ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว•ตอนที่ 19

ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้น

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับน้ำยาเวتอนุกรมธาตุลอยอบอวลจนเกือบจะกลกลืนไปกับความเงียบงันยามดึกในหอคอยต้องห้าม แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกมานารูปทรงแปดเหลี่ยมบนโต๊ะทำงานทำหน้าที่แทนตะเกียง ทอดเงายาวของสองร่างที่กำลังงดงามและเคร่งเครียดลงบนชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน "ถ้าคุณยังเดินวงจรมานาด้วยอัตราเรфของธาตุลมที่เร็วกว่าธาตุไฟสามวินาทีแบบนั้น หนังสือตำraโบราณเล่มนี้คงได้กลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่เราจะถอดรหัสบทที่สี่สำเร็จแน่ค่ะ ลูคัส" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงแววตักเตือนดังขึ้น พร้อมกับเรียวนิ้วเรียวยาวที่จดลงบนกระดาษคำนวณอย่างแม่นยำ มาเรียในชุดคลุมสีดำสนิทขยับตัวเล็กน้อยจนปลายผ้าคลุมเฉียดผ่านไหล่ของเด็กหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอレットป่าในคืนฤดูหนาวโชยแตะจมูก ทำให้ลูคัสที่กำลังจดจ่ออยู่กับการควบคุมละอองธาตุทั้งสี่ต้องชะงักมือ เด็กหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เด็กหลังห้อง’ ตัวแสบแห่งปีหนึ่งเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคู่คมของอาจารย์สาวลึกลับที่อยู่ใกล้จนแทบจะแนบชิด เขายิ้มมุมปากตามนิสัยที่มักซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ใต้ท่าทีเด็กดี "อาจารย์มาเรียกำลังเป็นห่วงตำรา หรือเป็นห่วงความปลอดภัยของผมกันแน่ครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ ติดปากไปหน่อย" ลูคัสแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดวงตาส่อแววดุเล็กน้อยของอีกฝ่าย มาเรียถอนหายใจเบาๆ อย่างระอา แต่มุมปากของเธอกลับซ่อนรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดา เธอวางปากกาขนนก2ลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคะ ลูคัส วงจรเวทมนตร์ธาตุทั้งสี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การที่เธอสามารถดึงเอาพลังของดิน น้ำ ลม ไฟ มาประสานกันในจุดศูนย์กลางเดียวได้ในวัยนี้ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่ความประมาทเพียงนิดเดียวอาจทำให้แก่นมานาของเธอระเบิดได้... และฉัน..." มาเรียเว้นวรรคไปชั่วขณะ หลบสายตาลงมองกระดาษตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ "...ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นกับลูกศิษย์คนโปรดค่ะ" คำว่า 'ลูกศิษย์คนโปรด' ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเป็นพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น การทำงานร่วมกันตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผ่านกองตำรานับร้อยเล่ม ปริศนาของสถาบัน และการทดลองขีดจำกัดเวทมนตร์ ได้ถักทอเส้นใยแห่งความไว้วางใจและความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นทีละน้อย โดยที่ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่ามันเกินขอบเขตของ 'อาจารย์และลูกศิษย์' ไปไกลลิบแล้ว ลูคัสหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาอัจฉริยะที่จริงจัง เขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชนกัน "ถ้าอย่างนั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าผมระมัดระวังตัวดีพอ อาจารย์ช่วยตรวจทานสมมติฐานการผสานธาตุดินกับน้ำรอบล่าสุดให้ผมหน่อยสิคะ... แบบตัวต่อตัว ชิดติดขอบโต๊ะแบบนี้เลย" มาเรียปรายตามองเด็กหนุ่มด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู เธอยื่นมือไปเคาะหน้าผากมนของเขาเบาๆ ด้วยด้ามปากกาขนนก "เจ้าเด็กคนนี้นี่... นับวันยิ่งกล้าต่อรองกับอาจารย์ใหญ่ขึ้นทุกทีแล้วนะคะ งั้นก็ว่ามาค่ะ ถ้าสมมติฐานของเธอมีช่องโหว่แม้แต่นิดเดียว ฉันจะสั่งให้เธอย้ายกลับไปนั่งแถวหน้าสุดติดโต๊ะอาจารย์ใหญ่ตลอดเทอมนี้เลยคอยดู" ทั้งสองคนก้มหน้าลงศึกษาแผนผังวงจรเวทมนตร์ร่วมกันอีกครั้ง เสียงกระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังคลอไปกับเสียงพลิกหน้ากระดาษอย่างตั้งอกตั้งใจ ความใกล้ชิดทางกายภาพและพลังมานาที่ประสานสอดคล้องทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ลูคัสอธิบายแนวคิดการใช้แรงโน้มถ่วงของธาตุดินมาหน่วงความเร็วของธาตุน้ำเพื่อสร้างสนามพลังป้องกันรูปแบบใหม่ ขณะที่มาเรียช่วยตบแต่งสมการคณิตศาสตร์เวทมนตร์ให้มีความเสถียรและไร้ที่ติ ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและงดงามนั้นเอง... ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูกลไกเวทมนตร์ของหอคอยต้องห้ามดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบลงในทันที ทั้งลูคัสและมาเรียผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ มาเรียปัดชายเสื้อคลุมและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นอาจารย์ผู้เคร่งขรึมในเสี้ยววินาที "เวลานี้... จะมีใครมาที่หอคอยต้องห้ามกัน?" มาเรียขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะที่นี่ถูกร่ายอาคมอำพรางตัวตนขั้นสูงไว้ แม้แต่ผู้อำนวยการสถาบันก็ไม่ควรจะหาพบในยามวิกาลเช่นนี้ ลูคัสหรี่ตามองไปที่ประตู บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นของธาตุลมที่เตรียมพร้อมรับมือ เขายกมือขึ้นห้ามมาเรียเล็กน้อยเป็นเชิงบอกให้ระวังตัว ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้บานประตูไม้สักโบราณที่สลักลวดลายรูน ก่อนที่มือเรียวของเด็กหนุ่มจะทันได้แตะลูกնิมิตเวทมนตร์เพื่อตรวจสอบผู้มาเยือน เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ลอดผ่านรอยต่อของประตูเข้ามา พร้อมกับละอองความมืดสีดำสนิทที่ซึมผ่านขอบประตูกระจายตัวลงบนพื้นห้อง *“อาจารย์มาเรีย... และเจ้าหนูอัจฉริยะผู้ซ่อนพลัง... เปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาจากมิติเบื้องล่างเถอะค่ะ... ความลับที่พวกเธอพยายามค้นหามาตลอด กำลังจะพังทลายลงในคืนนี้แล้ว...”* สิ้นเสียงกระซิบนั้น ผลึกมานาสีฟ้าบนโต๊ะทำงานก็เกิดระเบิดประกายไฟสีแดงวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง หน้าต่างกระจกสีโบราณแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ที่ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของลูคัสอย่างรุนแรง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ "ผู้กลืนกินเงา" บุกรุกหอคอยต้องห้าม!] [เงื่อนไขพิเศษ: ความสัมพันธ์ระดับ "ลึกซึ้ง" ระหว่างผู้ใช้และอาจารย์ถูกปลดล็อกพลังประสานธาตุขั้นสูงสุด!] ลูคัสหันกลับไปสบตากับมาเรียที่ตอนนี้แววตาฉายประกายความตื่นตระหนกและเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน มือเรียวของอาจารย์สาวเอื้อมมากุมมือเขาไว้แน่น ท่ามกลางเงาสะท้อนของภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดบานประตู ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับลูคัสจนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นที่มากกว่าเดิมนะคะ แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ นักเรียนหลังห้องคนนี้เก่งเกินไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%