเป็นตัวแปรที่ทำลายสมดุลทั้งหมดที่ฉันเพียรสร้างมาตลอดหลายทศวรรษ... และเธอก็รู้ดีว่าทำไม” ลูคัสขยับตัวก้าวเข้ามาในแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่าง ใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มกวนประสาทอยู่เสมอในยามปกติ บัดนี้กลับฉายแววจริงจังจนน่าประหลาด เขาหยิบเหรียญตราโลหะที่สลักลายธาตุทั้งสี่ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ ให้เหรียญนั้นหมุนวนอยู่กลางอากาศโดยไร้แรงดึงดูด “ผมรู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกเรื่อง ‘จุดศูนย์กลางของหอคอย’ กับใคร” ลูคัสกล่าวพลางปรายตามองไปยังประตูบานยักษ์ที่ประทับตราผนึกโบราณอยู่ด้านหลังมาเรีย “เพราะมันไม่ใช่หอคอยเก็บตำรา... แต่มันคือ ‘กรงขัง’ ของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้” มาเรียผุดลุกขึ้น สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความสงบนิ่งกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด “ใครบอกเธอเรื่องนี้! ลูคัส! เรื่องนี้เป็นความลับระดับสูงสุดของสภาเวทมนตร์ ถ้าเธอได้รับรู้ขนาดนี้แล้ว ทางเดียวที่จะจบเรื่องนี้ได้คือ...” “คือการที่ผมต้องเป็นคนเดียวที่เดินออกมาจากที่นี่พร้อมกับความลับนั้น ใช่ไหมคะ?” ลูคัสยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความขี้เล่น หากแต่เป็นความเห็นใจที่ลึกซึ้ง “อาจารย์มาเรีย... ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในห้องเรียนที่น่าเบื่อนั้น สิ่งเดียวที่ทำให้ผมตื่นเต้นไม่ใช่การสอบวัดระดับพลังที่ไร้สาระ แต่คือการได้เห็นว่า ‘อาจารย์’ จะใช้วิธีไหนในการคอยระแวดระวังไม่ให้ ‘กรงขัง’ นี้แตกสลาย” เขาก้าวเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลง ลูคัสเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของมาเรียที่กำลังจะร่ายเวทมนตร์ป้องกันตัวไว้ได้อย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น กระแสเวทมนตร์ธาตุทั้งสี่ในตัวเขาสั่นพ้องกับพลังในห้องนี้จนเกิดเป็นละอองแสงสีรุ้งจางๆ ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขู่หรือกรรโชกทรัพย์” ลูคัสกระซิบแผ่วเบา “ผมมาที่นี่เพราะงานเลี้ยงฉลองในวันพรุ่งนี้... คือโอกาสสุดท้ายที่สภาจะส่งคนมาตรวจสอบหอคอยแห่งนี้ และถ้าพวกเขาพบว่าผนึกกำลังอ่อนแรงลง... ทุกอย่างที่อาจารย์ปกป้องมาจะพังทลาย” มาเรียนิ่งเงียบไป ลมหายใจของเธอติดขัด เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า เด็กหนุ่มที่เธอมองว่าฉลาดหลักแหลมคนนี้ ก้าวข้ามผ่านทุกทฤษฎีที่เธอเคยสอนไปไกลโข เขามองเห็นวงจรเวทมนตร์ของโลกใบนี้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าบรรดาจอมเวทระดับสูงในสภาเสียอีก “ทำไมถึงต้องช่วยฉัน?” มาเรียถามเสียงสั่น “เธอไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสี่ยงขนาดนี้ ลูคัส” “เหตุผลหรือคะ?” ลูคัสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “อาจารย์จำวันแรกที่ผมเดินเข้าห้องเรียนหลังห้องได้ไหม? วันที่ทุกคนมองผมเป็นแค่เศษขยะที่ไม่มีค่า แต่อาจารย์เป็นคนเดียวที่ส่งยิ้มให้ แล้วบอกว่า ‘เวทมนตร์ไม่ได้วัดกันที่พลังที่ปล่อยออกมา แต่วัดกันที่ความกล้าที่จะยอมรับสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน’... สำหรับคนอย่างผม คำพูดนั้นสำคัญยิ่งกว่าวิชาเวทมนตร์ใดๆ ทั้งหมดค่ะ” บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งสองเต้นรำไปกับจังหวะของสายลมยามค่ำคืน มาเรียลดมือลง เธอยอมจำนนต่อสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์แบบอาจารย์และลูกศิษย์ และจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ไม่มีใครกำหนดนิยามได้ ทันใดนั้นเอง หอคอยทั้งหอคอยก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! ฝุ่นผงจากเพดานร่วงหล่นลงมาตามจังหวะที่แรงสั่นสะเทือนแผ่ขยายออกไป เหมือนกับว่าสิ่งใดก็ตามที่ถูกขังอยู่ภายในกำลังรับรู้ถึงการมีอยู่ของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ *ตื๊ด!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานดังขึ้นในโสตประสาทของลูคัส แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ มันคือเสียงเตือนโทนต่ำที่สั่นประสาทจนเขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง [ระบบแจ้งเตือนระดับ SSS: บอสลับ ‘ผู้เฝ้าประตูหอคอยต้องห้าม’ ตื่นจากการหลับใหล!] [คำเตือน: รหัสลับถูกละเมิดโดยบุคคลภายนอก! ภารกิจบังคับ: ทำลายผนึกชั้นที่สิบสาม หรือสูญเสียชีวิต!] [สถานะปัจจุบัน: หอคอยกำลังจะพังทลายในอีก 300 วินาที... คุณต้องการเปิดเผยความลับทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน หรือเลือกหนทางรอดเพียงลำพัง?] ลูคัสเบิกตากว้าง เขาหันไปสบตามาเรียที่ซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว เสียงกระแทกจากประตูด้านหลังที่สั่นไหวอย่างรุนแรงเริ่มมีรอยร้าวเป็นสีดำทมิฬ “อาจารย์คะ...” ลูคัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าครั้งใด “ดูเหมือนว่างานเลี้ยงฉลองวันพรุ่งนี้... จะกลายเป็นงานศพของโรงเรียนแห่งนี้เร็วกว่าที่คิดนะคะ” เขากระชับมือที่จับข้อมือเธอไว้แน่น พร้อมกับเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังธาตุทั้งสี่ออกมาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะวินาทีนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป เมื่อสิ่งที่อยู่ในกรงขังเริ่มก้าวพ้นธรณีประตูออกมาเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้ว! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับลูคัสและอาจารย์มาเรียจนถึงบทนี้กับแอสทริดธาตุมนต์นะคะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%