"นี่คือกระดาษทรายเบอร์หยาบที่สุดที่คุณหาได้ในออฟฟิศแล้วใช่ไหมครับ คุณพริมโรส?"
ธันวาวางแผ่นแปลนลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปัง สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปที่รอยแก้ในแบบร่างที่เพิ่งพิมพ์ออกมา เขาไม่ได้มองหน้าคนทำ แต่รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมามันมากพอจะทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยือกราวกับเปิดแอร์ที่อุณหภูมิสิบหกองศา
พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ได้สะดุ้ง ไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี เธอนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาเคมีจากมือเขามาหมุนเล่นในนิ้วอย่างใจเย็น
"ถ้าคุณหมายถึงวิธีการนำเสนอผลงานที่ดูจืดชืดและขาดชีวิตชีวาของโครงการนี้ล่ะก็... ใช่ค่ะ ผมคงต้องบอกว่าฉันจงใจใส่ 'ความหยาบ' ลงไปเพื่อให้มันดูมีตัวตน ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เดินตามสคริปต์เหมือนที่คุณเป็น"
คำว่า 'คุณ' ที่เธอเน้นย้ำดูแหลมคมไม่แพ้กัน ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง กรามของเขาสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาโน้มตัวลงมาหาเธอจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นไม้จันทน์ของเขาลอยปะทะจมูกเธอ มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหล แต่ในจังหวะนี้ มันคือกลิ่นของอันตราย
"ผมไม่ได้จ้างคุณมาทำโปรเจกต์อาร์ตให้ตัวเองชื่นชม แต่จ้างมาเพื่อให้มันจบตามกรอบเวลาและความสมบูรณ์แบบที่บริษัทผมวางไว้" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ "และเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ นี่คือกฎสามข้อที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจ ถ้าไม่อยากถูกเชิญออกตั้งแต่วันที่สาม"
เขายืดตัวตรง แล้วชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว
"ข้อหนึ่ง... ห้ามเปลี่ยนสเปกวัสดุโดยไม่แจ้งผมเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อสอง... ห้ามแตะต้องโต๊ะทำงานของผมไม่ว่ากรณีใดๆ และข้อสาม..." เขาเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องไปที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวอย่างไม่ลดละ "ห้ามทำตัวสนิทสนมเกินความจำเป็นในเวลาทำงาน เพราะผมไม่ชอบการทำงานกับคนไร้วินัย"
พริมโรสหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูระรื่นหูแต่กลับบาดลึกในใจคนฟัง เธอผุดลุกขึ้นยืน ความสูงของเธอไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการคุกคามทางอารมณ์ที่เธอมอบให้ เธอขยับเข้าไปหาธันวาจนแผ่นหลังของเขาชิดกับโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง
"กฎงี่เง่า... เหมือนคนตั้งเลยนะครับ คุณธันวา"
เธอยกมือขึ้นหยิบกระดาษแผ่นนั้นที่เขาว่าหยาบขึ้นมา แล้วฉีกมันออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาเขา ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างขึ้นของชายหนุ่ม
"ข้อหนึ่ง ฉันจะปรับวัสดุตามความเหมาะสมหน้างานเพื่อให้งานมันออกมาดีที่สุด ข้อสอง โต๊ะตัวนี้มันเกะกะทางเดินฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะขยับมันไปทางซ้ายเสียใหม่ และข้อสาม..." พริมโรสโน้มตัวเข้าไปจนริมฝีปากของเธออยู่ใกล้ใบหูของเขา กระซิบเสียงแผ่วแต่หนักแน่น "ฉันจะสนิทกับคนที่ฉันอยากสนิท ไม่ใช่คนที่ทำตัวเป็นพระอิฐพระปูนห้ามแตะต้องแบบคุณ"
ธันวานิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาสร้างกำแพงไว้สูงตระหง่านมานานหลายปี กลับถูกผู้หญิงคนนี้พังทลายลงด้วยมือเปล่าเพียงไม่กี่นาที
"คุณมัน..."
"ดื้อด้าน? เอาแต่ใจ? หรือว่าคุณกำลังหลงเสน่ห์ความมั่นใจของฉันกันแน่ครับ คุณสถาปนิกปากจัด?"
พริมโรสถอยห่างออกมาด้วยท่าทีผู้ชนะ เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของธันวากลับรั้งเธอไว้
"คิดว่าการท้าทายผมจะทำให้คุณรอดไปได้ง่ายๆ งั้นหรือพริมโรส?"
เขาก้าวตามเธอไปในจังหวะที่รวดเร็วกว่าเดิม คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่าแน่นหนาพอที่จะไม่ให้ไปไหน ก่อนจะกดร่างของเธอให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นฝ่ายรุกคืบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพายุอารมณ์ที่พยายามเก็บซ่อนไว้
"ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าเล่นกับไฟ... เพราะคนที่อาจจะมอดไหม้ไปก่อนใครเพื่อน อาจจะเป็นตัวคุณเอง"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนาและทิฐิที่ปะทะกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางหน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดูเป็นทางการเกินไปทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันแทบจะทันที
ประตูบานใหญ่เปิดออก กวินก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพ แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่อยู่ในระยะประชิดขนาดนั้น
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าพริมโรสจะมีปัญหากับงานที่นี่มากเกินไป ผมเลยตั้งใจจะมารับเธอไปทานมื้อเที่ยงเพื่อเคลียร์สมองหน่อย หวังว่าคุณธันวาคงไม่ขัดข้องนะครับ?"
ธันวากระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาหันไปมองพริมโรสด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เชิญครับ... แต่อย่าลืมนะครับคุณพริมโรส ว่างานที่ค้างอยู่บนโต๊ะนี้... ต่อให้คุณไปถึงไหน ต่อให้มีใครช่วย กฎของผมก็ยังเป็นกฎ และผมจะรอตรวจ 'ผลงานใหม่' ที่คุณต้องทำชดเชยส่วนที่เพิ่งฉีกทิ้งไปเมื่อกี้"
ธันวาเดินผ่านกวินออกไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ทิ้งให้พริมโรสยืนกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด แต่ในขณะเดียวกัน... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวอย่างไม่อาจห้ามได้ เมื่อนึกถึงสัมผัสจากมือที่คว้าข้อมือเธอเมื่อครู่
"พริม... คุณโอเคไหมครับ?" กวินเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
พริมโรสมองตามแผ่นหลังกว้างของธันวาที่เดินห่างออกไป เธอรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และกฎที่เขาสร้างไว้... เธอจะทำลายมันทิ้งให้หมดทุกข้อ
"ฉันโอเคครับกวิน... แต่ดูเหมือนว่าบ่ายนี้ ฉันจะมีงานชิ้นใหญ่ที่ต้องทำเสียแล้วล่ะ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สองของเรื่องราวนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยดีไซเนอร์จอมดีด•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ไม่ควรทำ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยดีไซเนอร์จอมดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
