"ดวงตานับร้อยคู่มิได้มีไว้เพื่อมอง... แต่มีไว้เพื่อพิพากษา"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดขยี้กันดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ลู่เหวินหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นัยน์ตาสนิมเหล็กของเขายังคงทอประกายเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ปลายเท้าข้างหนึ่งแตะลงบนพื้นหินอย่างแผ่วเบา ร่างกายผสานกลมกลืนกับมิติรอบข้างราวกับวิญญาณกระบี่ที่ไร้รูปร่าง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือเงาร่างมหึมาที่มีอวัยวะบิดเบี้ยว ดวงตาสีโลหิตนับร้อยดวงจ้องเขม็งมายังผู้บุกรุก ไอสังหารเข้มข้นแผ่พุ่งจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก แต่มู่หลานเซียนที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับไม่แม้แต่จะเหลือบแลอสูรพันตาตัวนั้น ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางยังคงสง่างามและเย็นชาดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ ปลายกระบี่หยกในมือสะท้อนแสงเรืองรองขับเน้นให้บรรยากาศยิ่งกดดันถึงขีดสุด
"อสูรเงาทมิฬขั้นบรรพกาล... ดูท่าค่ายกลพันปีแห่งนี้จะเลี้ยงดูสัตว์ประหลาดน่ารังเกียจไว้ไม่น้อย" ลู่เหวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ราวกับกำลังวิจารณ์งานศิลปะชิ้นหนึ่ง "ทว่า มันมาขวางทางตอนที่เรากำลังเจรจากัน... ช่างเสียมารยาทเสียจริง"
มู่หลานเซียนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง มุมปากเรียวบางยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "หากเจ้าคิดจะใช้ปากกาอักขระวาดลวดลายใส่เจ้าเดรัจฉานนี่ เกรงว่าเวลาของเจ้าคงหมดลงก่อนที่หมึกจะแห้ง"
"ผู้หญิงมักดูถูกบุรุษเร็วเกินไปเสมอ" ลู่เหวินแค่นหัวเราะในลำคอ
สิ้นเสียง... ร่างของอสูรพันตาก็กู่คำรามจนผืนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น เงาร่างมหึมาพุ่งทะยานเข้าหาทั้งสองด้วยความเร็วราวดั่งสายฟ้าฟาด กรงเล็บอันแหลมคมนับร้อยตวัดลงมาหมายฉีกร่างของพวกมันให้เป็นจุล แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณกดทับลงมาจนหินผาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นผุยผง
ทว่า ลู่เหวินหาได้ขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นิ้วมือเรียวยาวดั่งหยกขาววาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกกลายเป็นค่ายกลอักขระสีทองอร่ามกลางเวหา แสงอักษรจีนโบราณนับหมื่นตัวหมุนวนเป็นวงแหวนซ้อนทับกันเจ็ดชั้น
*ฉับพลัน!*
เมื่อกรงเล็บมหึมาสัมผัสถูกค่ายกลอักขระ เสียงกังวานราวกับระฆังทองสัมฤทธิ์ก็ดังสนั่น แรงสะท้อนกลับอันน่าสะพรึงกลัวซัดร่างของอสูรพันตาจนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบจวบ ดวงตาสีโลหิตนับร้อยคู่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดว่ามนุษย์ผู้มีพลังปราณเพียงขั้นก่อเกิดจะสามารถใช้อักขระสะท้อนการโจมตีของมันได้
"วิชาอักขระดาราค่ายกล... เจ้าไปร่ำเรียนเคล็ดวิชานี้มาจากสำนักใดกันแน่" มู่หลานเซียนเอ่ยถามด้วยแววตาที่ฉายประกายความประหลาดใจเป็นครั้งแรก นางถูกจองจำในค่ายกลนี้มานับพันปี ย่อมรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในการควบคุมพลังอักขระฟ้าดิน แต่ชายหนุ่มเบื้องหน้ากลับใช้มันราวกับเป็นแขนขาของตนเอง
"เคล็ดวิชาตกทอดจากบรรพชน ไร้ชื่อและไร้สำนัก" ลู่เหวินตอบสั้นๆ ขณะที่มือยังคงประสานอินทร์ควบคุมค่ายกล "ตอนนี้... ข้าว่าเราควรจัดการเจ้าตัวน่ารำคาญนี่เสียก่อน แล้วค่อยมาคุยเรื่อง 'ข้อเสนอ' ของเราต่อดีกว่า"
มู่หลานเซียนไม่เอ่ยคำใดอีก นางเพียงก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างระหงพลաց1พุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ กระบี่หยกในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ไอเซียนอันบริสุทธิ์และเย็นยะเยือกแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้
"วิหากระบี่... เหมันต์นิรันดร์!"
สิ้นคำประกาศิตของนาง ดาบแสงกระบี่นับพันเล่มปรากฏขึ้นกลางนากาศ อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา พลังปราณอันทรงพลังของนางกดทับอสูรพันตาจนมันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย สายตานับร้อยคู่ฉายแววหวาดกลัวต่อหน้าสตรีผู้เปรียบดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง
*ฉับ!*
ประกายแสงสีฟ้าครามวาดผ่านความมืดมิดเพียงชั่วพริบตา ร่างมหึมาของอสูรพันตานิ่งงั้นไปชั่วขณะ ก่อนที่รอยแยกสีดำสนิทจะปรากฏขึ้นกลางลำตัว และร่างของมันก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีดำจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบสงบกลับคืนสู่หุบเหวเบื้องล่างอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและไอเย็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
มู่หลานเซียนเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างสง่างาม นางหันกลับมามองลู่เหวินด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น "ศัตรูถูกกำจัดแล้ว... ทีนี้ เจ้าจงพูดข้อเสนอของเจ้ามา ลู่เหวิน"
ลู่เหวินลดมือลง ค่ายกลอักขระสีทองเลือนหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย เขาก้าวเข้าไปใกล้นางอีกเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยแตะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษอันสุขุมนุ่มลึก
"ข้อเสนอของข้าเรียบง่ายยิ่งนัก" ลู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่น "ข้าต้องการความรู้เรื่องค่ายกลพันปีและแผนผังมิติที่เจ้าครอบครอง เพื่อใช้เป็นกุญแจในการตามหาความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายของตระกูลข้าในอดีต"
มู่หลานเซียนหรี่ตาลง "แล้วสิ่งแลกเปลี่ยนเล่า? โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรีๆ โดยเฉพาะความลับที่ข้าต้องแลกมาด้วยการถูกจองจำนับพันปี"
"สิ่งที่เจ้าจะได้แลกเปลี่ยน..." ลู่เหวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดั่งห้วงนํ้าลึกของนาง "คือ 'อิสรภาพ' และวิถีกระบี่ที่จะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งค่ายกลนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้กำลังทำลายล้าง"
ร่างของนางเซียนชะงักกะทันหัน หัวใจที่ด้านชามานับพันปีราวกับถูกค้อนหนักๆ ทุบเข้าอย่างจัง อิสรภาพ... สิ่งที่นางโหยหามาตลอดชั่วอายุขัย บัดนี้กลับถูกยื่นข้อเสนอโดยบุรุษผู้มีอายุอ่อนกว่านางไม่รู้กี่เท่า
"เจ้ามั่นใจนักหรือว่าเจ้าจะทำได้?" มู่หลานเซียนถาม เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
"ข้าไม่เคยพูดคำใดที่ไร้ความหมาย" ลู่เหวินยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือหนามั่นคงราวกับภูผา "ตกลงทำพันธสัญญาชั่วคราวกับข้า... มู่หลานเซียน ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชะตากรรมของเราถูกผูกติดกันไว้แล้ว"
มู่หลานเซียนมองมือของชายหนุ่มครู่ใหญ่ ก่อนที่เรียวปากบางจะแย้มยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมันต์แรกแย้มกลางฤดูหนาว ทรงพลังและดึงดูดใจจนแม้แต่ดวงดาราบนท้องนภาสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น
นางยกมือขึ้นวางทาบลงบนฝ่ามือของเขา ไออุ่นจากฝ่ามือของลู่เหวินแผ่ซ่านทะลุผ่านผิวหนังสัมผัสถึงหัวใจของนาง พันธสัญญาแห่งจิตวิญญาณถูกเชื่อมต่อกันในชั่วพริบตา แสงอักษรสีทองและสีฟ้าครามผสานเกลียวกันรอบกายทั้งสองราวกับมังกรและหงส์หยหยินหยาง
"หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง... คู่สัญญาของข้า" มู่หลานเซียนกระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา
ทว่า... ในวินาทีที่พันธสัญญาเสร็จสมบูรณ์ เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อนก็ดังสนั่นขึ้นจากเบื้องบน ท้องนภาที่เคยเงียบสงบกลับปรากฏรอยแยกสีดำขนาดมหึมา เมฆทัณฑ์สวรรค์สีม่วงเข้มม้วนตัวหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวทะลุมิติออกมา พร้อมกับกระบี่มารที่ชี้ตรงมายังพวกเขาทั้งสอง!
"ลู่เหวิน... ระวัง!" มู่หลานเซียนอุทานเสียงหลงเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารระดับทำลายล้างที่พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซียนกระบี่และนางมารผู้ถูกจองจำครับ
เซียนกระบี่ไร้ลักษณ์กับนางมารผู้ถูกจองจำในค่ายกลพันปี•ตอนที่ 3
ข้อเสนอแลกเปลี่ยน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ลักษณ์กับนางมารผู้ถูกจองจำในค่ายกลพันปี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!