“นายจะปล่อยให้ความกลัวมาแย่งเตาไฟไปจากมือไม่ได้นะริน”
เสียงของปู่มิ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องครัวรินไม่ได้หันไปมอง เขาทำเพียงแค่กำมีดในมือแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน จดหมายสีดำฉบับนั้นถูกวางทับไว้ใต้เขียงไม้ เนื้อหาในนั้นไม่ได้มีคำขู่กรรโชก แต่มันคือคำเชิญเข้าร่วมงาน 'ประชันรสตำนาน' ซึ่งจัดโดยสมาคมเชฟแห่งชาติ งานที่เขาเคยสาบานว่าจะเหยียบให้ถึงเพียงแค่หน้าประตูรั้วในฐานะผู้ชมเท่านั้น
“ผมไม่ได้กลัวครับปู่” รินตอบเสียงเรียบ แต่กระนั้นเขาก็ยังหั่นหอมหัวใหญ่ด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ปกติแล้วรินจะหั่นมันเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงเพลงที่บรรเลงอยู่ในใจ แต่วันนี้... ใบมีดกระแทกเขียงด้วยแรงที่หนักเกินจำเป็น
“ถ้านั่นไม่ใช่ความกลัว แล้วสิ่งที่นายทำอยู่เรียกว่าอะไร? การหั่นหอมจนกลายเป็นเละเทะแบบนี้ มันไม่ใช่สไตล์ของรินที่ผมรู้จัก” ปู่มิ่งเดินเข้ามาใกล้ วางมือเหี่ยวกร้านลงบนไหล่ของเชฟหนุ่มที่กำลังสั่นน้อยๆ “อาหารน่ะมันมีชีวิตนะริน ถ้าคนปรุงจิตใจว้าวุ่น รสชาติที่ออกมาก็ย่อมจะบิดเบี้ยวตามไปด้วย”
รินวางมีดลง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกจนปอดแทบพองโต “งานที่สมาคมส่งมาให้ ผมต้องไปเคลียร์เรื่องเอกสารการแข่งขันภายในวันพรุ่งนี้ ไหนจะสต็อกวัตถุดิบที่ซัพพลายเออร์ส่งมาไม่ครบอีก แล้วเย็นนี้ยังมีกรุ๊ปทัวร์ที่โทรมาจองโต๊ะใหญ่กะทันหัน ปู่ครับ... ผมแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบตะหลิวขึ้นมาทำอาหารให้ลูกค้าด้วยซ้ำ”
“การงานที่ถาโถมเข้ามา มันคือบททดสอบชั้นดีที่อยากจะดูว่า นายยังรักษา ‘หัวใจ’ ของการทำอาหารไว้ได้ไหม” ปู่มิ่งเอ่ยพลางถอนหายใจ “จำไว้นะ การทำร้านอาหารไม่ใช่แค่การเสิร์ฟจานที่ดีที่สุด แต่มันคือการรักษาสมดุลระหว่างโลกที่วุ่นวายกับเตาไฟที่สงบนิ่ง”
รินพยักหน้ารับอย่างส่งๆ เขารีบเช็ดมือแล้วหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็กตารางงาน เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลดังไม่หยุดหย่อน ยอดการจองที่ล้นหลามเกินกำลังพนักงานในร้านเริ่มทำให้เขาหายใจไม่ออก เขาต้องคอยตอบแชทลูกค้า ประสานงานกับร้านจำหน่ายวัตถุดิบ และร่างโครงร่างเมนูที่จะใช้แข่งขันในนามร้านตามเงื่อนไขในจดหมายฉบับนั้น
จากเชฟผู้ที่เคยละเมียดละไมกับการเคี่ยวซุปนานหลายชั่วโมง วันนี้รินกลายเป็นเพียงคนเดินเอกสารที่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าเตาไฟ เขาหันไปตะโกนสั่งงานลูกมือด้วยน้ำเสียงที่ห้วนกระด้างและเร่งรีบ ความอบอุ่นที่เคยมีในร้านอาหารหลังเขาแห่งนี้ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเครียดที่กดทับบรรยากาศจนน่าอึดอัด
ตกเย็น ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาร้านจนเต็มแน่น รินขยับตัวด้วยความรวดเร็ว แต่ทว่า... ความรวดเร็วของเขากลับปราศจากความรักในอาหาร เขากำลังปรุงอาหารด้วย ‘สมอง’ มากกว่า ‘หัวใจ’
“ริน จานนี้รสชาติมันเพี้ยนไปนะ” ลูกค้าประจำคนหนึ่งทักขึ้นขณะที่รินเดินผ่านโต๊ะไป
รินชะงัก สายตาเขามองจานสเต็กในมือลูกค้าที่ถูกกินไปเพียงนิดหน่อย เขาไม่ได้ตอบโต้อะไร ทำเพียงแค่ก้มหัวขอโทษอย่างเสียไม่ได้ ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้ขอบตาเขาร้อนผ่าว เขาต้องการเพียงแค่ความเงียบ ต้องการที่ว่างเพื่อหลบไปพักจากพายุความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิต
เมื่อร้านปิดลงในเวลาเที่ยงคืน รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าหลังร้าน เขามองมือตัวเองที่สั่นเทาจากการถือกระทะหนักๆ มาตลอดสิบชั่วโมง เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เส้นทางที่เขากำลังเดินอยู่นี้คือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ หรือการกลับมาของอดีตที่เขาเกลียดชัง กำลังทำให้เขาสูญเสียตัวตนไปทีละน้อย
“วันนี้มันเหนื่อยเกินไปใช่ไหม?” เสียงใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืดของสวนหลังร้าน
รินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เขาจำได้แม่น... แววตาคู่นั้นที่เป็นต้นเหตุของจดหมายสีดำฉบับนั้น ผู้หญิงคนเดิมที่เขาเคยสาบานว่าจะไม่พบหน้าอีกชั่วนิรันดร์ เธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในชุดสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศอันอบอุ่นของร้านอาหารแห่งนี้ เธอขยับยิ้มที่มุมปาก แต่มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกดี แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“เธอมาทำไมที่นี่” รินเค้นเสียงถาม มือเขาคว้าหมับเข้าที่ขอบโต๊ะจนไม้ลั่นเสียงดัง
หญิงสาวเดินก้าวเข้ามาในแสงไฟที่สลัวจากในร้าน เธอวางบางอย่างลงบนโต๊ะข้างหน้าเขา มันคือเหรียญตราโลหะสีทองที่ดูคุ้นตาจนหัวใจของรินแทบจะหยุดเต้น แต่มันไม่ใช่เหรียญตราปกติ เพราะรอยบิ่นที่ขอบนั้น... คือรอยเดียวกับที่อาจารย์ของเขาเคยทำไว้ก่อนวันที่ท่านจะจากโลกนี้ไปตลอดกาล
“อาจารย์ไม่ได้ทิ้งแค่สูตรอาหารลับไว้ให้คุณหรอกนะริน” หญิงสาวกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้รอยเลือดในกายเขาเย็นเฉียบ “ท่านทิ้ง ‘ความลับ’ ที่คุณไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตเอาไว้ด้วย... และถ้าคุณไม่ลงแข่งในงานนั้น ฉันรับรองได้เลยว่าสิ่งที่ท่านพยายามปิดบังมาตลอด จะถูกเปิดเผยให้คนทั้งโลกได้รับรู้ในวันพรุ่งนี้”
รินนิ่งงัน ลมหายใจเขาขาดห้วง เมื่อเขาเห็นเงาของใครอีกคนหนึ่งก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ข้างร้าน ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยในเครื่องแบบเชฟระดับสูงที่เขาเคยให้ความเคารพที่สุดในชีวิต... คือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับนั้นตั้งนานแล้ว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เชฟรินมาจนถึงบทนี้จากใจ "กาแฟโบราณแก้วโต" ครับ
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 36
ความวุ่นวายที่คืบคลาน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!