"ถ้าเจ้ายังดึงดันจะก้าวเท้าเข้าไปอีกเพียงครึ่งนิ้ว ข้าเกรงว่าวิญญาณครึ่งๆ กลางๆ ของเจ้าคงได้สลายกลายเป็นปุ๋ยบำรุงรากไม้อาคมแถวนี้จริงๆ นะคะเด็กน้อย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของหุบเหวแห่งกาลเวลา ดังแว่วมาจากความว่างเปล่าข้างใบหูของไอวี่ แรงกดดันมหาศาลจากกระแสมานารอบตัวซัดเข้าใส่จนเด็กสาวต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นเขตแดนสีเงินยวง รองเท้าหนังขัดมันหยุดชะงักลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ห่างจากประตูบานคู่แกะสลักรูปงูOuroborosกลืนหางตัวเองไม่ถึงคืบ
ไอวี่ผ่อนลมหายใจยาว เหยียดแผ่นหลังให้ตรงเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาเล็กๆ ที่ปลายปลายนิ้ว เธอไม่ได้หวาดกลัวคำขู่ของเจ้าของเสียงนั้น เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมาในสถาบันเวทมนตร์อาร์เคนเทียร์ เสียงปริศนาในหัวนี่แหละที่เป็นทั้งเครื่องเตือนภัยและเพื่อนคุยยามวิกาลเพียงหนึ่งเดียวของเธอ
"ถ้าฉันกลัวคำขู่ ป่านนี้คงไม่ได้มายืนอยู่หน้าประตูชั้นสามสิบเจ็ดของหอสมุดต้องห้ามตอนตีสองแบบนี้หรอกค่ะ เซนอส" ไอวี่ตอบกลับในใจ พลางปรายตามองกลุ่มก้อนควันสีเทาจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือหัวไหล่ของเธอ
หอสมุดต้องห้ามในยามวิกาลไม่ใช่สถานที่ที่นักเรียนปีสองธรรมดาจะสามารถย่างกรายเข้ามาได้โดยสวัสดิภาพ ที่นี่คือเขตปลอดเวทที่ถูกผนึกด้วยอาคมโบราณ นักเรียนคนอื่นมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมิดและชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แต่สำหรับไอวี่แล้ว โลกใบนี้เต็มไปด้วยรอยแยก—รอยต่อของพลังงานเวทมนตร์ที่บิดเบี้ยวและรั่วไหลออกมาราวกับเส้นใยแมงมุมสีเทาหม่น และจุดที่เธอยืนอยู่ตอนนี้ คือจุดที่รอยแยกเหล่านั้นรวมตัวกันหนาแน่นที่สุดจนแทบจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดออกจากกัน
"ความอวดดีนี่ช่างถอดแบบมาจากอาจารย์สมัยเด็กของเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน..." เสียงทุ้มนั้นแค่นหัวเราะอย่างเหนื่อยหน่าย "แต่เอาเถอะ ในเมื่อดึงดันจะมาหาคำตอบเรื่องวงจรเวทที่พิการของเจ้า นักหนาก็ลองก้าวไปข้างหน้าดูสิ... ทางซ้ายมือห่างไปสามศอก ตรงนั้นไม่มีกับดักเวทหรอก มีเพียงประตูมิติที่พร้อมจะส่งวิญญาณเจ้าไปโผล่ที่บึงอสุรกายไร้เงาเท่านั้นเอง"
ไอวี่กลอกตาเล็กน้อยกับความปากจัดของอีกฝ่าย แต่เธอก็ยอมขยับเท้าไปทางซ้ายตามคำแนะนำนั้นอย่างแม่นยำ
แม้เธอจะเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการมองเห็น "โครงสร้างที่แท้จริง" ของเวทมนตร์—สยบความซับซ้อนของคาถาให้เหลือเพียงเส้นสายพลังงานที่ไหลเวียน แต่ความจริงอันโหดร้ายคือ เธอกลับไร้ซึ่ง "แก่นมานา" ในร่างกายที่จะร่ายเวทมนตร์ใดๆ ออกมาได้เลย สำหรับสถาบันที่วัดคุณค่าของมนุษย์ด้วยปริมาณประกายแสงในลูกแก้วธาตุ ไอวี่จึงเป็นได้แค่เพียงเศษขยะไร้ค่า เป็นเด็กฝึกหัดที่แม้แต่คาถาจุดไฟอุ่นชาก็ยังทำไม่ได้
และนั่นคือเหตุผลที่เธอต้องมาที่นี่
ท่ามกลางชั้นหนังสือโบราณที่ฝุ่นหนาเตอะจนส่งกลิ่นอับชื้น ไอวี่กวาดสายตามองหาเป้าหมาย แสงสีเทาจากรอยแยกนำทางเธอไปยังมุมอับที่สุดของห้องโถง ที่ซึ่งชั้นหนังสือขนาดมหึมาถูกผลักให้เอียงหลบราวกับหวาดกลัวสิ่งของบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ที่นั่น... มีกล่องไม้แกะสลักลวดลายประหลาดวางอยู่บนแท่นหินศิลา
มันไม่ใช่กล่องธรรมดา ลวดลายบนผิวไม้ขยับเขยื้อนได้เองราวกับมีชีวิต ชีพจรสีดำเต้นตุบๆ อยู่ภายใต้พื้นผิวเนื้อไม้เก่าคร่ำคร่า ทุกครั้งที่มันขยายตัวและหดตัว อากาศรอบๆ จะบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรอบแกรบราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย
"นั่นมัน..." เสียงของเซนอสขาดหายไปชั่วขณะ ความเยือกเย็นที่เคยประดับอยู่ในน้ำเสียงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัว
"คุณรู้จักมันเหรอคะ เซนอส?" ไอวี่ถามด้วยความระแวดระวัง มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนฝาปิดกล่อง
"ถอยออกมา! เดี่ยวนี้!"
เสียงตะคอกที่ดังขึ้นในหัวทำให้ไอวี่สะดุ้งสุดตัว ทว่า... สายเกินไปเสียแล้ว
ทันทีที่ปลายนิ้วของเด็กสาวเฉียดเข้าใกล้ผิวไม้ รอยแยกสีเทารอบตัวก็ระเบิดออกพร้อมกันราวกับเขื่อนแตก ลมพายุหมุนวนซัดเข้าใส่ร่างของเธอจนผมเผ้ากระเซิง แรงดึงดูดมหศาลฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของเธอให้ดิ่งวูบลงไปในความมืดมิด
ทว่า ในวินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอย กล่องไม้นั้นก็ดีดผางเปิดออกเองอย่างไร้เสียง
แสงสีทองสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิด บังคับให้ไอวี่ต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง สิ่งที่อยู่ภายในหาใช่สมบัติหรือคัมภีร์เวทโบราณอย่างที่คาดคิด—แต่มันคือ "ดวงตา" คู่หนึ่งที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นไม่ได้ไร้วิญญาณ แต่มันกำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ ราวกับรอคอยการมาเยือนนี้มานานนับพันปี
พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนในประวัติศาสตร์สถาบันเวทมนตร์ ก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของเธอ
[ ตรวจพบผู้สืบทอดสายเลือดแห่ง "เนตรพันรอยแยก" ]
[ เงื่อนไขการปลดล็อกระบบหอสมุดต้องห้าม: สำเร็จ ]
[ เริ่มต้นการเชื่อมต่อฐานข้อมูลระดับ SSS: โคตรเหง้าแห่งเวทมนตร์ที่สูญหาย... ณ บัดนี้ ]
--------------------
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "แอสทริดธาตุมนต์" ในตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
เซียนเวทไร้บท กับวิญญาณปริศนาในหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 1
รอยแยกสีเทาในหอสมุด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทไร้บท กับวิญญาณปริศนาในหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
