เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองไม่ได้ดังสนั่นจนน่าตกใจ แต่น้ำหนักของมันกลับมากพอที่จะทำให้บรรยากาศภายในห้องสืบสวนคดีพิเศษเย็นเยียบลงในพริบตา กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับมีเมฆหมอกสีเทาปกคลุม
สารวัตรกรณ์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาจ้องมองคำสั่งราชการแผ่นสีขาวที่เพิ่งถูกวางลงตรงหน้า ตัวอักษรสีดำสนิทบนหัวกระดาษตราครุฑปรากฏชัดเจนจนบาดตา—*คำสั่งย้ายด่วน และคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว*
"เซ็นรับเสียเถอะสารวัตร กรณ์" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลอย่างจอมปลอมของผู้กำกับธนาดังขึ้น รอยยิ้มใจดีที่มักประดับอยู่บนใบหน้าของนายตำรวจระดับสูงผู้นี้ในยามปกติ บัดนี้กลับดูคล้ายคมมีดที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษ "อย่าทำให้มันกลายเป็นเรื่องยากสำหรับคุณและสำหรับผมเลยครับ"
กรณ์ไม่ขยับเขยื้อน ปลายนิ้วของเขากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ตรรกะและความถูกต้องที่เคยยึดมั่นมาตลอดชีวิตการรับราชการกำลังถูกอำนาจมืดเบื้องบนบดขยี้อย่างเลือดเย็น เพียงเพราะเส้นทางสืบสวนของเขากำลังสาวไปถึงรายชื่อผู้มีอิทธิพลในกระบวนการฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งมีชื่อของผู้กำกับธนาพ่วงอยู่ด้วยในฐานะสถาปัตยกรรมแห่งความเงียบ
"ผมกำลังจะได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะมัดตัวฆาตกรตัวจริงในคดีฆกรรมอำพรางเมื่อสัปดาห์ก่อน ท่านผู้กำกับส่งคำสั่งนี้มา... เพื่อความสงบเรียบร้อยของสถานี หรือเพื่อความปลอดภัยของใครบางคนกันแน่ครับ" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมกรดที่พร้อมจะกรีดแทงทุกคำโกหก
ผู้กำกับธนาหัวเราะในลำคอเบาๆ กิริยาท่าทางนั้นเปี่ยมด้วยความมั่นใจของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู เขาเอามือประสานกันไว้บนโต๊ะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองนายตำรวจหนุ่มผู้ดื้อรั้นด้วยความรู้สึกเวทนาแกแกมสมเพช
"ความยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่ถูกเขียนไว้ในตำราเรียนหรอกนะสารวัตร... มันคือสิ่งที่ผู้มีอำนาจประกาศต่างหากว่าอะไรคือความถูกต้อง" ธนาถอนหายใจยาวราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังเอ็นดูเด็กดื้อ "คุณเป็นตำรวจน้ำดี กรณ์ ผมรู้ แต่น้ำดีเกินไปมักจะไปล้างบางปลาในบ่อจนตายหมด... และสุดท้ายคุณก็จะจมน้ำตายเสียเอง รับคำสั่งนี้แล้วไปพักผ่อนเสียเถอะ ทีมของคุณถูกกระจายกำลังออกไปหมดแล้ว ตั้งแต่เช้ามืด"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของกรณ์ หมวดวินและทีมสืบสวนมือฉมังที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่ากระจายไปอยู่ สน. เล็กๆ นอกเมืองอย่างไร้เยื่อใย นี่ไม่ใช่แค่การหยุดยั้งคดี แต่เป็นการถอนรากถอนโคนหน่วยสืบสวนอิสระที่คอยทิ่มแทงอำนาจรัฐสีเทาอย่างหมดจด
ในจังหวะที่ความอึดอัดกำลังบีั้นรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก ประตูห้องสืบสวนก็เปิดผางขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ผสมผสานกับความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที อัยการพิมพ์ลภัสหยุดยืนอยู่เบื้องหลังสารวัตรกรณ์ สายตาคู่คมกวาดมองเอกสารคำสั่งย้ายบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับผู้กำกับธนาโดยไม่มีทีท่าเกรงกลัวแม้แต่น้อย
"คำสั่งย้ายและพักราชการที่ไม่มีลายเซ็นรับรองจากสำนักงานอัยการสูงสุด... ถือเป็นโมฆะตั้งแต่ยังไม่ทันหมึกแห้งแล้วกระมังครับ ท่านผู้กำกับ" พิมพ์ลภัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน
ผู้กำกับธนาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกเกร็งขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย "คุณอัยการพิมพ์ลภัส... เรื่องนี้เป็นอำนาจภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกรงว่าทางอัยการจะไม่ต้องก้าวก่ายจะเหมาะสมกว่านะครับ"
"ก้าวก่ายหรือครับ?" อัยการสาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ขยับตัวยืนเคียงข้างสารวัตรกรณ์อย่างจงใจ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากคนทั้งคู่ทำให้ผู้กำกับธนาต้องผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ "ในฐานะอัยการเจ้าของสำนวนคดีนี้ ฉันมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการคัดค้านคำสั่งใดๆ ที่จะทำให้รูปคดีเกิดความเสียหาย และสารวัตรกรณ์คือพนักงานสอบสวนหลักที่ขาดไม่ได้... เว้นเสียแต่ว่า ท่านผู้กำกับกำลังร้อนตัวกลัวว่าหลักฐานจากเซิร์ฟเวอร์ลับที่ สน. กำลังกู้คืน จะสาวไปถึงบัญชีม้าของใครบางคนเข้า"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน กรณ์เหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย ความอบอุ่นประหลาดสายหนึ่งไหลซึมผ่านความเย็นชาของบรรยากาศ เคมีระหว่างพวกเขาทั้งสองคนคือพันธะอันตรายที่ไม่อาจปฏิเสธ—คนหนึ่งใช้กฎหมายเป็นดาบ อีกคนใช้ตรรกะเป็นโล่ และบัดนี้พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าปากเหวร่วมกัน
ผู้กำกับธนาแค่นยิ้มเย็นชา ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วยื่นมือไปหยิบแฟ้มคำสั่งนั้นกลับมา "ปากกล้าดีนี่ครับทั้งสองคน แต่จำไว้เถอะว่า... เกมนี้ไม่ได้เล่นกันแค่ในห้องสอบสวน"
เขาสบตากล่าวทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะเดินผ่านพวกเขาออกไปจากห้อง ทิ้งให้กรณ์และพิมพ์ลภัสยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางเศษซากของอำนาจที่เพิ่งปะทะกัน
"คุณมาช้าไปสามนาทีนะ อัยการพิมพ์ลภัส" กรณ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบื้องต่ำ น้ำเสียงเจือความระอาเล็กน้อยแต่แฝงรอยยิ้มจางที่มุมปาก
"ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ คุณก็คงจะเซ็นชื่อยอมแพ้ไปตั้งแต่บรรทัดแรกแล้วล่ะสารวัตร" หญิงสาวตอบกลับทันควัน สายตาคมกวาดมองไปที่จอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของหมวดวินที่ถูกเปิดค้างไว้ "หมวดวินส่งแฟ้มข้อมูลสำรองมาก่อนจะถูกย้ายใช่ไหมล่ะคะ... สิ่งที่คุณกำลังตามหา มันอยู่ในนั้นใช่หรือเปล่า"
กรณ์ไม่ตอบ แต่เขาหันกลับไปกดแป้นพิมพ์เพื่อเปิดไฟล์ข้อมูลเข้ารหัสระดับสูงที่ถูกส่งตรงมาจากโน้ตบุ๊กส่วนตัวของหมวดวิน หน้าจอแสดงผลกราฟิกเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนโยงใยไปถึงบริษัทบังหน้าในต่างประเทศ และท่ามกลางตัวเลขเหล่านั้น มีภาพถ่ายวงจรปิดจากคืนเกิดเหตุโผล่ขึ้นมา—ภาพที่ชัดเจนพอจะเปิดเผยใบหน้าของผู้บงการตัวจริงที่ยืนอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมทั้งหมด
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ไฟล์ภาพกำลังโหลดเต็มจอ หน้าจอกลับดับวูบลงพร้อมกับเสียงเตือนระบบความปลอดภัยดังขึ้น *“Warning: System Override detected. Data deletion in progress.”*
ทั้งสองคนผุดลุกขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ กรณ์หันขวับไปมองหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพเงาของตึกฝั่งตรงข้าม และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปาก ทันใดนั้น ไฟฟ้าทั่วทั้งชั้นของสถานีตำรวจก็ดับสนิทลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ทิ้งให้พวกเขาจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจางๆ จากจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังจะดับลง และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องสืบสวนอย่างเงียบเชียบ...
—ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ—
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 16
คำสั่งย้ายฟ้าผ่า
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!