กลิ่นอายฝนเจือจางที่ยังตกค้างบนพื้นคอนกรีตเปลือยของดาดฟ้าตึกร้างชั้นสี่สิบสาม ไม่ได้ช่วยชะล้างความระอุคุกรุ่นในอกของรินลดาลงได้เลยแม้แต่น้อย
หยาดน้ำตาที่เพิ่งร่วงเผาะลงกระทบพื้นซีเมนต์เมื่อครู่ ถูกความเย่อหยิ่งและแรงแค้นแผดเผาจนเหือดแห้งไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงประกายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดโกนที่สะท้อนเงาของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป
อคิน อัครเดโช ไม่ได้ขยับกายเข้าไปใกล้เธอกว่าเดิม เขายังคงยืนเว้นระยะห่างในรัศมีที่ให้เกียรติ แต่กลับทรงอิทธิพลพอจะกดดันให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับมีมวลมหาศาลกดทับ นัยน์ตาคมกราบสีนิลคู่นั้นกวาดมองร่องรอยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนใสของวิศวกรสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาประสานสายตานิ่งสนิท สื่อความนัยล้ำลึกที่ยากจะคาดเดา
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่คะ... คุณอคิน"
เสียงหวานติดแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด รินลดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างไร้ความปรานี ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบฝุ่นปูนจากการควบคุมการรื้อถอนเมื่อช่วงบ่าย กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าอุ้งมือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับรอยแผลเป็นในใจที่ตระกูลศรัณย์ฝากไว้—ครอบครัวที่ถูกพราก บริษัทรับเหมาที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนถูกฮุบด้วยเอกสารปลอมแปลง และความตายของพ่อที่ถูกป้ายสีว่าเป็นอุบัติเหตุ
อคินยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา หากแต่ทรงพลังพอจะทำให้โลกทั้งใบสั่นคลอน
"ผมไม่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อความสูญเปล่า... รินลดา" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน นุ่มนวลแต่เด็ดขาด "แต่ผมกำลังยื่น 'เครื่องมือ' ให้คนที่กำลังอยากจะสับศัตรูเป็นชิ้นๆ ต่างหากล่ะคะ"
ดาริน ทนายความสาวมือขวาที่ยืนสงաբอยู่เบื้องหลังอคิน ก้าวออกมาครึ่งก้าวพร้อมกับแฟ้มหนังสีดำสนิท เธอบรรจงเปิดมันออกเผยให้เห็นเอกสารชุดหนึ่งที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกข้างเคียง
"นี่คือบัญชีลับ, สัญญาเงินกู้สีเทา, และหลักฐานการฟอกเงินผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลศรัณย์ค่ะคุณรินลดา" ดารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมและตรวจสอบความถูกต้องโดยทีมกฎหมายระดับโลกของท่านประธานอคิน... มันมากพอที่จะส่งศรัณย์และพวกพ้องเข้าห้องขังโดยไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวัน และในขณะเดียวกัน... มันก็เพียงพอที่จะทำให้บริษัทของพวกเขาละลายหายไปจากตลาดหุ้นภายในเวลาไม่ถึงเจ็ดวัน"
รินลดาชะงัก สายตาคมกวาดมองตัวเลขและลายเซ็นบนเอกสารเหล่านั้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตะลึง ข้อมูลเหล่านี้คือสิ่งที่เธอตามหามาตลอดสามปี—สิ่งที่ทำให้เธอต้องยอมก้มหัว ยอมอดทนเป็นแค่วิศวกรต้อยต่ำในบริษัทรับเหมาที่พวกมันเหยียบย่ำ เพื่อรอคอยวันที่โครงสร้างตึกเหล่านี้จะพังทลายลง
แต่ทว่า... ในโลกของทุนนิยมอันโหดร้าย ไม่มีของฟรีสำหรับความแค้น
"แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน?" รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาอคินตรงๆ ความหวาดระแวงฉายชัดในแววตา "คนระดับอคิน อัครเดโช ไม่มีความจำเป็นต้องลงมือจัดการมดปลวกอย่างพวกมันด้วยตัวเอง... ทำไมต้องเป็นฉัน?"
อคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นฝน เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีนิลจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยร่องรอยพยศ
"เพราะคุณคือ 'วิศวกรสายรื้อถอน' ที่รู้จุดอ่อนโครงสร้างของพวกมันดีที่สุดยังไงล่ะคะ" อคินกระซิบชิดริมหมาดหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทแต่น่าหลงใหล "ผมมีเงินทุน... มีอำนาจ... และมีพลังในการทำลายล้างที่พวกมันคาดไม่ถึง แต่ผมขาดคนที่จะคอย 'วางระเบิด' ลงในจุดที่เจ็บปวดที่สุด... คนที่เข้าใจความแค้นระดับเดียวกับผม"
เขายื่นปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่สลักชื่อย่อด้วยทองคำแท้มาตรงหน้าเธอ
"เซ็นสัญญานี้ซะ... แล้วผมจะมอบอาณาจักรทั้งหมดของศรัณย์ให้คุณเป็นคนกดปุ่มระเบิดด้วยมือของคุณเอง"
รินลดานิ่งงิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวบนยอดตึก นี่ไม่ใช่แค่ข้อเสนอทางธุรกิจ แต่มันคือสัญญาเลือดที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เธอเหลืออยู่ หากปฏิเสธ เธอก็เป็นได้แค่ตัวตลกที่รอวันถูกบดขยี้ แต่ถ้าตอบรับ... เธอจะต้องก้าวเข้าสู่เกมอำนาจที่อันตรายที่สุดในประเทศ
ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะเอื้อมไปแตะด้ามปากกา ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็คำรามกึกก้องเหนือศีรษะ แรงลมมหาศาลตีระลอกคลื่นอากาศจนเสื้อสูทของอคินและชายกระโปรงของรินลดาปลิวไสว
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำด้านไร้รอยต่อ ลายพรางพิเศษสไตล์กองทัพ พุ่งทะยานขึ้นมาจากลานจอดข้างเคียงอย่างกะทันหัน พร้อมกับสปอตไลท์สว่างจ้าที่ส่องตรงลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ร่างของชายผู้หนึ่งก้าวลงมาจากบันไดลิงพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่รินลดาจำได้แม่นยำ—ศรัณย์ ในชุดสูทราราคาแพงเดินมาพร้อมกับบอดี้การ์ดสี่คนในชุดดำ
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทบนยอดตึกของ 'คุณวิศวกรตกอับ' กับ 'ท่านประธานผู้สูงส่ง' หรือเปล่าครับเนี่ย?" ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความเหยียดหยาม
รินลดาหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... มือหนาของอคินก็คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ถอยหนี
อคินไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายืดตัวตรงอย่างสง่างาม ปรายตามองศรัณย์ราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า ก่อนจะกดสมาร์ตโฟนในมือเพียงครั้งเดียว
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือของบอดี้การ์ดและของศรัณย์เอง ศรัณย์ขมวดคิ้วด้วยความฉงน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู แววตาสีหน้าถอดสีในพริบตาเมื่อหน้าจอแสดงผลเอกสารการอายัดบัญชีธนาคารทั้งหมดของบริษัทในเครือศรัณย์ พร้อมกับหมายจับศาลอาญาในข้อหาฟอกเงินและฉ้อโกงประชาชนที่เพิ่งถูกอนุมัติสดๆ ร้อนๆ
"แก... แกทำอะไรวะ!" ศรัณย์แผดเสียงลั่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
อคินแย้มยิ้มเย็นชา ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ
"ยินดีต้อนรับสู่การล้มละลายค่ะ... คุณศรัณย์" อคินเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันมามองรินลดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนสะใจ "ทีนี้... คุณพร้อมจะเซ็นสัญญารื้อถอนตระกูลมันร่วมกับผมหรือยังคะ... ที่รัก"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ความสะใจบทใหม่ไปกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ!
มหาเศรษฐีหน้าตายกับวิศวกรสายรื้อถอน•ตอนที่ 2
ข้อเสนอจากยอดตึก
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีหน้าตายกับวิศวกรสายรื้อถอน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!