"ถอยไป... อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้!"
เสียงของธามสั่นพร่าขณะก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับกำแพงศิลาเย็นเยียบ รอยแยกที่เคยเป็นเพียงรอยร้าวบนผนังบัดนี้ขยายกว้างออกราวกับบาดแผลฉกรรจ์ ดวงตาคู่ที่ส่องประกายสีอำพันวาวโรจน์ในความมืดนั้นมิใช่สิ่งมีชีวิตที่เขาเคยรู้จัก มันมิใช่คน ทว่ากลับมีความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวดูจะหนาแน่นและเย็นจัดจนแทบหายใจไม่ออก
*พรึ่บ!*
คบไฟที่ธามเพิ่งจุดขึ้นสั่นไหวรุนแรงก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยแยกเข้ามาเพียงเบาบาง เสียงขู่คำรามต่ำลึกสั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง เขาคว้ากล้องถ่ายรูปในมือขึ้นมาโดยสัญชาตญาณหวังจะใช้เป็นอาวุธ แต่นิ้วมือกลับเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก
ในเสี้ยววินาทีนั้น แรงกระแทกมหาศาลพุ่งเข้าปะทะร่างเขาจนลอยกระเด็นไปกระแทกกับฐานศิลาอีกฝั่ง ธามจุกจนแทบขาดใจ ลมหายใจสะดุดติดขัด รสคาวเลือดคละคลุ้งในลำคอ แต่เขายังไม่ยอมจำนน เขาพยายามฝืนดึงตัวขึ้นด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่าง
"แก... แกต้องการอะไรจากฉันกันแน่?" เขาเค้นเสียงถาม แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอาจไม่เข้าใจภาษามนุษย์
ทว่า เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้ากลับดังขึ้นจากมุมมืดอีกฝั่งของโถงทางเดิน เงาร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนสีเข้มก้าวออกมา แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าของชายชราผู้ที่ธามคุ้นเคยเป็นอย่างดี—คุณหลวงอรรถ ท่านเดินเข้ามาด้วยท่าทีสุขุมราวกับเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ ทั้งที่ในความจริงแล้ว ที่นี่เปรียบเสมือนสุสานที่ไร้ทางออก
"ความอยากรู้อยากเห็นของคนหนุ่มมักนำพามาซึ่งจุดจบที่คาดไม่ถึงเสมอ" คุณหลวงอรรถกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม "เธอรู้ไหมธาม... สิ่งที่อยู่ในนั้นมันไม่ได้หิวโหยอาหาร แต่มันหิวโหย 'ความลับ' ที่คนอย่างเธอพยายามจะขุดคุ้ย"
"คุณหลวง... คุณรู้เรื่องนี้มาตลอด" ธามกัดฟันพูด พยายามพยุงตัวขึ้นยืนแม้ขาจะสั่นเทา "ตระกูลของคุณสร้างกำแพงนี้ขึ้นมาเพื่อกักขัง... หรือเพื่อสังเวยกันแน่!"
คุณหลวงอรรถหยุดเดิน ระยะห่างระหว่างเขากับธามเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ท่านไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง กลับยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก
"โลกนี้ไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนได้รับรู้ความจริงหรอกนะธาม การที่เธอรอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่มากเกินพอแล้ว" คุณหลวงชำเลืองสายตาไปยังความมืดที่ดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ "แต่น่าเสียดายที่กฎของบ้านหลังนี้ช่างเข้มงวด ใครที่ก้าวล่วง... ผู้นั้นต้องถูกลบเลือน"
สิ้นคำพูดนั้น คุณหลวงอรรถก้าวถอยหลังเข้าสู่ความมืดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลไกบางอย่างที่ทำงานขึ้น กำแพงศิลาที่เคยเปิดออกเริ่มเลื่อนปิดเข้าหากันอย่างช้าๆ แรงมหาศาลจากเงาร่างในเงามืดพุ่งเข้าจู่โจมธามอีกครั้ง คราวนี้มันรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม ธามใช้กล้องเบี่ยงการโจมตีจนเลนส์กล้องแตกกระจายเศษแก้วบาดเข้าที่ฝ่ามือ เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นศิลา
เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการพุ่งตัวเข้าไปในทิศทางที่เงาร่างนั้นอยู่!
ธามรู้ดีว่าหากเขายังถอย เขาจะถูกบดขยี้ในรอยแยกที่กำลังจะปิดลง เขาคว้าเอาอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนแท่นบูชาข้างๆ แสงจันทร์ตกกระทบลงบนสิ่งที่เขาคว้ามาได้—มันคือกริชโบราณที่มีลวดลายอักขระสลักลึก ทันทีที่กริชสัมผัสกับผิวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาใส่ มันกรีดร้องด้วยเสียงที่แหลมสูงจนแก้วหูธามแทบแตก เงาร่างนั้นถอยกรูดกลับเข้าไปในความมืดมิดที่ลึกกว่าเดิม
"อึก..." ธามล้มลงกองกับพื้น หายใจหอบถี่ มือที่ถือกริชสั่นสะท้าน เขามองเห็นกำแพงศิลาปิดสนิทลงไปแล้ว ความเงียบงันกลับคืนสู่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ทว่าในความเงียบนั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหาเขาจากทิศทางตรงกันข้าม
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องเข้ามาที่ใบหน้าของเขา มินตรานั่นเอง เธอมีสีหน้าตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นสภาพของเขา
"ธาม! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่... ฉันเตือนคุณแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามเข้ามา!" เสียงของมินตราสั่นเครือ แต่นัยน์ตาของเธอกลับฉายแววหวาดกลัวบางอย่างที่มากกว่าแค่ความตกใจ
"มินตรา... คุณหลวง... เขาเป็นคน..." ธามพยายามจะพูด แต่ลมหายใจเขาก็สะดุดไปเมื่อเขาสังเกตเห็นสิ่งที่มินตราถืออยู่ในมือขวาของเธอ มันคือกุญแจทองเหลืองรูปร่างประหลาดแบบเดียวกับที่เขาเพิ่งเห็นในบันทึกเก่าแก่ของครอบครัว และที่สำคัญกว่านั้น บนข้อมือของมินตรามีรอยแผลเป็นสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นเป็นรูปเดียวกับสัญลักษณ์บนกริชที่เขากำลังถืออยู่
"คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม?" มินตราถามเบาๆ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความห่วงใย แต่มันคือความเย็นชาที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน "แต่น่าเสียดายนะธาม... เพราะคนที่เห็นความลับนี้จนหมดสิ้น มักจะไม่มีวันได้เดินออกไปจากประตูบานนั้นด้วยร่างเดิมอีกต่อไป"
เธอขยับมือขึ้นช้าๆ แสงไฟฉายเริ่มกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลง ทิ้งให้เขาจมอยู่ในความมืดสนิทพร้อมกับเสียงลั่นของกลไกบางอย่างที่เริ่มทำงานรอบตัวเขาอีกครั้ง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้ครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 23
ใต้เงามืดของอิทธิพล
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!