กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของซากศพมอนสเตอร์ระดับ F ภายในดันเจี้ยนร้างเขตตะวันตก คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่า เรน ยังคงมีลมหายใจอยู่
“หมดประโยชน์แล้วสินะ เจ้าฮันเตอร์ไร้คลาส…”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ ‘มาร์ค’ หัวหน้ากิลด์ย่อยสกัดดาวรุ่ง ดังสะท้อนก้องผ่านผนังหินสีดำสนิท รองเท้าคอมแบทหนังแท้ราคาแพงเหยียบลงมาบนหลังมือข้างที่ถือดาบสั้นของเรนอย่างไร้ความปรานี แรงกดมหาศาลบดขยี้กระดูกนิ้วมือจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ แต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือแววตาที่เยือกเย็นและว่างเปล่าของเรน เขามองชายผู้เคยร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันมานานนับปีด้วยความสมเพชเวทนา
เรนคือนักสู้ระดับ E ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘เศษสวะ’ ของวงการฮันเตอร์ หน้าที่ของเขาในปาร์ตี้ไม่เคยมีอะไรมากไปกว่าการเป็นโลเนื้อมนุษย์และตัวล่อตีนมอนสเตอร์ เพื่อให้พวกมันใช้เป็นสะพานก้าวไปสู่ความร่ำรวยและชื่อเสียง แต่ในวันนี้ เมื่อดันเจี้ยนระดับ D เกิดการ ‘บริดจ์’ พลิกผันเป็นระดับ C กะทันหัน มาร์คและพรรคพวกกลับเลือกที่จะตัดเชือกทิ้ง ดันเขาเข้าไปขวางทางฝูง ‘กอบลินคลั่งโลหิต’ เพื่อซื้อเวลาหนีเอาตัวรอด
“นายคิดจริงๆ หรือว่า การหักหลังฉันจะทำให้พวกนายรอดออกไปจากที่นี่ได้?” เรนเค้นเสียงพูดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เลือดสีแดงฉานไหลย้อยอาบมุมปาก
“หุบปากซะ! แกมันก็เป็นแค่ไอ้สวะที่เกาะพวกฉันกินไปวันๆ ตายซะที่นี่เถอะวะ ถือว่าทำบุญให้ปาร์ตี้เราก็แล้วกัน!” มาร์คคำรามด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขลาดเขลา เขาสะบัดหน้าหนีพร้อมกับสั่งให้ลูกน้องถอยทัพ ปล่อยให้เรนจมกองเลือดอยู่ท่ามกลางฝูงอสูรที่กำลังกรูเข้ามาด้วยความกระหาย
เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะสะใจค่อยๆ เลือนหายไป ความมืดมิดและกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ขยายเข้าปกคลุม เรนหลับตาลงช้าๆ ไม่ใช่เพราะยอมจำนนต่อความตาย แต่เพราะเขากำลังรอคอย… รอคอยช่วงเวลาที่ระบบบิดเบี้ยวนี้จะแสดงธาตุแท้ออกมา
ในเสี้ยววินาทีที่เขี้ยวอันแหลมคมของจ่าฝูงกอบลินกำลังจะฝังลงที่ต้นคอ ร่างของใครบางคนก็พุ่งแหวกความมืดเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด!
ฉับ!
ประกายแสงสีเงินวาบผ่านความมืด ศีรษะของกอบลินตัวนั้นหลุดกระเด็นออกจากบ่าในดาบเดียว เลือดพุ่งกระฉูดรดพื้นถ้ำ เซร่า นักรบหญิงระดับ S ในชุดเกราะหนังสีดำสนิทที่ควรจะอยู่แนวหน้าของกิลด์ใหญ่ กลับยืนหอบหายใจโยนอยู่ที่นี่ ร่างกายของเธอบาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กัน แต่แววตาคู่คมที่มองมาที่เรนนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและภักดีอย่างลึกซึ้ง
“คุณเรน… ฉันบอกแล้วว่าอย่ามารับหน้าแทนฉัน…” เสียงของเซร่าสั่นเครือเล็กน้อย เธอรีบพยุงร่างอันโชกเลือดของเรนขึ้นมาแนบอก อ้อมแขนที่เคยสังหารบอสมานับไม่ถ้วนกำลังสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อกิลด์ใหญ่
“เซร่า… เธอไม่น่ากลับมาเลย” เรนฝืนยิ้มมุมปาก ความอบอุ่นจากร่างของหญิงสาวช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บจากบาดแผลได้บ้าง เซร่าคือคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับว่า เรนมองเห็น ‘บั๊ก’ ของระบบโลกใบนี้ ฮันเตอร์ทุกคนเติบโตด้วยการอัปเลเวล แต่เรนกลับมองเห็นช่องโหว่ที่ทำให้เขาสามารถเจาะข้อมูลและแก้ไขโค้ดของโลกได้โดยตรง เพียงแต่ที่ผ่านมา… เขายังไม่มีพลังงานมากพอที่จะรันมัน
ทันใดนั้น ท้องฟ้าจำลองภายในดันเจี้ยนก็เกิดความผิดปกติ มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นรอยแยกสีดำสนิท เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่ไม่มีฮันเตอร์คนไหนเคยได้ยินมาก่อน ดังขึ้นในโสตประสาทของเรนโดยตรง
[ตรวจพบสถานะใกล้ตายของโฮสต์...]
[ระบบ 'ดีบั๊กจักรวาล' (Universe Debugger System) ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ 100%]
[คำเตือน: โฮสต์ได้บรรลุเงื่อนไขลับ 'การถูกหักหลัง ณ จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร']
[กำลังปลดล็อกสิทธิ์ผู้ดูแลระบบระดับสูงสุด (Root Access)...]
เรนลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาของเขาไม่ได้สะท้อนภาพความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันกลับเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามดั่งดิจิทัลอันเย็นเยียบ ร่างกายที่ควรจะหมดแรงกลับฟื้นฟูขึ้นด้วยพลังงานแปลกประหลาดที่ไหลทะลักเข้าสู่เส้นเลือด
เซร่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของชายหนุ่ม แรงกดดันระดับที่ทำให้มอนสเตอร์รอบด้านหมอบกราบลงกับพื้นโดยไม่ต้องลงดาบ
เรนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน เขามองไปยังทิศทางที่มาร์คและพรรคพวกหลบหนี รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
“พวกมันคิดว่าเกมนี้พวกมันเป็นคนควบคุมงั้นสินะ…” เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนเซร่าถึงกับขนลุกซู่ “น่าเสียดายจริงๆ ที่กฎของโลกใบนี้… มันถูกเขียนขึ้นมาให้ฉันเป็นคนแก้บั๊กตั้งแต่แรกแล้ว”
นิ้วมือเรียวยาวกางออกเบื้องหน้าอากาศว่างเปล่า หน้าต่างอินเทอร์เฟซสีแดงฉานนับร้อยปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องดั่งระฆังแห่งความตายของพวกที่หยิ่งยโส
[ระบบตรวจพบเป้าหมาย: กิลด์สกัดดาวรุ่ง]
[คำสั่งพิเศษ: ทำการรีเซ็ตสถานะทรัพย์สินและพลังทั้งหมดของเป้าหมายกลับสู่ศูนย์...]
ในขณะที่มาร์คและลูกทีมกำลังวิ่งหนีตายออกมาถึงปากทางเข้าดันเจี้ยนด้วยความดีใจที่รอดชีวิต จู่ๆ ร่างของพวกเขาก็แข็งค้างกลางอากาศ หน้าจอสถานะสีแดงฉานนับร้อยปรากฏขึ้นตรงหน้าของมาร์ค พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของมันเองว่า 'บัญชีของคุณถูกระงับถาวร'
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และร่วมเดินทางไปกับความสะใจในครั้งนี้ด้วยกันนะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบกดบั๊กสะท้านยุทธภพ•ตอนที่ 1
จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบกดบั๊กสะท้านยุทธภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
