กลิ่นสาบของกระดาษเก่าเคล้ากับไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากผนังหินของห้องทำงาน ดร.วิชัย ไม่ได้ทำให้ศศินรู้สึกสงบเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม... ความเงียบงันในห้องนี้มันหนาแน่นจนเกือบจะบีบคั้นลมหายใจ
“อาจารย์ครับ... นี่มันหมายความว่ายังไง”
ศศินถามพลางชี้ไปยังโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง บนนั้นไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีข้าวของกระจัดกระจาย มีเพียงสมุดบันทึกเล่มหนาที่กางค้างไว้ และรอยคราบหมึกสีดำสนิทที่หยดเป็นจุดๆ ราวกับหยดเลือด แต่มันไม่ใช่เลือด กลิ่นของมันฉุนกึกเหมือนกำยานที่ใช้ในพิธีศพของชนเผ่าโบราณ
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเศษผงสีเทาที่ปนเปื้อนอยู่บนขอบโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น “นี่ไม่ใช่หมึกธรรมดา ศศิน มันคือเถ้าถ่านจากกระดูกมนุษย์ผสมกับยางไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกห้ามใช้มานานนับพันปี”
“แล้วอาจารย์หายไปไหน” ศศินพึมพำ ดวงตาของเขาจ้องมองรหัสลับที่ถูกเขียนทับด้วยลายมือหวัดๆ ลงบนหน้ากระดาษที่มีแผนภูมิปฏิทินจันทรคติซ้อนทับอยู่ “เขาเป็นคนบอกผมเองว่า ปริศนานี้อันตรายเกินกว่าจะแตะต้อง แต่ทำไม... ทำไมเขาถึงทิ้งรหัสนี้ไว้ให้ผม”
รินรดาสูดลมหายใจลึก เธอก้มลงอ่านตัวเลขและสัญลักษณ์ที่ดูเหมือนอักษรขอมโบราณถูกดัดแปลง “ดวงจันทร์ไม่ได้แค่บอกข้างขึ้นข้างแรม แต่มันบอก 'ตำแหน่ง' ของประตูที่ถูกปิดตาย” เธอกลืนน้ำลายลงคอ “ศศิน... รหัสพวกนี้ไม่ได้หมายถึงวันเวลาในอนาคต แต่มันคือจังหวะที่เงาจันทร์จะทาบทับลงบนพิกัดที่ตั้งของเมืองสาบสูญ”
ฉับพลันนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่จงใจย่ำให้เกิดเสียงดังก็สะท้อนมาจากทางเดินด้านนอก ศศินรีบคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงตัวเธอไปซ่อนหลังชั้นหนังสือไม้สูงใหญ่ สายตาเขากวาดผ่านซอกชั้น เห็นเงาร่างหนึ่งทอดทับเข้ามาในห้อง ชายในชุดสูทสีดำสนิทที่มีตราสัญลักษณ์ 'เงาดับสูญ' ปักอยู่ตรงปกเสื้อ—วรารัตน์
วรารัตน์เดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าเยือกเย็น เขามองรอบๆ ห้องด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ที่เขารู้อยู่เต็มอก “ดร.วิชัย... คุณไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วสินะ” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ “แต่รอยจารึกที่เขาทิ้งไว้ มันไม่ได้เป็นของพวกคุณตั้งแต่แรกแล้ว”
ชายชุดดำคนนั้นหยิบปากกาขนนกขึ้นมา แล้วแตะลงบนรอยคราบหมึกบนโต๊ะ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส พื้นห้องสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนมีใครกำลังลากของหนักใต้พื้นดิน
ศศินกำหมัดแน่นจนสั่น เขาสังเกตเห็นว่ารหัสที่อาจารย์เขาทิ้งไว้เริ่มเปล่งแสงจางๆ ขึ้นมาในความมืด มันไม่ใช่แค่รหัส แต่มันคือกับดัก!
รินรดาหันมามองศศิน สายตาของเธอสื่อความหมายชัดเจนว่า *เราต้องหนี* แต่เมื่อเธอขยับตัว ปลายเท้าของเธอกลับไปเตะเข้ากับกรอบรูปบนพื้นจนเกิดเสียงดัง 'กริ๊ก'
หัวใจของศศินหล่นวูบ วรารัตน์หยุดนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันขวับมาทางชั้นหนังสือที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ มุมปากของชายชุดดำยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ออกมาเถอะศศิน...” วรารัตน์เอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง “อาจารย์ของคุณน่ะ... เขาไม่ได้หายไปเพราะถูกลักพาตัวหรอกนะ แต่เขากำลัง 'เดินทาง' ไปในที่ที่ไม่มีใครในโลกปัจจุบันเข้าถึงได้... และพวกคุณก็กำลังจะได้รับเชิญไปร่วมในความว่างเปล่านั้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้”
ศศินก้าวออกมาจากมุมมืด รวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับศัตรู “แกทำอะไรกับเขา!”
วรารัตน์ไม่ได้ตอบ แต่เขากลับชี้ไปยังสมุดบันทึกที่เปิดค้างไว้ บนหน้ากระดาษนั้น ภาพวาดปฏิทินจันทรคติที่เคยหยุดนิ่ง กลับค่อยๆ หมุนวนเปลี่ยนรูปร่างไปมาดั่งกลไกนาฬิกาโบราณ และสิ่งที่ทำให้ศศินต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจคือ... ภายในวงกลมของจันทรคติที่หมุนวนนั้น ปรากฏใบหน้าของดร.วิชัยที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือด้วยปากที่ถูกเย็บปิดตาย!
“ยินดีต้อนรับสู่พิธีกรรมที่แท้จริง” วรารัตน์กล่าวพลางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ไฟในห้องทั้งหมดดับวูบ ทิ้งให้เหลือเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา แต่ทว่า... แสงจันทร์นั้นกลับไม่ใช่สีขาว แต่มันเป็นสีเลือด!
เงาของศศินที่ทอดทับอยู่บนพื้นเริ่มหลุดลอยออกมาจากร่างของเขาเอง... และมันกำลังขยับเขยื้อนด้วยตัวของมันเองเพื่อมุ่งหน้าเข้าหาเงาของวรารัตน์
- เงาจันทราลี้ลับ -
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 3
การหายตัวไปของดร.วิชัย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!