เสียงกระดาษรายงานการตรวจสอบทางการเงินที่ถูกสะบัดลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพง ดังบาดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณในขุมนรก
"มันเป็นไปไม่ได้..."
เคาน์เตอร์ ดยุคแห่งตระกูลลูเซียน พึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากย่นยู่ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้เบิกกว้างจนแทบถลнหลุดออกมานอกเบ้า เมื่อตัวเลขสีแดงฉานนับร้อยล้านเหรียญบนหน้าจอตอบรับสถานะ 'ล้มละลาย' ปรากฏเด่นหรี่อยู่เบื้องหน้า
เอวาลินน์ คาร์ไลล์ ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ของห้องประชุมใหญ่ เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ท่าทางของเธองดงามราวกับนางพญาหงส์ผู้สูงศักดิ์ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ ชุดสูทเข้ารูปสีชาโคลช่วยขับเน้นทรวดทรงและออร่าแห่งความเป็นผู้กุมชัยชนะให้เด่นชัดขึ้นไปอีกขั้น
"ท่านดยุกคะ ตกใจอะไรกันคะ?" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง "เกมธุรกิจที่ท่านเคยใช้เหยียบย่ำตระกูลคาร์ไลล์ของดิฉันในอดีต ก็แค่ส่งต่อความพินาศกลับมาหาท่านในวันนี้เท่านั้นเองค่ะ"
"นัง... นังเด็กสารเลว!" เคาน์เตอร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น พยายามลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นระริก "แกทำอะไรกับหุ้นของฉัน! แกเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้นเพื่อมากว้านซื้อหุ้นทั้งหมดในมือฉัน! ตระกูลลูเซียนมีรากฐานมากี่ร้อยปี แกไม่มีทางล้มพวกเราได้หรอก!"
เอวาลินน์หัวנסเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทำให้ชายชราผู้เคยทรงอำนาจถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับเก้าอี้อีกครั้ง
"รากฐานงั้นหรือคะ?" เอวาลินน์ก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ตัวเลขและเอกสารทางกฎหมายนับสิบฉบับถูกผลักไปตรงหน้าเขา "รากฐานที่สร้างขึ้นบนคราบน้ำตาของผู้อื่น บนการทุจริต และบนหนี้สินที่ซุกซ่อนไว้ใต้พรม... มันไม่ใช่รากฐานหรอกค่ะท่านดยุก แต่มันคือปราสาททรายที่รอวันพังทลายต่างหาก และวันนี้ ดิฉันก็แค่เดินมาสะกิดมันเบาๆ ให้ท่านได้เห็นความจริง"
สตรีสาวก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าห่างจากเคาน์เตอร์เพียงไม่กี่คืบ ดวงตาสีไพลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของอดีตผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่
"จำวันที่พ่อของดิฉันต้องคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากท่านได้ไหมคะ? ท่านเหยียบย่ามพวกเราอย่างไร วันนี้ดิฉันเพียงแค่คืนกำไรให้ท่าน... เป็นร้อยเท่าพันทิวีค่ะ"
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดผางออก เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจสอบการทุจริตแห่งชาติและตำรวจเศรษฐกิจนับสิบนายเดินเรียงแถวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความอัปยศอบอวลไปทั่วทุกตารางเมตร เคาน์เตอร์หันไปมองรอบตัวด้วยความสิ้นหวัง ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ไม่มีพรรคพวกคนใดกล้าสบตา แม้แต่ทนายความส่วนตัวยังถอยร่นไปยืนหลบมุมตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
ในวินาทีที่กุญแจมือเหล็กเย็นเฉียบกำลังจะถูกสวมลงบนข้อมือของเคาน์เตอร์ ประตูห้องก็เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้ทรงอิทธิพล
เซดริก เวสเทิร์น ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง แม้ภายนอกเขาจะสวมชุดสูทเรียบง่ายในฐานะองครักษ์และคู่ชีวิตที่คอยติดตามเอวาลินน์ แต่แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ เซดริกเดินตรงมาหยุดยืนเคียงข้างเอวาลินน์ ก่อนจะโอบเอวบางไว้ด้วยสัมผัสที่อบอุ่นและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
เซดริกปรายตามองอดีตดยุกผู้พ่ายแพ้ด้วยหางตา น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"บัญชีลับในสวิสเซอร์แลนด์ที่ท่านพยายามซ่อนไว้ ถูกอายัดเรียบร้อยแล้วครับท่านดยุก... รวมถึงเกาะส่วนตัวและสินทรัพย์ทุกชิ้นที่ท่านโยกย้ายออกนอกประเทศในรอบสามปีนี้ ไม่มีชิ้นไหนรอดพ้นระบบตรวจสอบของเราไปได้หรอกครับ"
เคาน์เตอร์เบิกตาค้าง ร่างกายสั่นเทิ้มจนพูดไม่ออก ความจริงที่ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีผู้กุมตลาดการเงินโลกตัวจริงเสียงจริง กระแทกเข้าใส่สมองจนสติสัมปชัญญะแทบหลุดลอย ความเย่อหยิ่งทั้งหมดในชีวิตถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เอวาลินน์เหลือบมองชายหนุ่มข้างกาย รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยความสะใจที่เอ่อล้นในทรวงอก การล้างแค้นที่รอคอยมานาน บัดนี้งملกงามและสมบูรณ์แบบราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอก
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเคาน์เตอร์เดินผ่านร่างของทั้งสองคนออกไป เสียงโซ่ตรวนกระทบพื้นดังสะท้อนก้อง ปิดฉากอำนาจมืดของตระกูลลูเซียนลงอย่างถาวรในชั่วพริบตาเดียว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงจากชัยชนะอันหอมหวาน เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของเซดริกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
เซดริกก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและผ่อนคลายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบหันขวับมามองหน้าเอวาลินน์ทันที
"มีอะไรหรือคะเซดริก?" เอวาลินน์ถามขึ้นด้วยความสังเกตเห็นความผิดปกติ
เซดริกไม่ตอบคำถามในทันที เขากดเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กขึ้นกลางอากาศ ภาพแผนที่ดาวเทียมและรหัสลับสีแดงฉานกำลังวิ่งพล่าน บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของกองกำลังปริศนาที่กำลังมุ่งตรงมายังตึกสำนักงานใหญ่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
"ดูเหมือนว่า... เกมที่ท่านดยุกเล่น จะเป็นแค่ฉากหน้าของหมากตัวใหญ่กว่าที่ซ่อนอยู่ในเงาครับเอล" เซดริกเอ่ยเสียงเครียด พร้อมกับยื่นบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดที่สลักตราสัญลักษณ์ลึกลับให้เธอ พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินมาจอดนิ่งสนิทบนลานดาดฟ้าตึกเหนือศีรษะพวกเขาพอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ!
ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป•ตอนที่ 27
จุดจบของอาชญากรชุดสูท
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดิ่งเหวกับบัลลังก์เงินตราที่เปลี่ยนไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!