เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังลอดมาจากกลุ่มไฮโซตระกูลดังเบื้องหน้า ไม่ได้ทำให้เอวาลินน์ คาร์ไลล์ กระพริบตาแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามรัตติกาล ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของห้องโถงจัดเลี้ยงกาล่าการกุศลประจำปี
"โอ้ ดูนั่นสิคะคุณหญิง... นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คุณหนูตระกูลตกอับผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะกอบกู้บริษัทที่กำลังจะล้มละลายด้วยเงินไม่กี่เหรียญ ดูสภาพตอนนี้สิคะ ไร้ซึ่งหุ้นส่วน ไร้ซึ่งเกียรติยศ แถมยังต้องมาเดินงานนี้ด้วยชุดเก่าเก็บปีมะโว้ น่าสมเพชเสียจริงนะคะ"
เสียงแหลมสูงของเลดี้วิกตอเรีย บุตรีแห่งดยุกผู้ทรงอิทธิพล ดังขึ้นจงใจให้แขกเหรื่อรอบข้างได้ยิน รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของหล่อนฉาบด้วยความสะใจอย่างไม่ปิดบัง รอบตัวหล่อนเต็มไปด้วยบรรดาคุณหนูและนักธุรกิจหน้าเลือดที่พร้อมจะเหยียบย่ำคนที่ตกอับกว่าเพื่อยกตนให้สูงขึ้น
เอวาลินน์เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก หล่อนไม่ได้ตอบโต้ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธตามที่พวกมันคาดหวัง ในทางตรงกันข้าม ความนิ่งสงบของเอวาลินน์กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวนางพญาตกอับผู้นี้ทรงพลังจนน่าขนลุก
"ความสุขจากการเหยียบย่ำคนอื่น... คงเป็นอาหารอันโอชะเดียวที่พวกคุณหลงเหลืออยู่ในชีวิตสินะคะ เลดี้วิกตอเรีย" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราคมมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ทอดเสียงช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "น่าเสียดายนะคะที่ความสุขราคาถูกแบบนั้น มันมักจะมีอายุสั้นเสียยิ่งกว่าดอกไม้ประดับในงานนี้เสียอีก"
"นี่เธอ! นังเด็กปากดี!" เลดี้วิกตอเรียหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
"ฉันพูดความจริงต่างหากล่ะคะ" เอวาลินน์ก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง แรงกดดันมหาศาลจากสตรีผู้ผ่านความตายและความอัปยศมาแล้วรอบด้าน พุ่งเข้าใส่จนอีกฝ่ายเผลอผถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "คุณพูดถึงหุ้นส่วนและเกียรติยศสินะคะ... งั้นลองก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณตอนนี้ดูสิคะ ว่าหุ้นของตระกูลวิกตอเรียในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้... มันเหลือมูลค่าเท่ากับเศษกระดาษทิชชูในห้องน้ำหรือยัง"
สิ้นคำพูดนั้น โทรศัพท์ในมือของบรรดาเศรษฐีรอบกลุ่มก็เริ่มสั่นระรัวพร้อมกัน เสียงแจ้งเตือนข่าวสารทางเศรษฐกิจดังระเบิดขึ้นราวกับเสียงปรบมือมรณะ ใบของทุกคนเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา เมื่อตัวเลขสีแดงฉานดิ่งลงเหวอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ในวินาทีแห่งความโกลาหลนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เซดริก เวสเทิร์น องครักษ์ผู้เงียบขรึมและเป็นเงาตามตัวของเอวาลินน์มาตลอด เอื้อมมือมาโอบเอวคอดกอดไว้อย่างหลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจที่เย็นชาของหญิงสาวอุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของเซดริกกราดมองกลุ่มคนที่เคยเหยียดหยามคนรักของเขาด้วยแววตานิ่งงันแต่น่าหวาดหวั่น ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าสบตา
"คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากครับ ที่รัก" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูของเอวาลินน์ด้วยความชื่นชม
เอวาลินน์ยิ้มรับ สตรีสาวหันกลับมาเผชิญหน้ากับความพินาศของศัตรูอย่างเหนือกว่า ทว่า ก่อนที่ความสะใจจะสมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ทางเข้าประตูใหญ่ พร้อมกับร่างของประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินแห่งชาติที่เดินนำหน้าการ์ดติดอาวุธเข้ามาในงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ใครคือผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของกลุ่มทุนเวสเทิร์นและคาร์ไลล์ตัวจริง... ขอเชิญแสดงตัวด้วยครับ ทางเราพบความผิดปกติทางการเงินระดับชาติ!"
เซดริกขยับตัวบังหน้าเอวาลินน์ไว้เล็กน้อย ทว่าหญิงสาวกลับแตะแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงห้าม ก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้าอย่างท้าทาย พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่จุดประกายขึ้นบนเรียวปากอิ่ม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับแผนการอันเฉียบคมของเอวาลินน์ในตอนนี้ด้วยนะคะ
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 8
งานเต้นรำแห่งการนองเลือด
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!