ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 8

ความจริงที่ถูกปิดตาย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของน้ำมันสน ตลบอบอวลอยู่ในห้องใต้หลังคาที่แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพارส่องสว่างได้เพียงวงแคบๆ เงาของธามทอดยาวทาบทับชั้นหนังสือไม้สักที่อัดแน่นไปด้วยแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครวญ ในมือของเขาไม่ได้ถือกล้องถ่ายรูปที่คุ้นเคยอีกต่อไป หากแต่เป็นสมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิท เล่มที่มินตราเพิ่งงัดขึ้นมาจากร่องพื้นไม้ใต้ตู้โบราณเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ไม่มีใครพูดอะไร ความเงียบงันภายในห้องหนาแน่นเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำ "เปิดสิธาม..." เสียงของมินตราแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองสมุดเล่มนั้นราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดเวลา เธอนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า มือเรียวทั้งสองข้างประสานกันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นเทา ความขัดแย้งในตระกูลที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต ดูเหมือนจะถูกสรุปไว้ทั้งหมดในกระดาษสีเหลืองกรอบเหล่านี้ ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วหัวแม่มือที่หยาบกร้านจากการจับกล้องมาค่อนชีวิตค่อยๆ บรรจงเปิดปกหนังที่กรอบแตกออก ลมหายใจของเขาสะดุดกึกเมื่อกลิ่นอายของอดีตพวยพุ่งเข้าปะทะจมูก ราวกับประตูมิติที่ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หน้าแรกของบันทึก ลายมือหวัดแต่ทรงพลังปรากฏเด่นชัด—*วันที่ 14 พฤศจิกายน... วันที่ความมืดกลืนกินคฤหาสน์หลังนี้* "อ่านออกเสียงซิ" มินตรากระซิบ ดวงตาของเธอไหวระริกสะท้อนแสงไฟสีส้ม ธามกวาดสายตาอ่านบรรทัดแรก หัวใจกระตุกวูบ *'พวกมันต้องการปิดปาก... ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่อง 'รอยจารึก' บนผนังห้องใต้ดิน ศาลานั้นไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่มันคือสุสานของความลับที่อรรถใช้ซ่อนความอำมหิต คืนนี้ ไฟไหม้ลุกลามเร็วกว่าที่คิด ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องจากห้องโถงใหญ่ แต่ประตูถูกลงกลอนจากด้านนอก... ลูกน้อยของฉันยังอยู่ข้างล่าง...'* ธามหยุดชะงัก ลมหายใจติดขัด สมองของเขาขาวโพลน ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในวัยเด็กที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอด 20 ปี พรั่งพรูราวกับเขื่อนแตก ภาพเปลวเพลิงสีส้มแดงที่โหมกระหน่ำบ้านพักครึ่งปูนครึ่งไม้ เสียงหวีดร้องที่เขาคิดว่าเป็นแค่ฝันร้าย... แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ฝัน แต่มันคือเรื่องจริงที่ถูกบิดเบือน "ธาม? เป็นอะไรไป หน้าซีดมาก" มินตราขยับเข้ามาใกล้ มือบางแตะลงบนแขนของเขาเพื่อเรียกสติ สัมผัสเย็นเฉียบของเธอช่วยดึงเขากลับมาจากห้วงนรกในอดีต "เปล่า..." ธามเค้นเสียงตอบ ลำคอแหบผากจนแทบไม่มีเสียง "แค่... เพิ่งรู้ว่าความทรงจำที่ฉันเชื่อมาตลอดสิบกว่าปี เป็นเรื่องโกหกคำโตที่คุณหลวงอรรถสร้างขึ้นมา" เขากวาดสายตาอ่านหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว ตัวหนังสือบรรยายเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อ 20 ปีก่อนอย่างละเอียดลออ บันทึกฉบับนี้เขียนโดย 'คุณหญิงวาด' ผู้เป็นย่าของมินตรา และเป็นภรรยาของคุณหลวงอรรถในอستคต ในนั้นระบุชัดเจนว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึงสี่ชีวิต รวมถึงพ่อแม่ของธาม ไม่ใช่อุบัติเหตุจากการลัดวงจรตามที่ตำรวจสรุปสำนวนในยุคนั้น แต่เป็นการฆาตกรรมอำพรางเพื่อปิดปากพยานที่ล่วงรู้ความลับเรื่องการทุจริตและการค้าของเถื่อนข้ามชาติ *...คุณหลวงอรรถเป็นคนสั่งการทั้งหมด เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงตระกูลแปดเปื้อน และเพื่อปกป้องรอยจารึกแผ่นนั้น...* "นั่นไง..." มินตราพึมพำเมื่อชะโงกหน้ามาอ่านข้อความเดียวกัน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือของเธอ "ฉันเคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมแม่ถึงเสียสติก่อนจะจากไป ทำไมพ่อถึงต้องยอมก้มหัวให้คุณหลวงอรรถอย่าง1ไม่มีเงื่อนไข ที่แท้... พวกเขาไม่ใช่แค่ผู้สมรู้ร่วมคิด แต่เป็นเหยื่อที่ถูกบังคับให้อยู่ในเกมอำมหิตนี้!" ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาในอกของธาม ความสุขุมเยือกเย็นที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลง มือที่ถือสมุดบันทึกสั่นเทาด้วยความแค้น ภาพรอยยิ้มใจดีและท่าทีราชาผู้ทรงเกียรติของคุณหลวงอรรถในปัจจุบัน แตกสลายกลายเป็นภาพหน้ากากจอมปลอมของฆาตกรเลือดเย็น "เราต้องเอาหลักฐานนี้ไปแจ้งตำรวจ" ธามพูดเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบมองไปยังบันทึกหน้าสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือสั่นเทากว่าเดิม "ไม่มีประโยชน์หรอกธาม..." มินตราส่ายหน้าช้าๆ ความสิ้นหวังฉายชัดในแววตา "อำนาจของคุณหลวงอรรถในจังหวัดนี้... ครอบคลุมไปถึงผู้พักษ์สันติราษฎร์ทุกนาย ขืนเราเดินถือสมุดเล่มนี้เดินออกไปจากคฤหาสน์ เราคงไม่ไปไม่ถึงประตูรั้วด้วยซ้ำ" "แล้วจะให้เรานั่งรอความตายหรือไง?" ธามหันมาเผชิญหน้ากับเธอ น้ำเสียงเข้มดุดันสะท้อนความอัดอั้นตันใจ "พ่อแม่ฉันตายไปเพราะความโลภของมัน ฉันรอเวลามา 20 ปี เพื่อความยุติธรรม!" ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่บันไดวนด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงและเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวที่กระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องใต้หลังคา ธามและมินตราแข็งค้าง ราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ *แกร๊ก...* ลูกบิดประตูด้านนอกค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับบานประตูกลอนไม้ที่ถูกผลักเปิดออกทีละน้อย ท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดิน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มของคุณหลวงอรรถก้าวเข้ามาในแสงตะเกียง ใบหน้าอันเหี่ยวย่นตามวัยประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา ในมือขวาของเขาถือไม้เท้าหัวกะโหลกเงินที่กระทบพื้นส่งเสียงก้องกังวาน "หาของที่อยากเจอหรือยังล่ะ... หนูมินตรา, คุณธาม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ที่ติ ราวกับเจ้าบ้านกำลังต้อนรับแขกยามค่ำคืน "ของชิ้นนั้น... มันมีอายุมากเกินกว่าจะเก็บไว้ดูเล่นแล้วนะ ลูกหลาน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจารึกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%