"ข้าบอกให้เจ้ากราบขอขมาศิษย์พี่ใหญ่เสีย หากไร้ซึ่งความสำนึกในบุญคุณสำนัก เจ้าก็เป็นเพียงขยะที่รอวันเน่าเปื่อยในหุบเขาไร้ชื่อแห่งนี้เท่านั้น!"
เสียงตวาดกร้าวของศิษย์ร่วมสำนักดังก้องอยู่ในโสตประสาท ความเจ็บปวดแล่นริ้วดุจเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่สมองที่หนักอึ้ง หลี่มู่เฉินกระอักเลือดสีคล้ำออกมาคำหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขาพยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้นดินที่เย็นเยียบ ทว่าเรี่ยวแรงกลับเหือดหายราวกับวิชาบ่มเพาะที่เคยมีได้มลายสิ้นไปจากกายหยาบที่อ่อนแอนี้
"ความกตัญญูหรือ... ในพจนานุกรมของข้า มันไม่เคยสะกดด้วยคำสั่งของผู้ที่ไร้ซึ่งปัญญา"
เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากของหลี่มู่เฉิน ทว่าในวินาทีที่เขาลืมตาขึ้น พลังอำนาจที่แฝงเร้นอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณกลับสั่นสะเทือน ความทรงจำมหาศาลดั่งมหาสมุทรที่ถาโถมเข้าใส่เขาราวกับเขื่อนแตก ทั้งภาพของราชันจอมมารผู้ถือครองกระบี่พิฆาตสวรรค์ และนามของชายหนุ่มผู้อาภัพในร่างศิษย์ปลายแถวแห่งสำนักกระบี่เมฆาหลอมรวมเป็นหนึ่ง
ศิษย์ผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เคยไร้แววของหลี่มู่เฉิน บัดนี้มันกลับดำมืดและลึกล้ำประหนึ่งหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงพูดกับข้าเช่นนั้น!" ศิษย์คนนั้นเงื้อฝ่ามือหมายจะซ้ำเติม แต่ทว่า... พริบตาที่ลมปราณระลอกแรกหมุนวนรอบกายหลี่มู่เฉิน บรรยากาศโดยรอบกลับหนาวเหน็บขึ้นมาฉับพลัน
หลี่มู่เฉินไม่ได้ขยับตัว ทว่าแรงกดดันมหาศาลจากจิตวิญญาณจอมมารที่สั่งสมมานับพันปีกลับแผ่ซ่านออกมาเพียงเสี้ยววินาที มันกดทับจนศิษย์ผู้นั้นทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจอธิบายได้
"เจ้าต้องการกระดูกหักสักกี่ท่อน เพื่อแลกกับความเงียบของเจ้า?" หลี่มู่เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยียบถึงขั้วกระดูก เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่เคยอ่อนแอสั่นไหว ทว่าสายตากลับคมกริบดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักลวดลายเมฆาของหอตำราก็เปิดออกช้าๆ ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมา กลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวนางนั้นช่างต่างกับผู้คนทั่วไป นางคือ เซียนจื่อเวย ธิดาเจ้าสำนักผู้ถูกขนานนามว่า ‘น้ำแข็งหมื่นปี’ สายตาของนางที่เคยมองผ่านหลี่มู่เฉินราวกับมองก้อนหินริมทาง บัดนี้กลับหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขาอย่างไม่อาจละสายตา
"ศิษย์น้องหลี่..." นางเอ่ยแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นมีความสั่นไหวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ "เจ้าเปลี่ยนไป... ไม่ใช่แค่เพียงสายตา แต่เป็นตัวตนที่ข้าสัมผัสได้"
หลี่มู่เฉินหันไปมองนาง เขาจำสตรีผู้นี้ได้ดี ในอดีตชาติของจอมมาร นางคือยอดฝีมือเพียงคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับเขาด้วยกระบวนท่าที่สง่างามและไร้ซึ่งความอาฆาต... ไม่คิดเลยว่าโชคชะตาจะเล่นตลกให้เขามาอยู่ในร่างศิษย์สำนักที่นางปกครอง
"โลกใบนี้ช่างคับแคบนัก" เขาพึมพำ ก่อนจะหันไปสบตานางโดยตรง "ศิษย์พี่จื่อเวย ท่านคิดว่าความตายคือจุดจบ หรือเป็นเพียงประตูบานใหม่สำหรับผู้ที่ฝืนลิขิตฟ้า?"
เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วแน่น มือเรียวงามของนางกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ กระบี่เล่มนี้คือสมบัติล้ำค่าที่แผ่ไอเย็นเยือกจนหิมะโปรยปรายลงมาในฤดูร้อน "เจ้าพูดจาประหลาดนัก เจ้าไม่ใช่หลี่มู่เฉินที่ข้ารู้จัก... เจ้าเป็นใครกันแน่?"
หลี่มู่เฉินยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความหยิ่งผยองของศิษย์ปลายแถว แต่มันคือรอยยิ้มของพญาอินทรีที่มองลงมาจากยอดเขาที่สูงชันที่สุด เขาเดินก้าวเข้าไปหานางอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของเหล่าศิษย์รอบข้าง
เขากระซิบที่ข้างหูนาง เสียงนั้นเบาราวกับสายลม แต่แฝงด้วยความกังวานแห่งอำนาจที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้ "ข้าคือคนที่จำความเจ็บปวดจากดาบของท่านได้ดีที่สุด... และข้าก็คือคนที่ท่านจะไม่มีวันฆ่าได้ลง ไม่ว่าชีวิตนี้จะเป็นใครก็ตาม"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่โปร่งใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เสียงฟ้าร้องดังกัมปนาทราวกับจะฉีกกระชากมิติให้ขาดสะบั้น พลังปราณทั่วสำนักกระบี่เมฆากำลังปั่นป่วน ราวกับมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนาน
เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคยในอดีตกาล มันไม่ใช่ปราณของศิษย์ธรรมดา แต่เป็นปราณของจอมมารผู้ครองใต้หล้า! นางรีบชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีฟ้าเย็นเยือกสว่างวาบไปทั่วลานประลอง ทว่าปลายกระบี่ของนางกลับสั่นสะท้านเมื่อจ่ออยู่ที่ลำคอของหลี่มู่เฉิน
ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่จะสัมผัสผิวเนื้อ ประตูหอโถงใหญ่ของสำนักก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล ร่างของเจ้าสำนักกระบี่เมฆาที่อาบไปด้วยเลือดปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่สั่นประสาทคนทั้งสำนัก
"จื่อเวย! หนีไป! เขา... เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพียงคนเดียว!"
หลี่มู่เฉินเหลือบมองไปที่หอตำราด้านหลัง ท้องฟ้าแยกออกเป็นทางยาว เผยให้เห็นรอยแยกแห่งมิติที่กำลังปลดปล่อยกลิ่นอายความชั่วร้ายที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เหล่าสมุนของจอมมารที่ตายไปพร้อมกับเขา กำลังข้ามผ่านห้วงเวลามาในร่างของคนในสำนักแห่งนี้!
หลี่มู่เฉินหัวเราะร่าท่ามกลางพายุฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำ เขาคว้าด้ามกระบี่ขึ้นมาถือไว้ แววตาเปลี่ยนไปราวกับคนละคน "ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่อยากให้ข้าอยู่อย่างสงบเสียแล้ว... งั้นก็มารอดูเถอะ ว่าข้าหรือโชคชะตา ใครกันแน่ที่จะต้องสยบแทบเท้า!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวแห่งโชคชะตานี้ หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกท่านในตอนถัดไปนะคะ
กระบี่นิรันดร์สะบั้นเมฆา: วิถีเซียนไร้ลักษณ์•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากเถ้าธุลี
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรันดร์สะบั้นเมฆา: วิถีเซียนไร้ลักษณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
