กลิ่นอายของฝุ่นผงโบราณและกระดาษหนังแกะที่หมักหมมมานับร้อยปีคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนแสบขื่น ทว่าสิ่งเดียวที่ไอวี่รับรู้ได้ในนาทีนี้ไม่ใช่ความอับชื้นของหอสมุดต้องห้าม หากแต่เป็นความเจ็บแปลบราถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปตามเส้นประสาททั่วร่าง ดวงตาข้างซ้ายของเธอกำลังร้อนผ่าว ราวกับมีเศษเสี้ยวของดวงดาวที่แตกสลายกำลังหมุนวนอยู่หลังม่านตา
ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็นเส้นแสงสีครามสลับทองนับร้อยเส้นที่พุ่งพล่าน รอยแยกของพลังงานเวทมนตร์ที่เคยเห็นเพียงรางเลือน บัดนี้กลับขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว มันกรีดร้องอยู่ในอากาศด้วยความถี่ที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่มันดังสะท้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะของเด็กสาวจนแทบระเบิด
"หยุดมองซะ... ถ้าไม่อยากให้สมองของเจ้ากลายเป็นโกโก้ครั้นช์เหลวๆ บนพื้น"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นในความเงียบ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าเล็กน้อยราวกับไม่ได้ถูกใช้งานมาเนิ่นนาน ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่กดดันให้หัวใจของไอวี่เต้นผิดจังหวะ
เด็กสาวหอบหายใจถี่กระชั้น มือเรียวบางข้างหนึ่งกุมขมับแน่น เล็บจิกเข้ากับผิวเนื้อจนรู้สึกถึงรสคราบเลือดจางๆ เธอพยายามกวาดสายตามองฝ่าความมืดของชั้นหนังสือสูงตระหง่าน จนกระทั่งเงาร่างหนึ่งที่เคยเลือนราง... บัดนี้เริ่มตกผลึกกลายเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้นทีละน้อย
ชายหนุ่มในชุดคลุมนักเวทโบราณที่ขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นหินด้วยความรู้สึกที่คล้ายกับว่าเขากำลังทดสอบแรงโน้มถศของโลกใบนี้อีกครั้ง เรือนผมสีเงินยวดยาวระต้นคอ ใบหน้าคมคายติดจะซีดเซียวไร้สีเลือด แต่ดวงตาสองข้างที่กวาดมองมาทางเธอกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ คมปลาบและเยือกเย็นจนน่าขนลุก
นั่นคือ "เซนอส" วิญญาณโบราณผู้ถูกจองจำไว้ในฐานข้อมูลระดับ SSS
"แก..." ไอวี่เค้นเสียงลอดไรฟัน ความเจ็บปวดจากการเชื่อมต่อสายเลือดเนตรพันรอยแยกยังคงเล่นงานเธอไม่หยุด "นาย... เป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมาอยู่ในหัวฉัน"
เซนอสแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับสาวเท้าเข้ามาใกล้เด็กสาวด้วยฝีเท้าที่ไร้ซึ่งสรรพเสียง ราวกับร่างของเขาเป็นเพียงกลุ่มควันสีเทาที่เคลื่อนไหวได้ ทว่าเมื่อเขาหยุดยืนตรงหน้า ร่างกายนั้นกลับทิ้งน้ำหนักลงบนพื้นราวกับมีตัวตนอยู่จริง
"ข้าคือใครไม่สำคัญเท่ากับว่า... บัดนี้ เจ้าได้เปิดประตูบ้านหลังใหญ่ที่ข้าเคยหลับใหลมาสามร้อยปีแล้วต่างหาก, แม่หนู" เซนอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นสำรวจมองรอยสัญลักษณ์เรืองแสงที่ปรากฏขึ้นบริเวณลำคอของไอวี่ "เนตรพันรอยแยก... สายเลือดที่โลกภายนอกคิดว่าสูญพันธุ์ไปพร้อมกับมหาสงครามเวทครั้งที่สาม ไม่น่าเชื่อว่าข้าจะได้เห็นมันตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างของเด็กกะโปโลที่ร่ายเวทพื้นฐานยังไม่ผ่านด้วยซ้ำ"
ไอวี่เม้มริมฝีปากแน่น ความดื้อรั้นในนิสัยทำให้เธอไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว แม้ขาทั้งสองข้างจะสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า "ฉันไม่ได้อยากเปิดมันสักหน่อย... ระบบบ้าพอนั่นมันบังคับฉันต่างหาก แล้วก็นะ เลิกเรียกฉันว่าเด็กกะโปโลได้แล้ว ฉันชื่อไอวี่!"
"ไอวี่..." เซนอสทวนชื่อนั้นช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสชาติของมัน "ชื่อธรรมดาเสียยิ่งกว่าเศษผงบนรองเท้าของข้า แต่ช่างเถอะ ในเมื่อพันธะสัญญาถูกสร้างขึ้นด้วยพลังเนตรของเจ้าและฐานข้อมูลหอสมุดแห่งนี้แล้ว... เราก็คงต้องกลายเป็น 'คู่หู' กันโดยปริยาย"
สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยวอีกครั้ง เกิดวงแหวนเวทสีครามเข้มรูปทรงซับซ้อนปรากฏขึ้นกลางอากาศระหว่างคนทั้งสอง มันหมุนวนด้วยความเร็วสูงพร้อมกับส่งเสียงหึ่งต่ำๆ แสงสว่างวาบสาดส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่เผยให้เห็นความตึงเครียดในแววตา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความเข้ากันได้ของคลื่นสมองระดับ 98.4%]
[กระบวนการผูกพันธะจิตวิญญาณ: เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
[คำเตือน: หากการเชื่อมต่อล้มเหลว วิญญาณของผู้ใช้จะถูกดึงดูดเข้าสู่หอสมุดต้องห้ามอย่างถาวรและไม่สามารถย้อนกลับได้]
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวทำให้ไอวี่เบิกตากว้าง ความหนתเหน็บแล่นริ้วจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่กำลังไหลทะลักจากร่างของเซนอสเข้ามาสู่ร่างกายของเธอ ผ่านทางเส้นสายพลังงานที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่พลังที่อ่อนโยน แต่มันคือพายุหมุนที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของเธอออกเป็นชิ้นๆ หากเธอควบคุมมันไม่ได้
"อึก..." ไอวี่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหิน มือทั้งสองข้างกำชายเสื้อคลุมของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า ผิวหนังทั่วร่างร้อนรุ่มรา-ถูกไฟแผดเผา
เซนอสขมวดคิ้วมุ่น ความเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปชั่วพริบตา เมื่อเขาพบว่าภาระจากการเชื่อมต่อนี้ไม่ได้ตกอยู่ที่ฝั่งเขาฝ่ายเดียว ร่างกายโปร่งแสงของวิญญาณหนุ่มเริ่มกระพริบไหวราวกับสัญญาณไฟใกล้ดับ
"ยัยโง่! ตั้งสติ!" เซนอสเอ็ดเสียงกร้าว มือหนาคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่บางของเด็กสาว แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนไอวี่รู้สึกเจ็บ "อย่าปล่อยให้กระแสมานามันกลืนกินตัวตนของเจ้า ถ้าจิตใจของเจ้าหลุดลอยตอนนี้ เจ้าก็จะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดไร้จิตวิญญาณในห้องสมุดนี้ไปตลอดกาล!"
"ฉัน... ฉันพยายามอยู่..." ไอวี่เค้นเสียงตอบกลับด้วยความยากลำบาก ลมหายใจขาดห่วง ดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากแสงสีทองที่สว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ
ในห้วงสำนึกที่กำลังเคว้งคว้าง ไอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึงมหาสมุทรอันมืดมิด ทว่าท่ามกลางความหนาวเหน็บและความโดดเดี่ยว กลับมีสัมผัสอุ่นร้อนสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาทางหัวไหล่ที่ถูกกุมไว้ มันไม่ใช่ความอบอุ่นแบบอ่อนโยน แต่เป็นพลังงานที่ดุดัน เด็ดเดี่ยว และมั่นคง ราวกับเสาหลักที่ค้ำจุนไม่ให้โลกทั้งใบพังทลายลงมา
เซนอสกัดฟันกรอด เขาถ่ายทอดพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปต้านทานกระแสมานาที่ปั่นป่วนของหอสมุด แม้เขาจะเป็นเพียงวิญญาณที่ไร้เนื้อหนัง แต่พันธะสัญญาที่ถูกบังคับด้วยกฎของหอสมุดต้องห้ามทำให้เขาต้องแบกรับชะตากรรมร่วมกับเด็กสาวผู้ดื้อรั้นคนนี้ไปโดยปริยาย
"คิดจะตายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเรียนบทแรกหรือไงกัน... เจ้าเด็กดื้อ" เสียงกระซิบของเซนอสลอดผ่านความโกลาหลในจิตใจ "ลืมตาขึ้นมาแล้วมองดูซะ... ว่าโลกที่แท้จริงที่พวกเจ้ามองข้ามมันหน้าตาเป็นอย่างไร!"
สิ้นเสียงคำรามนั้น ไอวี่ก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ ดวงตาสองข้างที่ปิดสนิทเปิดโพลงขึ้นอีกครั้ง
ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...
รอยแยกของพลังงานเวทมนตร์ที่เคยกระจัดกระจายอย่างไร้ระเบียบ บัดนี้กลับถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันด้วยเส้นใยแสงสีทองสว่างไสว กลายเป็นโครงข่ายขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้เข้าไว้ด้วยกัน และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ไอวี่มองเห็นมันทั้งหมดอย่างชัดเจน ทุกจุดอ่อน ทุกรอยรั่ว และทุกกลไกเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นดินลึก
[กระบวนการผูกพันธะจิตวิญญาณ: สมบูรณ์ 100%]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษ: "เนตรแห่งผู้สร้างและทำลาย" (ระดับ S)]
[คำเตือนจากระบบพิเศษ: ตรวจพบการบุกรุกจากพลังงานภายนอก... มีบางสิ่งกำลังเดินมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง และเป้าหมายของมันคือ... วิญญาณที่สถิตอยู่เบื้องหน้าคุณ]
ไอวี่และเซนอสชะงักกุนพร้อมกัน ทั้งคู่หันขวับไปมองยังประตูบานใหญ่ของหอสมุดต้องห้ามที่ปิดสนิท
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้ากำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกที... พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านทะลุกำแพงหินเข้ามา จนเศษฝุ่นบนพื้นลอยเคว้งคว้างในอากาศ
แอสทริดธาตุมนต์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเวทมนตร์นี้นะคะ
เซียนเวทไร้บท กับวิญญาณปริศนาในหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 2
วิญญาณที่ถูกลืม
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทไร้บท กับวิญญาณปริศนาในหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
