กลิ่นอายความชื้นของดินและคราบสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้ศศินแทบลืมหายใจไม่ใช่กลิ่นอายของความตายที่โชยมาจากเงามืดเบื้องหน้า หากแต่เป็นโครงหน้า คาง และรอยแผลเป็นเหนือคิ้วซ้ายของร่างชายวัยกลางคนผู้ก้าวพ้นม่านความมืดออกมา—รอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อสิบปีก่อน รอยแผลเดียวกับที่ถูกฝังไว้พร้อมกับศพไร้ญาติในสำนวนคดีปิดตาย
"พ่อ..."
เสียงของศศินหลุดลอดไรฟันไปอย่างยากเย็น ลำคอตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้ ร่างของชายผู้เป็นพ่อไม่ได้ผอมโซหรือเน่าเปื่อยตามกาลเวลา ผิวเนื้อซีดเซียวราวกับหินอ่อนต้องแสงจันทร์ ดวงตาสีดำสนิทไร้ประกายชีวิตทอดมองตรงมายังเขา เช่นเดียวกับร่างนับสิบที่ยืนเรียงรายอยู่รอบห้องสมุดใต้ดิน ทุกคนต่างเคยมีชื่อในใบประกาศคนหายเมื่อทศวรรษก่อน บัดนี้พวกเขากลับมายืนอยู่ ณ ที่เดิม พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะพร้อมเพรียงที่ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ
เงาดำทอดยาวบิดเบี้ยวไปตามเปลวเทียนที่ใกล้ดับ ศศินถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือเก่าแก่ มือสั่นเทาเอื้อมไปคว้ามีดพกโบราณที่เหน็บไว้ข้างเอว ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง นี่คือภาพหลอนจากอาการขาดอากาศ หรือนี่คือความจริงอันบิดเบี้ยวที่วิทยาศาสตร์ไม่เคยอธิบายได้
ทว่า ก่อนที่ฝูงเงาเหล่านั้นจะย่างกรายเข้ามาประชิดตัว เสียงกัมปนาทสะท้อนก้องจากเพดานหินด้านบนก็ดังขึ้น!
*โครม!*
เศษปูนและฝุ่นคละคลุ้งร่วงหล่นลงมาทับกองตำราโบราณ ประตูเหล็กบานหนาที่ถูกปิดตายด้วยแม่กุญแจโบราณถูกกระแทกจนพังกระเด็น แสงไฟฉายสว่างจ้าลำหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาตัดผ่านความมืดมิด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดึงสติของศศินให้หลุดออกจากภวังค์
"อย่ามองตาพวกมัน!"
เสียงตะโกนก้องอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดแจ็คเก็ตหนังลุยป่าที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต มือเรียวขว้างวัตถุบางอย่างลงกับพื้น—*เสียงระเบิดควันสีครามพวยพุ่งขึ้น* กลิ่นสมุนไพรโบราณฉุนกึกผสมกับกำยานแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ชั่วพริบตาที่ควันหนาทึบปกคลุม ร่างของบรรดาคนตายที่ยืนรายล้อมก็ชะงักงัน ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดทีละร่างอย่างเชื่องช้า
ศศินหอบหายใจโยนความตึงเครียดทิ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ
รินรดานั่นเอง เส้นผมสีดำสนิทรวบเป็นหางม้าลวกๆ มีรอยเปื้อนเขม่าดินที่ข้างแก้ม ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและตื่นตระหนกในคราวเดียวกัน มือขวาของเธอกำคัมภีร์หนังเก่าแก่เล่มหนึ่งไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
"คุณ..." ศศินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามตั้งสติ "คุณมาที่นี่ได้ยังไง และรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่—"
"ยังไม่มีเวลามานั่งอธิบายเรื่องไร้สาระหศศิน" รินรดาตัดบท น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่นเพียงพอที่จะทำให้เขาเงียบลง เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังหลงเหลือไอเย็นเยียบ "สิ่งที่คุณตามหา... ศิลาจารึกแห่งการเวลา มันไม่ใช่แค่โบราณวัตถุ แต่มันคือประตู และตอนนี้ 'พวกมัน' กำลังใช้คุณเป็นกุญแจดอกสุดท้าย"
ศศินขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอเพื่อลดเสียงกระซิบ "คุณหมายความว่ายังไง? แล้วผู้ชายคนนั้น... คนที่ฉันเพิ่งเห็น... พ่อของฉัน..."
รินรดาชะงักไปชั่ววินาที สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความลับบางอย่างที่หนักหน่วงเกินกว่าจะแบกรับไว้คนเดียว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะดึงแขนเสื้อของศศินให้ก้มลงมาใกล้ เพื่อกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า
"พ่อของคุณไม่ได้ตายเมื่อสิบปีก่อน... และคนที่นำลัทธิ 'เงาดับสูญ' ตามล่าคุณในตอนนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าอื่นไกลที่ไหนเลย"
รินรดาเว้นจังหวะ ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาของศศินอย่างสื่อความหมายลึกซึ้ง
"แต่เขาคือ... วรารัตน์ อาจารย์โบราณคดีผู้ล่วงลับ... ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของแม่คุณเอง"
ในวินาทีที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผย พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากธรรมชาติ แต่เป็นเสียงก้องกังวานของบทสวดโบราณที่ดังมาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดหลังชั้นหนังสือ ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากทองคำรูปอสูรโบราณ และในมือข้างขวาของมัน กำลังถือศิลาจารึกที่ส่องแสงสีเลือดเรืองรองออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามืดดำนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เงาจันทราลี้ลับ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 5
รินรดาผู้มาเยือน
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!