"เก็บของของนายให้หมด แล้วไสหัวไปก่อนที่ผมจะเรียกยามมาลากคอออกไปให้เป็นเสนียดบริษัทครับ ธันวา!"
เสียงของ 'คุณอรรถพล' ผู้จัดการฝ่ายขายหน้าเลือดดังก้องไปทั่วโถงออฟฟิศ คำพูดนั้นไม่เพียงแต่ดูถูก แต่ยังจงใจให้รินรดาที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปได้ยินด้วย รินรดากำหมัดแน่น ใบหน้าสวยจัดนั้นซีดเผือด เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและโกรธแทน
ผมยืนกอดกล่องกระดาษลังที่ใส่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไม่กี่ชิ้น พลางขยับแว่นสายตาแล้วฉีกยิ้มที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เคยทำมา
"แหม คุณอรรถพลครับ... ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ แต่ผมว่า คนที่ควรต้องกังวลว่าจะมีที่ซุกหัวนอนคืนนี้หรือเปล่า น่าจะเป็นคุณมากกว่านะ"
"แกพูดว่าอะไรนะ!" อรรถพลลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพงที่เขาชอบโอ้อวดว่ามันสั่งทำพิเศษ
ผมไม่สนใจเขา ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง นิ้วโป้งกดลงบนปุ่มเล็กๆ ของระบบที่เพิ่งปรากฏขึ้นในสมองเมื่อเช้า [ระบบเศรษฐีจอมกวน] ส่งสัญญาณเตือนเบาๆ ในหัวผม
*ติ๊ง! ตรวจพบความต้องการของโฮสต์: 'การตบหน้าด้วยเงินสด' ระบบทำการอนุมัติ: บัตรเครดิต Black Card ไร้วงเงิน เตรียมพร้อมใช้งาน*
"รินครับ" ผมหันไปหารินรดาที่ยังทำหน้าเหวอ "ไปพักเที่ยงกันเถอะครับ วันนี้ผมมีนัดกับเซลล์ขายรถแถวๆ นี้พอดี อยากให้คุณช่วยไปดูเป็นเพื่อนหน่อยว่า 'รถราคาถูกๆ' ที่ผมจะซื้อน่ะ มันพอจะขับไปส่งคุณที่บ้านได้ไหม"
รินรดาเบิกตากว้าง "ธันวา... นายเพิ่งตกงานนะ อย่าเพิ่งหาเรื่องประชดชีวิตด้วยการไปดูรถเลย เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเอง"
ผมยักไหล่กวนๆ แล้วเดินนำออกไปท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของพนักงานทั้งแผนก อรรถพลหัวเราะร่วนตามหลังมา "ไปดูรถ? สงสัยคงไปดูรถเมล์ล่ะสิท่า! อย่าลืมเช็คราคาค่าตั๋วก่อนขึ้นนะไอ้กระจอก!"
ผมหยุดเดินที่หน้าตึก แต่ไม่ได้เลี้ยวไปที่ป้ายรถเมล์ ผมเดินตรงไปยังโชว์รูมรถหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเพิ่งเปิดตัวโมเดลใหม่ในวันนี้
เซลล์ขายรถหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาต้อนรับ แต่พอเห็นสภาพการแต่งตัวของผมที่ใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ เขาก็ชะงัก สายตาที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นดูแคลนทันที
"ขอโทษนะครับคุณลูกค้า... โชว์รูมของเราขายรถระดับซูเปอร์คาร์ ถ้าจะมาดูเล่นเพื่อถ่ายรูป อัปสตอรี่ลงโซเชียล ผมแนะนำว่าไปศูนย์ใกล้ๆ ดีกว่าครับ"
ผมไม่ได้โกรธ กลับรู้สึกสนุกจนกลั้นหัวใจไม่อยู่ ผมหยิบบัตรสีดำสนิทที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรัศมีอำนาจที่ระบบส่งให้มาออกมาวางบนเคาน์เตอร์
"ผมไม่ได้มาดูเล่นครับ" ผมมองไปที่รถสปอร์ตคันสีแดงเพลิงที่จอดโชว์อยู่ตรงกลางโถง "คันนั้นน่ะครับ สีแดงสวยดี ผมเอาคันนี้ และก็... ขออีกคันเป็นสีดำด้านด้วยแล้วกันครับ เห็นว่าขับดีนะ"
"หึ... บัตรเด็กเล่นหรือเปล่าครับนั่น?" เซลล์หนุ่มหัวเราะในลำคอ แต่เขาก็ยอมรับบัตรไปรูดเพื่อจะตบหน้าผมด้วยความจริงที่ว่า 'ยอดเงินไม่พอ'
รินรดาที่เดินตามมาข้างหลังดึงชายเสื้อผมไว้แน่น "ธันวา! นายทำบ้าอะไรเนี่ย รถพวกนี้คันละหลายสิบล้านนะ!"
อรรถพลที่เดินตามมาดูเหตุการณ์เพื่อจะซ้ำเติมผมยืนกอดอกอยู่ข้างหลัง มันยิ้มเยาะเย้ยรอจังหวะที่ผมจะโดนไล่ออกไปอย่างอับอาย
*ติ๊ง!*
เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นสั้นๆ แต่ทว่า... ไฟหน้าจอเครื่องรูดบัตรกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวค้าง
"คุณลูกค้าครับ..." เซลล์หนุ่มหน้าซีดเผือด มือที่ถือบัตรสั่นระริก "ยอดเงิน... ยอดเงินโอนผ่านฉลุยครับ... ไม่มีการจำกัดวงเงิน... ระบบธนาคารใหญ่ที่สุดในประเทศเพิ่งอนุมัติการซื้อขายระดับ VIP ระดับสูงสุดให้ท่าน"
บรรยากาศในโชว์รูมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน อรรถพลอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก ส่วนรินรดามองผมเหมือนเห็นมนุษย์ต่างดาว
ผมหยิบบัตรคืนมาอย่างใจเย็น หันไปหาอรรถพลที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินแล้วตบไหล่เขาเบาๆ สองสามครั้ง
"เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะอรรถพล? อ้อ... ผมเกือบลืมไปเลย" ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันที่ระบบเพิ่งติดตั้งให้ "พอดีผมเพิ่งนึกได้ว่าบริษัทที่คุณทำงานอยู่เนี่ย เจ้าของรายใหญ่เขากำลังร้อนเงิน เลยเผลอกดซื้อไปเมื่อกี้ตอนที่กำลังเดินข้ามถนนมาที่นี่น่ะครับ"
ผมยื่นหน้าจอให้เขาดู มันคือตราประทับการเป็นเจ้าของรายใหม่ของบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่อรรถพลสังกัดอยู่
"ยินดีด้วยนะครับอรรถพล... ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป คุณคือ 'ลูกน้อง' คนใหม่ของผม และผมก็เป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยชอบเก็บขยะไว้ในออฟฟิศเสียด้วยสิ"
ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวก็ดังระงมอยู่เหนือโชว์รูม มันบินต่ำลงมาจนกระจกโชว์รูมสั่นสะเทือน ลมพัดแรงจนฝุ่นตลบ ผมก้าวเดินออกไปที่ลานจอดรถหน้าตึก มองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่มีเงาของเครื่องบินลำยักษ์ทอดผ่านลงมา
"อ้อ รินครับ... เลิกเป็นพนักงานบัญชีเถอะ" ผมหันไปยิ้มให้รินรดาที่กำลังยืนตะลึง "เพราะต่อจากนี้ไป คุณคือเลขาฯ ส่วนตัวของท่านประธานบริษัทที่รวยที่สุดในย่านนี้แล้วครับ"
ประตูรถสปอร์ตคันสีแดงเพลิงถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดที่เพิ่งวิ่งกรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังผมราวกับผมเป็นกษัตริย์ที่เพิ่งเสด็จประพาสต้น
"ไปกันเถอะครับ เราต้องไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศใหม่กันหน่อย... อ้อ ใช่สิ อรรถพลน่ะ ช่วยรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ พอดีผมอยากเห็นคุณก้มกราบพื้นให้ดูสักนิดก่อนจะไล่ออก"
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของธันวานะครับ แล้วเจอกันตอนหน้าครับ!
ฮาไม่จำกัด
ขอโทษทีครับ พอดีผมเผลอซื้อบริษัทคุณไปแล้ว•ตอนที่ 2
บัตรเครดิตใบนี้ไม่มีวงเงิน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเผลอซื้อบริษัทคุณไปแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
