"ถ้าความมินิมอลคือข้ออ้างของความมักง่าย อาคารนี้ก็คงเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความขี้เกียจที่แพงที่สุดในทศวรรษครับ"
เสียงประกาศจากสมาร์ทโฟนราคาแพงระยับไม่ได้ดังขึ้นจากลำโพงธรรมดา แต่มันคืองานออนแอร์ของรายการพอดแคสต์วิจารณ์ศิลปะที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเวลานี้ และเจ้าของน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำนั้น ก็กำลังทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบถึงกับกำปากกาในมือแน่นจนพลาสติกแทบปริร้าว
ธันวานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสตูดิโอออกแบบส่วนตัว แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นสาดส่องลงบนกระดาษไขที่เต็มไปด้วยลายเส้นร่างของโปรเจกต์เรือธง "The Horizon" โครงการคอมเพล็กซ์มูลค่าหลายพันล้านที่เขาใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิตในการขัดเกลาทุกตารางเมตรให้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ทว่า... ในเวลานี้ ทุกเส้นสายความภูมิใจของเขากำลังถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของยัยนักวิจารณ์ปากกล้าคนนั้น
*พริมา*
แค่คิดถึงชื่อนี้ เส้นเลือดที่ขมับของธันวาเต้นตุบๆ อย่างควบคุมไม่ได้ ผู้หญิงอะไร ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่ากรรไกรตัดลวด เธอมักจะซ่อนความเจ็บแสบไว้เบื้องหลังน้ำเสียงนุ่มนวลและหลักการสถาปัตยกรรมที่อ้างอิงมาอย่างดิบดี ทุกครั้งที่เธอวิจารณ์งานใคร ไม่เคยมีคำว่าไว้หน้า และเป้าหมายล่าสุดในสัปดาห์นี้ ก็คือผลงานชิ้นเอกที่เขาเพิ่งส่งมอบให้ลูกค้ากระเป๋าหนักไปเมื่อวานซืน
"โครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกดัดโค้งอย่างไร้ทิศทางนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงความพลิ้วไหวตามที่ผู้ออกแบบพยายามแก้ตัวในเล่มพรีเซนต์เลยแม้แต่น้อยครับ... มันดูเหมือนเศษซากอุตสาหกรรมที่ถูกทิ้งร้างมากกว่าจะเป็นแลนด์มาร์กใจกลางเมือง ผมชักสงสัยแล้วว่าสถาปนิกผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ ใช้ตาข้างไหนมองตอนที่ดรอว์ฟอร์มมันขึ้นมา"
เสียงหัวเราะเบาๆ ในตอนท้ายของพริมาที่ลอดออกมาจากสปีกเกอร์ ทำให้ธันวายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขัน แต่มันคือรอยยิ้มของเสือหนุ่มที่กำลังแยกเขี้ยวเตรียมขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว
นิ้วเรียวยาวกดหยุดเสียงในโทรศัพท์ทันที ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้าง แต่บรรยากาศกลับอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตา, แม้จะดูนิ่งสงบตามวิสัยของสถาปนิกมาดขรึมผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์รุนแรงต่อหน้าสาธารณชน แต่ภายในอกกลับร้อนระอุราวกับมีลาวาเดือดพล่าน
"วิจารณ์งานผมว่าเป็นเศษซากอุตสาหกรรมอย่างนั้นเหรอ... พริมา" ธันวาพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้าทายที่ถูกกดเก็บไว้ภายใต้ความเยือกเย็น "ปากเก่งแบบนี้ สงสัยคงไม่เคยโดนคนออกแบบตึกตบหน้าด้วยโปรเจกต์จริงสินะครับ"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นรูปร่างสง่างามสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ธันวากวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานที่มีภาพร่างรางวัลระดับนานาชาติแขวนเรียงราย เขาไม่เคยยอมให้ใครมาหยามเกียรติทางวิชาชีพของตัวเองได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เอาแต่กะเกณฑ์ความงามจากทฤษฎีในตำราโดยไม่เคยลงมือผสมปูนเองสักครั้งในชีวิต
สมาร์ทโฟนบนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาพร้อมข้อความจากเลขาฯ ส่วนตัว
*(คุณธันวาครับ ทางนิตยสาร Art & Space แจ้งมาว่า งานสัมมนาสถาปัตยกรรมประจำปีสัปดาห์หน้า พวกเขาเชิญคุณกับคุณพริมาขึ้นเวทีดีเบตกันในหัวข้อ 'ความงามที่แท้จริง vs ทฤษฎีบนหอคอยงาช้าง' ครับ จะให้ผมปฏิเสธไหมครับ?)*
ธันวาจ้องมองหน้าจออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกขึ้นสูงกว่าเดิม รอยยิ้มที่อันตรายที่สุดในรอบปีปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
*(ไม่ต้องปฏิเสธครับ)* เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยปลายนิ้วที่มั่นคง *(บอกพวกเขาว่า ผมตกลง... และผมจะเป็นคนเตรียมหัวข้อไปเองทั้งหมด)*
ในเมื่ออีกฝ่ายอยากเล่นเกมเชือดเฉือนผ่านไมโครโฟนนัก เขาก็จะจัดเวทีต้อนรับแม่นักวิจารณ์ฝีปากกล้าคนนี้ด้วยตัวเอง ให้ได้รู้ซึ้งกันไปเลยว่า ระหว่างทฤษฎีสวยหรูบนหน้ากระดาษ กับความเป็นจริงที่เฉียบคมจนต้องจดจำไปตลอดชีวิต อย่างไหนมันจะน่ากลัวกว่ากัน
ธันวาปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง หยิบสูทตัวนอกมาพาดบ่าอย่างใจเย็น ก้าวเดินด้วยฝ่าเท้าที่หนักแน่นมั่นคงมุ่งหน้าออกจากห้องทำงานเพื่อเตรียมตัวสำหรับแผนการเอาคืนที่เขาคัดสรรไว้เป็นอย่างดี
ทว่า... ในจังหวะที่มือหนากำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูห้องทำงานเพื่อก้าวออกไปข้างนอก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประวัติศาสตร์ความซวยหรือโชคชะตาเล่นตลกก็ไม่ทราบได้ เพราะก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือของใครบางคนที่มีสิทธิ์ขาดเหนือพื้นที่นี้ทุกตารางนิ้ว
ร่างเพรียวบางในชุดสูทกระโปรงสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยสะบัดตามจังหวะการเดิน และดวงตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทายคู่นั้น... กำลังจ้องตรงมาที่เขาโดยไม่ต้องหลบสายตา
"ขอโทษทีนะครับ พอดีฉันผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอา 'บทวิจารณ์ฉบับสมบูรณ์' พร้อมลายเซ็นต์ของฉันมาส่งให้คุณถึงที่... เผื่อว่าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณ จะได้อ่านทบทวนความล้มเหลวของตัวเองก่อนนอน"
เสียงใสแต่บาดลึกดังขึ้น พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างไม่เกรงใจ
ธันวานิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า—พริมา นักวิจารณ์สาวตัวแสบที่เพิ่งด่าผลงานของเขาออกพอดแคสต์ไปหยกๆ กลับมายืนลอยหน้าลอยตาอยู่กลางถ้ำเสือด้วยตัวเอง โดยที่เขาไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหาเลยแม้แต่น้อย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์เสมอมานะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 1
บทวิจารณ์ที่จุดชนวน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!