เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาของความเปราะบางที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าว รินลดาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวไล่ไปตามรอยต่อของกระดาษสัญญาซื้อขายที่ถูกปลอมลายเซ็นเมื่อห้าปีก่อน กลิ่นอายของความอยุติธรรมยังคงคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บเอกสารเก่าคร่ำคร่าของกรมโยธาธิการ แม้เวลาจะผ่านไปจนหยาดน้ำตาของเธอเหือดแห้งไปหมดแล้วก็ตาม แต่ไฟแห่งการชำระแค้นไม่เคยอดดับลงแม้แต่เสี้ยววินเดียว
"คุณรินคะ เอกสารชุดนี้ถูกดึงออกจากระบบคลังกลางเมื่อสามวันก่อน โดยมีรหัสผ่านระดับผู้บริหารอนุมัติ... และถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่ถือรหัสนี้อยู่ในมือตอนนี้ คงกำลังนอนจิบค็อกเทลราคาแพงอยู่บนเพนต์เฮาส์ย่านสุขุมวิทค่ะ"
เสียงของดารินที่ดังลอดมาจากโทรศัพท์มือถือเปิดลำโพงเต็มไปด้วยความเฉียบคมและเยือกเย็น ทนายความมือขวาของอคินไม่ได้เพียงแค่ช่วยเธอดึงข้อมูล แต่กำลังยื่นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้บดขยี้อนาคตของศรัณย์ให้แหลقคามือ
รินลดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววับด้วยประกายแห่งความดุดันที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพลักษณ์วิศวกรสาวผู้สุภาพเรียบร้อย "เขาคิดว่าการกว้านซื้อหุ้นบริษัทรับเหมาช่วงของพ่อฉันจะทำให้ความจริงตายไปพร้อมกับท่านสินะคะ... แต่เขาลืมไปว่า ซากปรักหักพังที่เขาฝังเอาไว้ มันกำลังจะกลายเป็นหลุมศพของเขาเอง"
ในโลกของวิศวกรรม ไม่มีโครงสร้างไหนที่แข็งแกร่งจนไม่มีจุดอ่อน และในโลกธุรกิจของศรัณย์ ความโลภคือรอยร้าวขนาดมหึมาที่รอวันพังทลาย
ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาในห้วงความคิด วันที่บิดาต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดจากหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ วันที่ตระกูลอัครเดโชและเครือข่ายทุนสีเทาเข้ามาฮุบมรดกหยาดเหงื่อทุกหยดไปอย่างไร้ความปรานี รินลดาจำต้องกลืนกินความเจ็บปวด ยอมลดตัวลงมาทำงานเป็นวิศวกรสายรื้อถอน เพื่อรอคอยวันที่ตึกสูงระฟ้าของพวกมันทรุดตัวลงมาต่อหน้าต่อตา
"คุณอคินรู้เรื่องนี้หรือยังคะ?" รินลดาเอ่ยถามเสียงเรียบ ขณะกวาดสายตาอ่านชื่อบริษัทนอมินีที่อยู่เบื้องหลังการฮุบที่ดิน
"ท่านประธานรอจังหวะนี้มานานแล้วค่ะ... และเขากำลังเดินทางมาหาคุณที่ไซต์งานตอนนี้" ดารินเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของรินลนลานเล็กน้อย "เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ เกมกระดานนี้กำลังจะเปลี่ยนจากตั้งรับ เป็นการไล่ล่าค่ะ"
ติ๊ด! สายถูกตัดไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาในห้องเก็บเอกสาร อคิน อัครเดโช ปรากฏกายขึ้นในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปไร้รอยยับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวน้ำแข็งสลักเรียบเฉยจนอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาว
"เอกสารพวกนั้นคงไม่ทำให้คุณตาลายจนมองไม่เห็นหรอกนะ ว่าใครคือคนที่คุณควรคิดบัญชีเป็นคนแรก" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนรินลดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้หอมราคาแพงและบุคลิกที่แผ่รังสีความมั่งคั่งออกมาอย่างไร้ความพยายาม ทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ ดูอึดอัดขึ้นมาทันตา
รินลดาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล "ฉันจัดการเองได้ค่ะ คุณอคินไม่ต้องเอาเงินมหาศาลมาละลายเล่นเพื่อความสะใจของฉันหรอกนะคะ"
อคินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อความดื้อรั้นของเธอ "เงินของฉันไม่ได้เอาไว้ละลายเล่นหรอกนะรินลดา... แต่มันเอาไว้ซื้อความยุติธรรมในแบบที่กฎหมายห่วยๆ เอื้อมไม่ถึงต่างหาก ศรัณย์มันกำลังคิดว่าตัวเองคุมเกม แต่มันไม่รู้เลยว่า กระดานนี้ทั้งกระดานถูกกว้านซื้อไว้ในนามของบริษัทโฮลดิ้งของฉันหมดแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้รินลดานิ่งงดไปชั่วขณะ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตะลึง อคินไม่ได้แค่ช่วยเธอสืบหาความจริง แต่เขาเล่นเกมการเงินระดับโลกเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของศศรัณย์จนแทบไม่เหลือทางรอด
"คุณทำแบบนั้นทำไม..." รินลดาถามเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่สั่นคลอนเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับความทุ่มเทที่ไร้ขีดจำกัดของผู้ชายคนนี้
"เพราะฉันเกลียดพวกเศษสวะที่เหยียบบนความพินาศของคนอื่นเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่... และสำคัญที่สุด ฉันไม่ชอบให้ใครมาทำลายของที่มีค่าในสายตาของฉัน" อคินยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่คางเรียวของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสายตาที่ลุ่มลึกจนน่ากลัว "จำไว้ว่า หนี้เลือดต้องชำระด้วยความพินาศ และศรัณย์จะต้องคุกเข่าขอร้องให้เราเมตตาด้วยมือของคุณเอง"
ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยคำใด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดจากหน้าไซต์งานก่อสร้างหลักของศรัณย์ รถหรูราคาแพงหลายคันขับเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ พร้อมกับร่างของศรัณย์ที่ก้าวลงมาจากรถด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือถือแท็บเล็ตโชว์ข้อความแจ้งเตือนว่า หุ้นทั้งหมดของบริษัทเขากำลังถูกเทขายอย่างหนักในตลาดหลักทรัพย์ และบัญชีธนาคารทุกแห่งถูกอายัดโดยคำสั่งศาลฉุกเฉินจากกองทุนลึกลับ
ศรัณย์กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ และคนที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
อคินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นชา "ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด... ไปกันเถอะค่ะ วิศวกรคนเก่ง ได้เวลาไปตรวจรับมอบซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนออกแบบความพินาศให้มันแล้ว"
รินลดาผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาส่องประกายความสะใจอย่างปิดไม่มิด เธอกวาดเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญใส่กระเป๋าเอกสาร ก่อนจะก้าวตามแผ่นหลังกว้างของมหาเศรษฐีหนุ่มออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู
ทว่า ในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะเปิดออกที่ชั้นล่าง เสียงโทรศัพท์มือถือของอคินก็ดังขึ้น เสียงปลายสายรายงานบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอคินหายวับไปในพริบตา ดวงตาคมกริบหันกลับมามองรินลดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและระมัดระวังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"คุณอคิน มีอะไรคะ?" รินลดาถามด้วยความสังหรณ์ใจที่แปลกประหลาด
อคินยังไม่ทันได้ตอบคำถาม ประตูลิฟต์ก็เปิดผางออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทราคาแพงผู้หนึ่ง กำลังยืนรออยู่พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมายังพวกเขา ชายคนนั้นตบมือเบาๆ สองครั้งก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินลดาเย็นเฉียบ
"ยินดีด้วยนะครับที่คุณอคินกว้านซื้อหุ้นสำเร็จ... แต่เกรงว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริงของบริษัทตระกูลศรัณย์ จะไม่ใช่ศรัณย์อย่างที่คุณคิดหรอกนะครับ" ชายแปลกหน้าหันมามองรินลดาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "สวัสดีครับคุณรินลดา... ไม่คิดเลยนะครับว่า ลูกสาวคนเดียวของคนที่ 'ฆ่าตัวตาย' คนนั้น จะยังกล้าโผล่หัวมาทวงแค้นกับ 'ผู้มีพระคุณ' ตัวจริง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความสะใจและเกมเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
มหาเศรษฐีหน้าตายกับวิศวกรสายรื้อถอน•ตอนที่ 3
ราคาของความจริง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีหน้าตายกับวิศวกรสายรื้อถอน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!