สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 22

กับดักความสัมพันธ์

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แฟลชจากกล้องดิจิทัลของสื่อสายสถาปัตยกรรมกลุ่มใหญ่สาดวาบเข้าใส่ใบหน้าของธันวาและพริมาติดต่อกันจนแทบมองไม่เห็นทางเดินเบื้องหน้า เสียงกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาเซเลบในแวดวงนักออกแบบดังระงมไปทั่วโถงจัดนิทรรศการใจกลางเมือง ท่ามกลางบรรยากาศงานกาล่าดินเนอร์เปิดตัวโปรเจกต์แห่งปีที่ควรจะหรูหรา กลับกลายเป็นเวทีประจานความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้น "อุ๊ย... ดูเหมาะสมกันจนน่าอิจฉาเลยนะคะคุณธันวา หรือว่าข่าวลือเรื่องคู่กัดพากันลงจากคานจะจริง?" เสียงแหลมสูงของบรรณาธิการนิตยสารหัวสีชื่อดังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความชุลมุน พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น3เหลี่ยมคมชัด เขาขยับตัวบังร่างบางของพริมาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจจะอยากถอนหายใจยาวๆ กับความวุ่นวายที่โถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนตั้งแต่เหตุการณ์ชวนหัวใจวายเมื่อครู่ พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิงไปให้กลับเข้าที่ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่ยอมแพ้ เธอก้าวออกมาจากเงาของสถาปนิกหนุ่มเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นอย่างเยือกเย็นตามแบบฉบับนักวิจารณ์ปากกล้าที่ใครๆ ก็เกรงกลัว "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ... เอ้ย! สำหรับคำชมนะครับ เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ..." พริมาเกือบหลุดปากโป้งตามความคุ้นชิน แต่เบรกตัวเองแทบไม่ทันเมื่อตระหนักได้ว่าเธอกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งวงการ "หมายถึงว่า... ขอบคุณสำหรับจินตนาการบรรเจิดของทุกคนมากกว่าค่ะ ที่พยายามจับคู่ให้ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่กับคนเจ้าระเบียบอย่างคุณธันวา" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังรอบโต๊ะอาหาร ธันวาเหล่ตามองคนข้างกายด้วยแววตาคาดโทษ แต่มุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นนิดหน่อยอย่างไม่รู้ตัว ร้ายกาจ... ผู้หญิงคนนี้ไม่มีคำว่ายอมจำนนจริงๆ "ผมว่าคุณพริมาคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าเกรงขาม สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มนักข่าวและเพื่อนร่วมอาชีพที่กำลังตั้งอกตั้งใจฟัง "เราสองคนแค่มาร่วมงานในฐานะตัวแทนวิชาชีพ ไม่ได้มีสถานะอื่นอย่างที่พวกคุณพยายามจะปั้นแต่งข่าวเพื่อขายหัวข้อข่าว" "แหม... ปฏิเสธเสียงแข็งแบบนี้ ระวังจะกลืนน้ำลายตัวเองทีหลังนะคะคุณธันวา" เสียงแซวจากสถาปนิกอาวุโสท่านหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์สนุกสนาน "ใครๆ ในวงการก็รู้ว่าพวกคุณกัดกันมาตั้งแต่โปรเจกต์หอศิลป์จนถึงรีสอร์ทริมทะเล ยิ่งเกลียดก็ยิ่งใกล้... สัจธรรมเขามีแบบนี้ทั้งนั้น" ธันวาเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มเหลือบมองพริมาที่ยืนนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าเนียนใสของนักวิจารณ์สาวขึ้นสีเรื่อจางๆ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่เถียงไม่ออกต่างหาก ในขณะที่ธันวากลับรู้สึกว่าหัวใจในอกกระหน่ำเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อสมองดันประมวลผลคำว่า *'ยิ่งเกลียดก็ยิ่งใกล้'* วนซ้ำไปซ้ำมา บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดขึ้นทีละน้อยเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธันวารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ พวกเขาจะตกเป็นเครื่องมือของการปั่นกระแสในโซเชียลมีเดียไปมากกว่านี้ สถาปนิกหนุ่มจึงตัดสินใจยื่นมือออกไปคว้าข้อศอกเรียวของพริมาเอาไว้ด้วยแรงพอประมาณ "ขอตัวก่อนนะครับ งานเลี้ยงยังอีกยาวไกล หวังว่าทุกคนจะสนุกกับค่ำคืนนี้นะครับ" เขากล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะออกแรงดึงให้พริมาเดินตามออกมาจากวงล้อมของนักข่าวและผู้ร่วมงานที่ส่งเสียงแซวไล่หลังมาไม่ขาดสาย พริมาขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็ยอมก้าวเท้าตามแรงจูงนั้นแต่โดยดี จนกระทั่งมาหลบมุมอยู่ตรงระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบและไร้ผู้คน "ปล่อยได้แล้วค่ะคุณธันวา ฉันเดินเองได้!" พริมาสะบัดแขนออกทันทีเมื่อพ้นจากรัศมีสายตาของผู้คน เธอหันมาจ้องหน้าเขาเขม็ง "คุณคิดจะทำอะไร ถึงลากฉันออกมาแบบนั้น เสียมารยาทกับผู้ใหญ่รู้ตัวบ้างไหมคะ" ธันวาถอนหายใจยาว ปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกเพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "คนที่เสียมารยาทและไม่ยอมหยุดพูดจาเหลวไหลคือพวกเขากต่างหาก พริมา... คุณไม่เห็นหรือไงว่าพวกเขากำลังสนุกบนความอึดอัดของเรา" "แล้วทำไมคุณต้องทำท่าทางเหมือนหงุดหงิดขนาดนั้นด้วยล่ะคะ?" พริมาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตหรี่มองอย่างจับผิด "หรือว่าคำพูดของคนพวกนั้นมันไปจี้ใจดำอะไรคุณเข้า คุณกลัวว่าข่าวนี้จะทำให้ภาพลักษณ์สถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาของคุณด่างพร้อยงั้นสิ?" ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม ความสูงที่ได้เปรียบทำให้เขาต้องโน้มใบลงมามองคนตัวเล็กกว่าที่ถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใสของระเบียง ดวงตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่ทำให้พริมาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ภาพลักษณ์ของผมจะด่างพร้อยหรือไม่... มันไม่สำคัญเท่ากับที่คุณเอาแต่คิดไปเองว่าผมรังเกียจข่าวพวกนั้นหรอกนะครับ" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ ไอร้อนจากตัวตนของเขาทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตา "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?" พริมาเสียงสะดุด หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง "ผมไม่ได้บอกสักคำว่าผมเกลียดข่าวนี้..." ธันวากระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเอาแต่ใจที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท "ในทางกลับกัน... บางทีผมอาจจะกำลังคิดว่า คนที่พูดกันในวงการว่าเราเหมาะสมกัน อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่คุณวิจารณ์ได้เข้าเป้าที่สุดตั้งแต่เรารู้จักกันมาแล้วก็ได้" พริมาเบิกตากว้างสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดเย้าแหย่แต่จริงจังของเขาพุ่งชนความรู้สึกจนตั้งรับไม่ทัน ร่างบางแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนที่ถูกกักตัวไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งของสถาปนิกหนุ่ม ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด แต่ก่อนที่พริมาจะทันได้หาเสียงของตัวเองเจอเพื่อตอกกลับประโยคกำกวมนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของทางเดินระเบียง "ขอโทษทีครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณหรอกนะ แต่พอดีท่านประธานสมาคมสถาปนิกกำลังตามหาคุณธันวาอยู่ข้างใน มีเรื่องด่วนต้องคุยกันตอนนี้เลย" ธันวาชะงักกึก เขากัดฟันกรอดด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด ขณะที่พริมาหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจปนโล่งอก เมื่อธันวาหันกลับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตากลมโตของเขาก็ต้องหรี่แคบลงด้วยความระ2แวงขั้นสุด เมื่อพบว่าคนที่ยืนพิงผนกกำแพงกอดอกมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น **"กรณ์"** อดีตรุ่นพี่คนสนิทของพริมาที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเคยประกาศตัวชัดเจนว่าสนใจในตัวนักวิจารณ์สาวคนนี้เช่นกัน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%