ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 1

กลิ่นดินหลังฝน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“เชฟรินครับ... จานนี้ผมขอผ่านนะ” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องครัวระดับมิชลินสตาร์แห่งนี้จนแทบหายใจไม่ออก รินยืนนิ่ง มือที่สวมถุงมือยางกำมีดทำครัวแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน บนจานเซรามิกสีขาวราคาแพง คือ ‘ซุปใสเห็ดป่าที่ไร้จิตวิญญาณ’ รสชาติที่เขาปรุงด้วยเทคนิคขั้นสูงเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่มันกลับว่างเปล่า เหมือนกับสิ่งที่อยู่ภายในอกของเขาตอนนี้ “มันขาดอะไรไปงั้นเหรอครับ?” รินถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบเกินไป จนเพื่อนร่วมงานรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา “ความกล้าหาญมั้ง” ชายคนนั้นวางช้อนลง เสียงกระทบจานเบาหวิวแต่กลับดังก้องในโสตประสาทของริน “คุณมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม คุณคัดสรรวัตถุดิบเกรดเอจากทั่วโลกมาวางตรงหน้า แต่ริน... สิ่งที่คุณทำออกมา มันไม่ใช่ความทรงจำ แต่มันเป็นแค่การแสดง คุณกำลังพยายามตะโกนบอกใครบางคนผ่านอาหารชุดนี้อยู่หรือเปล่า?” รินไม่ได้ตอบ เขาทำเพียงวางมีดลงบนเขียงไม้ช้าๆ สัมผัสของไม้ที่ผ่านการใช้งานมานานกระตุ้นให้นึกถึงโต๊ะไม้เก่าๆ ในบ้านหลังหนึ่งที่เขาหนีจากมันมานานกว่าสิบปี ความทรงจำเรื่องกลิ่นสมุนไพรสดและกลิ่นดินที่อบอวลหลังฝนตกพุ่งเข้าโจมตีโสตประสาทอย่างรุนแรง เขาหันหลังเดินออกจากเคาน์เตอร์สเตชั่น ทิ้งความวุ่นวายของห้องครัวระดับห้าดาวไว้เบื้องหลัง เสียงตะโกนเรียกชื่อจากหัวหน้าเชฟหรือความสงสัยของลูกน้องไม่ได้เข้าสู่หูของเขาอีกต่อไป เขาเดินผ่านโซนรับประทานอาหารที่หรูหรา ผ่านใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของลูกค้าเหล่านั้น ก่อนจะหยุดยืนหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องพักพนักงาน มองเห็นภาพสะท้อนของชายหนุ่มที่ดูดี แต่แววตากลับหม่นแสง ที่หน้าอกซ้ายของเขามีรอยแผลเป็นจางๆ… รอยแผลที่ย้ำเตือนถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต วันที่เขาดื้อรั้นอยากพิสูจน์ตัวเองในห้องครัวที่เร่งรีบจนลืมความสำคัญของวัตถุดิบและจิตวิญญาณของคนปรุง จนเกิดอุบัติเหตุที่พรากอาจารย์ผู้เป็นที่รักไปตลอดกาล รินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความลาออกที่เตรียมไว้ตั้งแต่วันนั้น... วันที่เขารู้ตัวว่า 'ไฟ' ในตัวเขาไม่ได้ถูกความสำเร็จหล่อเลี้ยง แต่มันกำลังมอดไหม้จนเหลือเพียงขี้เถ้า --- สามวันต่อมา กลิ่นไอของดินเปียกชื้นลอยมาปะทะจมูกทันทีที่รินก้าวลงจากรถโดยสารประจำทางสายสุดท้ายของวัน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรขับขานแทนเสียงเครื่องดูดควันในเมืองหลวง ถนนลูกรังที่ทอดยาวเข้าสู่หมู่บ้านหลังเขานี้ยังคงเป็นสีน้ำตาลเข้มจากฝนที่เพิ่งขาดเม็ดไปเมื่อครู่ เขาลากกระเป๋าเดินทางใบเดียวกลับบ้านไม้หลังเก่าที่เคยคุ้นตา บ้านที่เขาทอดทิ้งมานานนับทศวรรษ “นึกว่าลืมทางกลับบ้านไปแล้วซะอีก” เสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นดังมาจากระเบียงบ้าน ‘ปู่มิ่ง’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม มือเหี่ยวย่นกำลังคัดแยกใบสมุนไพรลงในตะกร้าสาน สายตาคู่คมกริบมองมาที่รินราวกับเขารู้ล่วงหน้าว่าหลานชายคนนี้จะกลับมาในวันนี้ รินหยุดเดิน เขามองชายชราที่ดูแก่ตัวลงไปมาก ผิวหนังที่ผ่านแดดผ่านฝนมาทั้งชีวิตดูเหมือนจะกลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบกาย “ผม... ผมเหนื่อยครับปู่” “เหนื่อยก็ดี” ปู่มิ่งไม่เงยหน้ามอง แต่ขยับมือหยิบใบสมุนไพรขึ้นมาดมกลิ่น “ความเหนื่อยคือเครื่องเทศที่ดีที่สุด ถ้าไม่มีมัน อาหารก็จะเป็นแค่ของกินประทังชีวิต” รินวางกระเป๋าลงแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ปู่ ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนไม่ได้น่าอึดอัด มันกลับเหมือนบทสนทนาที่ไม่มีคำพูด แต่มีความเข้าใจไหลเวียนอยู่ “ริน... มนุษย์เรามักออกเดินทางไปตามหาเครื่องปรุงที่ไกลที่สุดเพื่อมาเติมเต็มจานของตัวเอง โดยลืมไปว่ารสชาติที่ทำให้คนเราอยากมีชีวิตอยู่ต่อในวันพรุ่งนี้จริงๆ มันคืออะไร” ปู่มิ่งวางสมุนไพรลง แล้วหันมาสบตาหลานชาย “เจ้ากลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อหนีความผิดหรอกใช่ไหม?” รินหลุบตาลง มองมือที่เคยจับมีดทำครัวราคาแพง แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยฝุ่นดินจากการเดินทาง “ผมไม่รู้ครับปู่... ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าผมยังฝืนปรุงอาหารในที่แบบนั้นต่อไป ผมคงจะลืมไปว่าคนเรากินอาหารเพื่ออะไร” ปู่มิ่งยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กเจ็ดขวบที่วิ่งเล่นหลังบ้านอีกครั้ง “งั้นคืนนี้ก็กินข้าวกับปู่นี่แหละ มีของดีที่เพิ่งได้มาตอนฝนหยุดตกพอดี” รินมองไปที่จานอาหารบนโต๊ะเล็กๆ ข้างปู่ มันไม่ใช่จานหรูหรา แต่มันคือเห็ดถอบสดๆ ที่เพิ่งเก็บมา ผัดกับน้ำมันหมูและซีอิ๊วสูตรเก่าแก่ กลิ่นหอมฟุ้งที่เตะจมูกนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มันคือกลิ่นของความหลัง กลิ่นของบ้าน... กลิ่นที่เขาสูญเสียไปนานเกินไป เขารับจานข้าวมาถือไว้ มือที่เคยนิ่งสนิทในห้องครัวระดับโลกกลับสั่นเทาด้วยความรู้สึกตื้นตันที่อธิบายไม่ได้ รินตักเห็ดเข้าปาก ความหวานของวัตถุดิบและความเค็มที่พอดีเต้นระบำอยู่บนลิ้น มันคือความสุขที่ไม่มีการปรุงแต่ง แต่มันกลับทำให้เขาร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะสงบลง เสียงประตูกระจกหน้าร้านอาหารหลังเขาก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดแจ็คเก็ตกันลมสีเข้มปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เธอหอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะโยนซองจดหมายสีขาวปิดผนึกด้วยตราประทับสีแดงสดลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา “คุณหนีความผิดพลาดมาไกลเกินไปแล้ว ริน” หญิงสาวกล่าวพลางจ้องเขม็งมาที่เขา “ความตายของอาจารย์คุณ ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะทิ้งไว้ข้างหลังแบบนี้... ถ้าคุณไม่กลับไปจัดการมันให้จบ คนพวกนั้นจะมาเผาร้านของปู่คุณให้ราบภายในสามวันนี้” รินชะงัก ช้อนในมือร่วงลงกระทบพื้นดิน ความอบอุ่นที่เขาเพิ่งสัมผัสได้มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาเงยหน้ามองปู่มิ่งที่ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น โดยที่ไม่ได้ดูประหลาดใจกับคำขู่ของหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณที่เดินทางไปกับ "ร้านอาหารหลังเขา" ในตอนแรกนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%