"เจ้าจะแบกเอาความตายของเขาไว้บนบ่าไปอีกนานแค่ไหนริน... จนกว่ากระดูกเจ้าจะผุพังไปพร้อมกับเตาถ่านนี่หรือ?"
เสียงของปู่มิ่งไม่ได้ดังก้องกังวาน แต่มันหนักแน่นเหมือนก้อนหินที่ทุ่มลงในบึงน้ำนิ่ง รินชะงักมือที่กำลังหั่นรากผักชีอยู่กลางอากาศ มีดเล่มคมกริบที่เคยเป็นดั่งอวัยวะที่สามของเขาในตอนนี้นิ่งสนิท เสียงหยดน้ำจากก๊อกในอ่างล้างจานดังติ๋ง... ติ๋ง... ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่แผ่วเบาจนน่าตกใจ
รินไม่หันไปมองคนแก่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าหลังร้าน เขาหลับตาลงแน่น กลิ่นเครื่องเทศที่เคยหอมหวนในความรู้สึก กลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกที่ชวนให้สำลักความขมขื่น
"ปู่ไม่เข้าใจหรอกครับ" รินเอ่ยเสียงแหบพร่า "ถ้าคืนนั้นผมไม่ดื้อรั้น... ถ้าผมฟังอาจารย์ตั้งแต่แรก... เขาคงไม่ต้องเข้าครัวในสภาพที่ร่างกายไม่พร้อม และเขาคงไม่ต้องจบชีวิตลงเพราะความผิดพลาดที่ผมเป็นคนก่อ"
ปู่มิ่งวางไม้เท้าลงกับพื้นไม้ดัง 'กึก' ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ เสียงเข่าของชายชราดังลั่นยามขยับตัว เขาก้าวมายืนเคียงข้างรินที่เคาน์เตอร์ครัว กลิ่นสมุนไพรจางๆ จากตัวชายชราผสมกับกลิ่นไอของป่าหลังบ้าน มันเป็นกลิ่นที่เคยปลอบประโลมรินมาตลอดสามเดือนที่นี่ แต่ในเวลานี้ มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนเข้ามุม
"ข้าอาจไม่เข้าใจสูตรอาหารหรูหราของเจ้า แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องของสูตรอาหาร ริน" ปู่มิ่งเอื้อมมือที่เต็มไปด้วยริ้วรอยไปจับข้อมือของรินที่ถือมีดไว้แน่น "เจ้ากำลังทำร้ายคนตายด้วยการไม่ยอมให้อภัยตัวเอง และเจ้ากำลังทำร้ายคนเป็นด้วยการกลายเป็นคนตายที่ยังหายใจอยู่"
รินวางมีดลงแล้วหันมามองปู่มิ่ง แววตาของเขาไหวระริก "ปู่รู้เรื่องคืนนั้นมาตลอดใช่ไหมครับ? ตั้งแต่วันแรกที่ผมมาถึง... ที่ปู่ถามเรื่องอาจารย์ ปู่ไม่ได้แค่ถามด้วยความอยากรู้ แต่ปู่รู้... ว่าอาจารย์คือใคร"
ปู่มิ่งไม่ได้หลบสายตา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบแปดสิบปีคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของริน "คนแถวนี้อาจจะรู้จักแค่ 'ปู่มิ่งคนเก็บสมุนไพร' แต่พวกเขาไม่รู้ว่า หลายสิบปีก่อน ข้าเคยเป็นคนส่งวัตถุดิบให้นายใหญ่ของร้านอาหารที่อาจารย์เจ้าเคยดูแลอยู่"
รินเบิกตากว้าง ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของภูเขาสูงใหญ่กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างช้าๆ
"อาจารย์ของเจ้าไม่ได้ตายเพราะความประมาทอย่างที่เจ้าเข้าใจหรอกนะริน" ปู่มิ่งลดเสียงต่ำลงราวกับกระซิบ "เขารู้อยู่เต็มอกว่าคืนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น... และเขาก็เลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้นด้วยตัวของเขาเอง เพื่อปกป้องใครบางคน"
รินรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกพรากไปจากปอด เขาพยายามจะเถียง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนกรวดมาอุดไว้ เขาตัดสินใจหยิบมีดขึ้นมาอีกครั้ง มือที่สั่นเทาพยายามจะหั่นผักชีต่อ แต่แล้วเขาก็ขว้างมีดลงบนเขียงไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะเดินหนีออกไปที่ระเบียงหลังร้าน มองออกไปที่เงาของทิวเขายามโพล้เพล้
เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อหลบหนีความผิด กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ปู่มิ่งเดินตามมาเงียบๆ แล้วยืนพิงเสาระเบียงข้างๆ เขา
"ทำไม... ทำไมต้องเป็นผมครับปู่?" รินถามเสียงสั่น "ทำไมต้องส่งผมมาที่นี่? ทำไมปู่ถึงต้องเอาเรื่องนี้มาเปิดแผลผมในวันที่ผมเริ่มจะลืมมันได้บ้างแล้ว?"
ปู่มิ่งเงียบไปนานจนรินคิดว่าเขาคงไม่ตอบ จนกระทั่งแสงอาทิตย์สีส้มสุดท้ายลับขอบฟ้า ปู่มิ่งจึงเอ่ยขึ้น "เพราะคนที่จะไขปริศนาในสมุดบันทึกเล่มสุดท้ายที่อาจารย์เจ้าฝากไว้ได้ มีเพียงคนเดียว... และคนคนนั้นไม่ได้ต้องการแค่ 'รสชาติ' แต่ต้องการ 'ความจริง' ที่จะทำให้หัวใจของเขาหายจากการเป็นแผลเหวอะหวะ"
ปู่มิ่งล้วงมือเข้าไปในเสื้อกั๊กตัวเก่า แล้วหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าจนกระดาษแทบจะเปื่อยยุ่ยออกมาวางไว้บนโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างๆ ริน
"นี่คือสิ่งที่เขาฝากไว้ให้เจ้าตั้งแต่วันแรกที่เขารู้ตัวว่าเหลือเวลาไม่มาก... เจ้าไม่เคยเปิดมัน เพราะเจ้ากลัวว่าข้างในนั้นจะมีคำตำหนิจากปากของคนที่เจ้าเคารพที่สุด"
รินจ้องมองซองจดหมายนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลา มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสพื้นผิวที่ขรุขระของมัน ความกลัว ความโกรธ และความสงสัยตีรวนกันจนปั่นป่วน เขาค่อยๆ ฉีกซองออกช้าๆ ลมหายใจขาดห้วงเมื่อเห็นลายมือที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีบนกระดาษแผ่นเล็กข้างใน
เขากวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่บรรทัดสุดท้ายทำให้หัวใจของรินหยุดเต้นไปชั่วขณะ
*“ริน... ในวันที่เจ้าอ่านจดหมายฉบับนี้ คนที่เจ้าคิดว่าเจ้าสังหารด้วยมือของเจ้าเอง... เขายังมีชีวิตอยู่ในที่ที่เจ้าคาดไม่ถึง และเขาเฝ้ามองเจ้ามาตลอดตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าเข้าสู่ร้านอาหารหลังเขานี้”*
รินเงยหน้าขึ้นมองปู่มิ่งด้วยความตกตะลึง แต่ชายชรากลับเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ แล้วชี้นิ้วไปยังเส้นทางเดินป่าที่มืดมิดเบื้องหน้า ซึ่งในยามนี้ มีแสงไฟจากตะเกียงดวงหนึ่งกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ตัวร้านมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะฝีเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้ง เปรียบเสมือนเสียงระฆังแห่งความจริงที่กำลังจะกระชากวิญญาณของเขากลับมาสู่อดีตอีกครั้ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรสชาติแห่งความรู้สึกไปกับรินในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 23
ความจริงที่ปู่รู้มานาน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!