กลิ่นโอโซนจางๆ ที่เกิดจากการโอเวอร์โหลดของระบบไฟฟ้าลอยแตะจมูกทันทีที่แสงสว่างสุดท้ายในห้องนิรภัยดับวูบลง ความมืดมิดที่เข้าจู่โจมไม่ใช่ความมืดแบบปกติ แต่มันคือความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับถูกสูบออกซิเจนไปจนหมดสิ้น ดร.ศิลา นั่งนิ่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมที่เหลือเพียงแสงสีฟ้าสลัวจากการสำรองพลังงานฉุกเฉิน นิ้วเรียวยาวของเธอค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์เสมือน หัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงสะท้อนอยู่ภายในทรวงอกราวกับเสียงกลองที่กำลังตีบอกเวลาตาย
*อย่าเพิ่งถอย* เธอเตือนตัวเองในใจ ลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวผ่านรอยต่อของโลหะภายนอกประตู มันไม่ใช่เสียงเดินของคนที่รีบร้อน แต่เป็นจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า... จังหวะของนักล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น
"ถ้าคุณคิดว่าการตัดไฟจะทำให้ผมเลิกแกะรอยไฟล์นี้ล่ะก็... คุณกำลังประเมินค่าความดื้อรั้นของผมต่ำไปนะครับ ดร.ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารที่ถูกแทรกแซง ไคนั่นเอง เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อขัดขวาง แต่เขากำลัง 'เล่นเกม' กับเธอ
ศิลาไม่ตอบ เธอรีบพิมพ์รหัสลับชุดสุดท้ายลงไป ความเร็วนิ้วของเธอเพิ่มขึ้นตามระดับอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน ระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้ากำลังถูกโอเวอร์ไรด์ด้วยอัลกอริทึมที่พี่สาวของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนหายสาบสูญไปในหลุมดำ ข้อมูลไหลทะลักผ่านหน้าจอ ราวกับกระแสน้ำวนของดวงดาวที่กำลังแตกสลาย
"ศิลา" ไคเรียกชื่อเธออีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาใกล้ขึ้น เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูบานยักษ์ "ผมไม่ได้มาเพื่อแย่งไฟล์นั้น และผมไม่ได้มาเพื่อฆ่าคุณ แต่ถ้าคุณยังดึงดันจะถอดรหัสไฟล์ 'เนบิวลาสีเลือด' นั่นต่อ... สิ่งที่คุณจะเห็นหลังจากนี้ ไม่ใช่ความจริง แต่มันคือคำพิพากษา"
"ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ไค" ศิลาตอบกลับ เสียงของเธอเย็นเยียบ ทว่ามือที่พิมพ์รหัสกลับสั่นเทาเล็กน้อย "ถ้าฉันต้องแลกชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าสหพันธ์ที่เธอเทิดทูนนักหนากำลังสร้างความตายรูปแบบไหน... ฉันก็พร้อม"
"คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าทำไมพี่สาวคุณถึงหายไป?" ไคเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ซึ่งฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกละเอียด "เขาไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุจากการทดลอง แต่นั่นคือการ 'อัปโหลด' จิตสำนึกเข้าไปอยู่ในเครือข่ายเดียวกับไฟล์ที่คุณกำลังพยายามเปิดอยู่ตอนนี้!"
ศิลาชะงัก นิ้วของเธอหยุดกะทันหัน อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ ความเงียบงันในสุญญากาศดูเหมือนจะบีบอัดตัวเธอให้เล็กลง นี่คือความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด... หากพี่สาวของเธอยังไม่ตาย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ไม่มีวันจบสิ้น?
เสียงกลไกประตูนิรภัยเริ่มทำงาน มันไม่ได้ถูกเปิดด้วยรหัสผ่าน แต่มันถูก 'กระชาก' ด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้ามหาศาลจากฝีมือของไค แสงสีแดงวาบขึ้นแทนที่ความมืด พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวผ่านควันจางๆ เข้ามาในห้อง เขาไม่ได้พกอาวุธ แต่ในมือถืออุปกรณ์บางอย่างที่สั่นไหวด้วยพลังงานสีน้ำเงินเข้ม
"ถอยห่างจากหน้าจอเสีย" ไคสั่ง เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีท่าทีกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แท้จริง
ศิลาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดปะทะกันอยู่ในดวงตา "เธอรู้อะไรมาตลอดใช่ไหม ไค? ตั้งแต่ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก... เธอรู้ว่าไฟล์นี้คืออะไร และเธอรู้ว่าฉันจะทำอะไร"
ไคหยุดยืนตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นของน้ำมันเครื่องและโลหะเย็นๆ บนตัวเขาอบอวลอยู่ในอากาศ เขาเอื้อมมือออกมาราวกับจะคว้าข้อมือเธอ แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ
"ผมไม่ได้รู้แค่ว่ามันคืออะไร" ไคกระซิบพลางมองไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพโครงสร้างประสาทของมนุษย์ที่ถูกแปลงเป็นรหัสฐานสิบหก "แต่ผมเป็นคนออกแบบรหัสป้องกันชุดที่สอง... ชุดที่พี่สาวของคุณใช้ขังตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครตามไปถึงความผิดพลาดที่สหพันธ์ก่อขึ้น"
ศิลาเบิกตากว้าง เมื่อมองไปที่หน้าจออีกครั้ง เธอก็พบความจริงที่น่าขนลุก... แถบข้อมูลที่เธอกำลังถอดรหัสอยู่ มันไม่ใช่ไฟล์บันทึก แต่มันคือ 'การสนทนา' ที่กำลังดำเนินอยู่แบบเรียลไทม์ และรหัสผู้ส่งข้อความที่ปรากฏขึ้นมาบนจอในวินาทีนี้ คือชื่อที่เธอไม่ได้เห็นมานานกว่าสิบปี
[สถานะ: กำลังถ่ายโอนข้อมูล... ดร.ศิลา ได้โปรด... หนีไปก่อนที่เขาจะรู้ว่าคุณเห็นข้อความนี้]
ศิลาหันขวับกลับไปมองไค แต่สิ่งที่เธอพบไม่ใช่ความสงสารในดวงตาของเขา แต่เป็นแววตาที่เย็นชาดุจเครื่องจักรที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับบางอย่าง
"ไค... ใครคือคนที่กำลังพิมพ์ข้อความนี้?" ศิลาถาม เสียงของเธอแหบพร่า
ไคแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง "คนที่คุณตามหามาทั้งชีวิตไงครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'เธอ' จะไม่อยากให้เราได้เจอกันในสภาพที่ยังมีลมหายใจอยู่หรอกนะ"
ทันใดนั้น ระบบแจ้งเตือนของห้องนิรภัยก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อมีเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่ง... ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่นับสิบ ก้าวเข้ามาในทางเดินมืดมิดเบื้องนอกประตูที่พังทลาย และเสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียงเหล็กกล้าที่ลากครูดไปกับพื้นดินปูนอย่างเยือกเย็น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเวิ้งว้างไปกับผม เนบิวลาสตาร์ นะครับ
สูกญากาศรักซ่อนกล•ตอนที่ 33
เสียงฝีเท้าในความมืด
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูกญากาศรักซ่อนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!