เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันลงมาให้ได้ สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง
เมลดาชะงักมือที่กำลังบรรจงวางถ้วยชาเซรามิกเคลือบทองคำลงบนจานรอง ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งให้ระบบรักษาความปลอดภัยจัดการ ร่างท้วมของหญิงวัยกลางคนในชุดแบรนด์เนมตกรุ่นแต่พยายามสะดิ้ง และชายมีอายุท่าทางเจ้าเล่ห์ที่ใบหน้าซีดเผือด ก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องรับแขกราวกับโจรปล้นบ้าน โดยมีบอดี้การ์ดหน้าตาตื่นวิ่งตามมาขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
"คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ เมลดา!"
เสียงแหลมสูงของ "คุณหญิงรัตนา" แม่บุญธรรมผู้เลี้ยงดูเธอมาเพื่อหวังผลประโยชน์ดังขึ้นทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา รัตนาหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าฉาบเครื่องสำอางหนาเตอะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ข้างกายเธอก็คือ "คุณsพงษ์" พ่อบุญธรรมที่ติดการพนันงอมแงมจนบ้านช่องแทบไม่เหลือ
เมลดาไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ สวมชุดเดรสผ้าไหมสั่งตัดพิเศษสีมรกตขับผิวขาวผ่องให้โดดเด่นยิ่งขึ้น รัศมีของความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจแผ่ออกมาจากตัวเธออย่างชัดเจน จนคนทั้งสองที่ตั้งใจจะเข้ามาโวยวายถึงกับชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ
"อ้าว... แขกไม่ได้รับเชิญ" เมลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเยือกเย็นจนคนฟังต้องสันหลังวาบ "จำได้ว่าฉันประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกคุณไปตั้งแต่เดือนก่อนแล้วนี่คะ หรือว่าสมองของคนแก่ตระกูลนี้จะเริ่มเสื่อมจนจำความไม่ได้เสียแล้ว"
"แก! นังเนรคุณ!" รัตนากรีดร้องหน้าดำหน้าแดง พยายามจะพุ่งเข้ามาหาเรื่อง แต่ถูกสายตานิ่งสนิทและทรงพลังของเมลดาตรึงไว้กับที่ "พวกฉันเลี้ยงแกมานะ! ส่งเสียให้กินอยู่สุขสบาย ถึงแกจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ข้าวทุกเม็ด น้ำทุกแก้ว แกก็กินจากเงินของตระกูลเราทั้งนั้น! ตอนนี้ตระกูลเรากำลังเดือดร้อน แกจะทำเป็นนิ่งดูดายไม่ได้นะ!"
"เงินของพวกคุณเหรอคะ?" เมลดาหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันฉายชัดบนเรียวปากสวย "น่าขันเสียจริงค่ะคุณแม่... เอ่อ ขอโทษทีค่ะ ฉันควรเรียกว่าอดีตแม่บุญธรรมมากกว่า เงินที่พวกคุณเอาไปผลาญกับบ่อนการพนันและกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมๆ นั่น มันคือเงินที่พวกคุณหลอกเอาจากฉันต่างหากล่ะคะ"
ศพงษ์ที่ยืนเงียบอยู่เพราะความละอาย (หรือเพราะกลัวความจริง) ก้าวออกมาข้างหน้าพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เมลดา... ลูกสาวพ่อ ลูกก็รู้ว่าตอนนี้บริษัทของเรากำลังจะล้มละลาย เจ้าหนี้กำลังจะเอาบ้านไปประมูล ถ้าลูกไม่ช่วยพวกเราในตอนนี้ พ่อกับแม่คงต้องไปนอนข้างถนนจริงๆ นะลูก... ช่วยสักห้าสิบล้านเถอะ ถือว่าทำบุญกับคนเคยเลี้ยงดูมาก็ยังดี"
ห้าสิบล้าน?
ช่างเป็นตัวเลขที่น่าขันสิ้นดีสำหรับคนที่เคยไล่ตะردเมลดาออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใยเมื่อตอนที่เธอยังไร้ค่าในสายตาพวกเขา
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องเชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัวก็เปิดออก กรณ์ ก้าวเข้ามาด้วยร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่ไม่ได้ผูกเนกไท ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เขาเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเมลดา มือหนาวางลงบนพนักพิงโซฟาด้านหลังที่เธอนั่งอยู่ราวกับเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของและพร้อมปกป้องในทุกวินาที
"เสียงดังอะไรกันแต่เช้าครับที่รัก?" กรณ์เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ ทว่าดังก้องไปทั่วห้อง
เมลดาเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอมาตลอด เธอยิ้มให้เขาน้อยๆ ก่อนจะหันกลับไปมองสองสามีภรรยาที่หน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเมื่อเห็นหน้ากรณ์ชัดๆ
"ก็แค่... หมาจรจัดที่เคยไล่ฉันออกจากบ้าน เดินเข้ามาเห่าหาเศษเงินค่ะกรณ์" เมลดาตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"แก! นังเด็กอกตัญญู แกกล้าดียังไงมาว่าพวกฉันเป็นหมา!" รัตนากรีดร้องสติหลุด ชี้หน้าด่ากราด "ส่วนแกไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า แกเกาะนังนี่กินใช่ไหม ถึงได้ทำเป็นกร่างขึ้นมาได้! แกคิดว่ารวยมาจากไหนกันวะ!"
กรณ์แค่นั้นเสียงในลำคอ "หึ" คำเดียวสั้นๆ แต่ทรงพลังพวกรัตนาถึงกับสะดุ้งโหย่ว เขาหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิท ไร้ลวดลาย ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กฝังมุมบัตรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งระดับสูงสุดที่คนทั่วไปไม่มีวันได้ครอบครอง ออกมาควงเล่นในมืออย่างไม่แยแส
"ตระกูลที่กำลังจะล้มละลายอย่างพวกคุณ มีสิทธิ์อะไรมาตะโกนเสียงดังในพื้นที่ส่วนตัวของผม?" กรณ์เอ่ยเสียงเย็นเฉียบ "ระบบการเงินทั้งหมดในตึกนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของผมและเมลดา และต่อให้พวกคุณคุกเข่าร้องขอชีวิตจนเข่าแตก เงินสักแดงเดียว... ก็ไม่มีวันตกถึงมือปลิงอย่างพวกคุณ"
รัตนากับศพงษ์หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด พวกเขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า เมลดาที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำในอดีต ได้กลายเป็นเจ้าชีวิตที่พวกเขากำลังจะต้องกราบกรานเพื่อขอเศษทานเสียแล้ว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เมลดายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมปลาบมองความสิ้นหวังบนใบหน้าของคนทั้งสองด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด เธอกำลังจะอ้าปากตอกย้ำความพ่ายแพ้ให้พวกเขาต้องจมดิน แต่ทว่า...
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นจากระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งไว้ทั่วเพนต์เฮาส์ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานดีดตัวขึ้นกลางห้อง พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ของระบบที่ดังขึ้นขัดจังหวะความสะใจ
[แจ้งเตือนด่วน! ตรวจพบการบุกรุกจากบุคคลภายนอก... วงจรปิดชั้นล่างถูกทำลาย... และบุคคลผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีดำระดับสูงสุด กำลังมุ่งหน้าขึ้นมาทางลิฟต์ส่วนตัวด้วยอาวุธครบมือค่ะ!]
เมลดาและกรณ์ขมวดคิ้วพร้อมกันทันที รัตนากกับศพงษ์กรีดร้องด้วยความตกใจกลัวยิ่งกว่าเดิม ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูทางเข้าหลัก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิท พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังเมลดาโดยเฉพาะ...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า•ตอนที่ 15
การมาเยือนด้วยสายตาวิงวอน
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!