ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 44

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาแตะจมูกทันทีที่ธามก้าวเท้าถอยหลัง ความเงียบงันหลังเสียงกรีดร้องเมื่อครู่หนักอึ้งเสียจนกดทับแก้วหูให้ดับวูบ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่กลิ้งหลุดมือตกลงไปกระแทกกับพื้นคอนกรีตด้านล่างยังคงส่องสว่างสะท้อนละอองฝุ่นและหยดเลือดสีเข้มข้นที่แผ่ขยายเป็นวงกว้าง ร่างของคุณหลวงอรรถที่ดิ่งพสุธาล่วงลงมานอนแน่นิ่งอยู่เคียงข้างกับร่างไร้วิญญาณอีกร่างหนึ่ง... ร่างที่ธามไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้ "พี่ธาม!" เสียงอุทานของมินตราดังลอดมาจากความมืดเบื้องหลัง เธอก้าวเข้ามาคว้าชายเสื้อของเขาไว้แน่น ร่างบางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ยามที่สายตาของเธอเหลือบลงไปเห็นภาพเบื้องล่าง "นั่น... นั่นมันรุจไม่ใช่เหรอคะ ทำไม... ทำไมรุจถึงลงไปอยู่ตรงนั้นได้" ธามไม่ตอบคำถาม หัวใจของเขากำลังเต้นโครมครามรุนแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก สมองอันสุขุมพยายามประติดประต่อภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณหลวงอรรถไม่ได้ตั้งใจจะกระโดดหนีความผิด แต่การที่ร่างของชายชราพุ่งดิ่งลงมา... หรือว่ามันคือการผลักไสจากใครบางคนบนระเบียงชั้นสามแห่งนี้กันแน่? กึก... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากความมืดตรงทางเดินด้านหลัง ทำให้ทั้งสองคนต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน ในความสลัวของโถงทางเดิน ปรากฏเงาร่างของบุคคลที่พวกเขาคุ้นเคยดีกำลังก้าวออกมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากของคนผู้นั้น พร้อมกับคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา "ตกใจอะไรกันหรือครับคุณธาม... มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์นองเลือดเบื้องล่างเป็นเพียงแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ "ฝฝีมือคุณ..." มินตราเบิกตากว้าง ถอยหลังกรูดไปหลบอยู่ด้านหลังของธามโดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวสั่นเทาชี้ไปยังผู้มาใหม่ "คุณเป็นคนผลักคุณหลวง... แล้วก็ฆ่ารุจ!" ธามก้าวเท้าขนาบข้างปกป้องหญิงสาวเอาไว้ สายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดจากอดีตที่เคยถูกพรากครอบครัวไปซ้อนทับขึ้นมาในหัวจนแยกไม่ออก "แผนการทั้งหมดตั้งแต่เรื่องสมุดบันทึก การตายของคนในอดีต จนถึงคืนนี้... คุณจัดฉากมันขึ้นมาทั้งหมดสินะ เพื่อฮุบสมบัติทุกอย่างของตระกูลนี้โดยไม่สนว่าต้องแลกด้วยเลือดของใครบ้าง" ชายผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ สิ้นเชิง เขากวาดสายตามองศพทั้งสองร่างเบื้องล่างด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ก่อนจะหันมาสบตาตรงๆ กับธาม "โลกใบนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละครับคุณธาม คนอ่อนแอ... ก็ต้องเป็นเหยื่อให้คนฉลาดกว่าเสมอ คุณหลวงแก่เกินกว่าจะรักษาตระกูลนี้ไว้ได้แล้ว ส่วนเจ้ารุจ... มันโง่เกินกว่าจะเก็บความลับให้อยู่มือ มันสมควรแล้วไม่ใช่หรือครับที่ต้องชดใช้?" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ความสำนึกผิดใดๆ สิ้นเชิง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บ ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ มือขวาเอื้อมไปจับโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแน่นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะบันทึกเสียงคำสารภาพทั้งหมดนี้ แต่ทว่า... อีกฝ่ายกลับไวกว่า พรึบ! ไฟฉุกเฉินทั่วทั้งคาสิโนร้างแห่งนี้ดับวูบลงพร้อมกัน ราวกับถูกตัดวงจรจากภายนอก ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วในทันที มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาสาดส่องเป็นทางยาว "พี่ธาม ระวัง!" เสียงตะโกนเตือนของมินตราดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ธามเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณได้อย่างเฉียดฉิว วัตถุแข็งบางอย่างหวือผ่านใบหูของเขาไปปักเข้ากับผนังด้านหลังด้วยเสียงดังทึบ ความโกลาหลในความมืดเริ่มต้นขึ้น เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ธามใช้ประสาทสัมผัสที่ฝึกฝนมาจากการเป็นช่างภาพภาคสนามคว้าท่อนเหล็กเก่าที่วางอยู่ใกล้ตัวเหวี่ยงสวนกลับไปเต็มแรง ความรู้สึกถึงแรงกระแทกที่สะท้อนผ่านฝ่ามือบ่งบอกว่าเขาซัดเข้าเป้าอย่างจัง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นในความมืด ตามด้วยเสียงวัตถุกระแทกพื้นอย่างแรง "มินตรา! จับมือผมไว้" ธามตะโกนเรียกท่ามกลางความมืดทึบ ยื่นมือออกไปควานหาตัวหญิงสาว "ฉันอยู่นี่ค่ะ... อ๊ะ!" เสียงอุทานด้วยความตกใจของมินตราขาดห่วงไป พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ธามใจหายวาบ เขารีบกดเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเก็บขึ้นมา แสงสว่างจ้ากราดส่องไปทั่วบริเวณโถงทางเดินชั้นสาม ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด มินตราไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว... แต่บนพื้นไม้เก่าๆ มีสร้อยข้อมือเงินประจำตัวของเธตกอยู่ พร้อมกับรอยเลือดหยดเป็นทางยาวลากผ่านประตูห้องลับที่เพิ่งถูกเปิดออก ซึ่งเป็นห้องที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อนว่ามีอยู่บนชั้นนี้ ธามก้าวเข้าไปใกล้ประตูบานนั้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวลระคนหวาดกลัว เขาค่อยๆ ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูที่มืดมิดเข้าไปช้าๆ แสงไฟฉายส่องกราดไปตามผนังห้องอับชื้น จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่กลางห้อง... ร่างของมินตราถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าแก่ สติสัมปชัญญะเลือนราง ศีรษะตกพับลงข้างลำตัว และเบื้องหน้าของเธอคือบุคคลที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ระเบียงตึกเมื่อครู่... คุณหลวงอรรถไม่ได้ตกลงไปตาย... แต่เขากลับมายืนถือมีดสั้นอาบเลือดอยู่ตรงหน้ามินตรา พร้อมกับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู ในขณะที่ชายผู้สารภาพบาปเมื่อครู่เดินตามหลังเข้ามาปิดประตูห้องขังลงด้วยเสียงดังสนั่น ล็อกกลอนแน่นหนาจากด้านนอก "ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปของเกม... คุณธาม" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับปลายมีดเย็นเฉียบที่แตะลงบนต้นคอของเขาอย่างแผ่วเบา --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามไขปริศนาอันดำมืดนี้มาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%