“ถ้าคุณยังเอาเวลาชีวิตไปเสี่ยงกับเกมธุรกิจสกปรกของเมธา... ก็เตรียมตัวเก็บของออกจากชีวิตฉันได้เลยค่ะ ริน!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เคยเป็น หากแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นพร่าบางเบาที่คนหูไวอย่างรินสัมผัสได้ทันที กวินในยามนี้ไม่ได้ดูน่าเกรงขามดั่งซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ หากแต่คล้ายผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว—หวาดกลัวความสูญเสียในสิ่งที่ตนเองพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจมาตลอด
รินชะงักมือที่กำลังจะผลักแผงอกกว้างออก ดวงตากลมโตไหวระริกยามเงยขึ้นสบกับนัยน์ตาคมกราบที่มักจะฉายแววดุร้ายและเย่อหยิ่งเสมอ แต่ในวินาทีนี้... มันกลับสะท้อนภาพเงาของความอ่อนล้าและร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความสมบูรณ์แบบ
“คุณกวิน...” รินครางแผ่วเบa ความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำ พ่นคำพูดแสบสันเพื่อเอาชนะเหมือนทุกครั้งมลายหายไปในพริบตา เมื่อปลายนิ้วแกร่งที่เคยใช้เซ็นสัญญาหลักร้อยล้านกลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เอื้อมมาแตะลงบน
“อย่าไปยุ่งกับมันอีก... ริน” กวินย้ำเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้มนวล กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบยามค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
“ผมไม่ได้อยากไปยุ่งค่ะ แต่คุณเมธาต่างหากที่ล้ำเส้นเข้ามา แถมหลักฐานที่เขาเอามาขู่คุณมัน...”
“ผมไม่สนใจหลักฐานบ้าบออะไรนั่นทั้งนั้น!” กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทรงอำนาจหลุดรอดออกมาด้วยความร้อนรน ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงมาในดวงตาของริน ราวกับต้องการจะควักเอาความจริงใจทั้งหมดออกมายืนยัน “สิ่งที่ผมสนใจ... มีแค่คุณปลอดภัยหรือเปล่า ริน คุณไม่เข้าใจจริงๆ เหรอวะ ว่าทำไมผมถึงต้องหัวเสียทุกครั้งที่คุณเอาตัวไปแลกกับเรื่องพวกนี้!”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งระดับพระกาฬทำให้รินถึงกับพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราฃกับจะหลุดออกมานอกอก กวิน... คนที่ด่าเขาว่าดื้อรั้น คนที่จิกกัดเขาด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนทุกวี่ทุกวัน กำลังสารภาพความห่วงใยออกมาด้วยท่าทีที่เก้ๆ กังๆ และไร้ซึ่งฟอร์มใดๆ ทั้งสิ้น
นี่น่ะเหรอ... มุมอ่อนแอที่ซ่อนอยู่หลังความดุร้าย?
รินกะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจแกมเอ็นดูอย่างประหลาด นิ้วเรียวยาวที่เคยตั้งท่าจะบวก ลูบเบาๆ บนปกเสื้อสูทเนื้อดีที่ยับยู่ยี่จากการยื้อยุดเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน
“ปากบอกว่าไม่สนใจ แต่ทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแบบนี้... ใครจะไปเชื่อคะว่าคุณไม่ได้แคร์”
“ริน...” กวินครางชื่ออีกฝ่ายด้วยความอับจนหนทาง ผู้ชายที่กุมบังเหียนบริษัทมูลค่ามหาศาลกลับต้องมาจนมุมให้กับนายปากเก่งตัวแสบที่ยืนอยู่ตรงหน้า “อย่ามาทำเป็นรู้ดีนะ”
“ก็เห็นอยู่คาตาค่ะ” รินอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนกวินถึงกับนิ่งงันไป “คุณกวินคะ... คุณกลัวเหรอคะ? กลัวว่าฉันจะหายไปเหมือนใครอีกคนในอดีตของุ웃หรือเปล่า?”
สิ้นคำถามนั้น บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็งในทันที กล้ามเนื้อทั่วร่างของกวินเกร็งค้าง นัยน์ตาคมวูบไหวรุนแรงราวกับถูกจี้เข้าที่แผลเป็นที่พยายามปกปิดมาตลอดหลายปี ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่มือหนจะคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงร่างบางเข้าหาตัวแนบชิด จนแผ่นอกบอบบางแนบสนิทกับแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรง
“อย่าพูดชื่อนั้น... อย่าเอาใครมาเปรียบกับคุณ” กวินกระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดต้นคอระหงจนรินขนลุกซู่ ความดุดันที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางอย่างที่รินไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
“ฉันไม่ใช่ใครที่ไหนสักหน่อยค่ะ ฉันก็คือริน... คนที่คุณเพิ่งบอกว่าห่วงใยเมื่อกี้ไงคะ” รินกระซิบตอบเสียงนุ่ม พลางยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายเข้าหา เพื่อโอบกอดความอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างของซีอีโอหนุ่ม
สัมผัสอบอุ่นที่แนบชิดทำให้กวินชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะรวบร่างบางเข้ามาแนบอกแน่นขึ้น ราวกับต้องการันตีว่าอีกฝ่ายมีตัวตนอยู่จริงและจะไม่หายไปไหน ความเหนื่อยล้าจากการต่อ1สู้ในโลกธุรกิจและความกดดันมหาศาลมลายหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงกลิ่นกายหอมละมุนและความอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านจากร่างในอ้อมกอด
ดวงตาคมเข้มมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหม่า ความรู้สึกโหยหาบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาในอกจนยากจะควบคุม กวินก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนลมหายใจหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน...
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะเข้าหากันนั้นเอง—
*ปัง!*
เสียงประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูให้พังทลายลงในพริบตา
“ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะพอดี... แต่ดูเหมือนผมจะมาถูกเวลาใช่ไหมครับ คุณกวิน?”
เมธายืนยันกายสง่าอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนความสงบสุขนี้ให้ลุกเป็นไฟอีกครั้ง
หวังว่ารี้ดที่รักของตุ๊กตาโบราณจะยังไม่ปาหนังสือใส่จอแล้วตามไปหยิกยัยรินกับคุณกวินกันซะก่อนนะคะ เพราะบทต่อไปบอกเลยว่าสงครามประสาทครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นแบบไม่มีใครยอมใครแล้วค่ะ!
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 19
คนขี้อ้อนที่ไม่เคยเห็น
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!