"ถ้าคุณกำลังจะบอกผมว่า นี่คือผลงานของ 'คน' ผมแนะนำให้คุณกลับไปทบทวนตำรานิติเวชใหม่เถอะครับ"
รวินท์พ่นควันบุหรี่จางๆ ออกจากปาก แสงไฟจากสปอตไลท์สนามของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสาดสะท้อนเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยของเขา ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างไร้วิญญาณที่ถูกพบในโกดังร้างย่านชานเมือง สภาพของศพนั้นผิดธรรมชาติจนน่าขนลุก ผิวหนังของชายวัยกลางคนคนหนึ่งแห้งกรอบราวกับถูกดึงความชื้นออกไปจนหมดสิ้น ไม่ต่างจากผลไม้ที่วางทิ้งไว้จนเหี่ยวแห้ง แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ 'นิ้วมือ' ของผู้ตาย ทั้งสิบนิ้วถูกฝนจนเรียบเนียนเกลี้ยงเกลา ราวกับไม่เคยมีร่องรอยลายนิ้วมืออยู่บนโลกใบนี้
"ร้อยตำรวจเอกรวินท์ คุณก็รู้ว่าตรรกะวิทยาศาสตร์มีขีดจำกัด" เสียงนุ่มทุ้มที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนใจดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง
รวินท์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร คือ 'ศศิ' หญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาพร้อมกับกลิ่นกำยานจางๆ และข่าวคราวเรื่องคดีแปลกประหลาดที่ตำรวจธรรมดาไม่อาจแตะต้องได้ เธอหยุดยืนข้างเขา สายตามองศพด้วยความสนใจใคร่รู้มากกว่าความหวาดกลัว
"ตรรกะไม่มีวันจำกัดครับศศิ สิ่งที่จำกัดคือความสามารถในการตีความหลักฐานของคุณ" รวินท์ย่อตัวลง ใช้ถุงมือยางแตะที่ลำคอของศพ สัมผัสที่เย็นเยียบผ่านถุงมือทำให้เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่วิ่งพล่านในปลายนิ้ว มันไม่ใช่แค่ความเย็นของศพ แต่มันคือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่เหมือนกับว่าวิญญาณไม่ได้จากไปตามธรรมชาติ แต่มันถูก 'กระชาก' ออกไปอย่างรุนแรง
"ดูที่ดวงตาสิครับ" ศศิเอ่ยขึ้นเบาๆ เธอขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมเย็นของเธอเจือปนกับกลิ่นสนิมเหล็กในอากาศ "ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีรอยของการต่อสู้ เขากำลังจ้องมองบางอย่าง... บางอย่างที่เขารัก หรือบางอย่างที่เขาสยบยอมให้โดยสิ้นเชิง"
รวินท์กัดกรามแน่น เขาพยายามปฏิเสธสัญชาตญาณบางอย่างที่บรรพบุรุษตระกูลหมอผีของเขาพยายามตะโกนบอกในใจ มันคือ 'วิชาดึงจิต' วิชาต้องห้ามที่หายสาบสูญไปนานนับศตวรรษ การทำลายลายนิ้วมือคือการทำลายตัวตนในโลกมนุษย์ เพื่อให้วิญญาณดวงนี้ไม่สามารถกลับเข้าร่างเดิมได้แม้จะมีพิธีกรรมเรียกกลับก็ตาม
"คุณกำลังจะบอกว่า เขาเต็มใจให้สูบวิญญาณ?" รวินท์ถามพลางลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทอดยาวไปที่ร่างนั้น
"ความศรัทธาบางครั้งก็น่ากลัวกว่าความเกลียดชังนะครับ รวินท์" ศศิยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รวินท์รู้สึกเหมือนกำลังถูกมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ "คุณเองก็พยายามซ่อนตัวตนที่แท้จริงภายใต้เครื่องแบบตำรวจนั่นไม่ไหวแล้วไม่ใช่หรือ? รอยสักอาคมที่แผ่นหลังของคุณ... มันกำลังร้อนผ่าวเมื่ออยู่ต่อหน้าศพนี้ ใช่ไหมครับ?"
รวินท์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากแผ่นหลังจริงๆ มันเป็นปฏิกิริยาที่เขาสาบานว่าจะฝังมันไว้ตลอดกาล แต่คืนนี้ ความจริงกลับกำลังกัดกินเขาทุกขณะ
"อย่าล้ำเส้นเรื่องส่วนตัวของผม ศศิ" รวินท์หันไปเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมจ้องประสานสายตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเธอ "เรามีหน้าที่แค่หาฆาตกร ไม่ใช่การวิเคราะห์สภาพจิตใจของผม"
"แต่ฆาตกรคนนี้อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทำลายตระกูลของคุณก็ได้นะ" เธอขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "คุณต้องการปิดคดี หรือต้องการล้างแค้นกันแน่?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่แทงทะลุหัวใจ รวินท์สูดหายใจลึก กำลังจะเอ่ยปากโต้กลับ แต่เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากมุมมืดของโกดังก็ทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ เสียงนั้นลากยาวเหมือนของแข็งครูดไปบนพื้นคอนกรีต รวินท์รีบชักปืนพกคู่ใจออกมาทันที ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่จนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม
รวินท์ขยับตัวไปบังหน้าศศิโดยอัตโนมัติ แม้เขาจะรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าสิ่งที่กำลังรออยู่ในเงามืดเสียอีก เขาส่องไฟฉายไปยังทิศทางของเสียง แสงสีขาวตัดผ่านความมืดเผยให้เห็นบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง
ที่มุมมืดนั้น ไม่ใช่ฆาตกร แต่เป็นกระเป๋าเอกสารหนังเก่าคร่ำคร่าใบหนึ่งวางอยู่ มันเปื้อนคราบสีดำเหนียวหนืดที่ส่งกลิ่นคาวโชยมา รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้โดยมีศศิตามติดมาอย่างไม่หวั่นเกรง เขาใช้ปากกระบอกปืนเขี่ยเปิดกระเป๋าออกอย่างระมัดระวัง
ภายในนั้นไม่มีระเบิดหรืออาวุธ แต่มันกลับบรรจุ 'สิ่งของ' ที่ทำให้รวินท์ต้องหน้าซีดเผือด
มันคือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่เปิดค้างอยู่ หน้ากระดาษเต็มไปด้วยชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมืองนี้ โดยมีรายชื่อของ 'พ่อของเขา' เป็นชื่อแรกที่ถูกขีดฆ่าด้วยสีแดงฉาน และใต้ชื่อนั้น มีรูปถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมา เป็นรูปของรวินท์ในวัยเด็กที่กำลังยืนอยู่ข้างศพชายคนเดิมที่นอนอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้... ทว่าในรูปถ่ายนั้น พ่อของเขายังดูหนุ่มแน่น และเขากำลังถือเครื่องรางชิ้นเดียวกับที่ศศิเพิ่งจะหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเธอในวินาทีนี้เอง
ศศิไม่ได้มีท่าทีตกใจ เธอเพียงแต่ยิ้มออกมาเบาๆ ขณะที่รวินท์หันกระบอกปืนไปที่เธอด้วยความสับสนและความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้น
"ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะเริ่มสนุกเร็วกว่าที่คิดนะ รวินท์" ศศิเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะกระบอกปืนของเขาอย่างใจเย็น "คุณคิดว่าคุณเป็นคนตามล่าผม แต่ความจริงแล้ว... คุณเป็นเพียงตัวหมากที่ถูกวางไว้ให้มาพบกับความทรงจำที่หายไปต่างหาก"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดพร้อมกับผม อรุณมนตราขาวหวังว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะทำให้คุณวางไม่ลงนะครับ
พิธีกรรมสังเวยความทรงจำกับนายตำรวจสายมู•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีลายนิ้วมือ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิธีกรรมสังเวยความทรงจำกับนายตำรวจสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
