เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ครับคุณบก.•ตอนที่ 1

ต้นฉบับต้องแก้

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถ้าคุณอคิราห์ยังคิดว่าผู้อ่านคือกองโจรที่พร้อมจะปล้นความสมเหตุสมผลไปจากนิยายเรื่องนี้ ผมเกรงว่าสำนักพิมพ์ของเราคงต้องพิจารณาคำว่า 'หุ้นส่วนทางความคิด' ใหม่เสียแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทที่เจือความเย็นชาไว้พอประมาณดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานห้องกระจกใสเก็บเสียงของกองบรรณาธิการ แอร์เย็นฉ่ำจนผิวเนื้อรู้สึกได้ แต่สิ่งที่ทำให้อคิราห์อยากจะลุกขึ้นคว้าเก้าอี้ฟาดไม่ใช่ความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ หากเป็นกระดาษปึกหนากว่าสามร้อยหน้าที่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กอย่างจงใจ ตัวอักษรสีแดงฉานที่ละเลงละมุนอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นแรกไม่ใช่รอยหมึก แต่มันคือหยาดเหงื่อแรงงานสามเดือนถ้วนของเขาที่ถูกบรรณาธิการหนุ่มผู้แสนจะ 'เรื่องเยอะ' พิพากษาด้วยปากกาเคมีด้ามเดียว อคิราห์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคมกริบตวัดมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายของธันวาเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟนีออนราวกับเอไอประเมินผลกำไรขาดทุน ไอ้หน้าหล่อจอมเผด็จการ... นี่คือคำนิยามสั้นๆ ที่อคิราห์มอบให้บรรณาธิการหนุ่มคนนี้มาตลอดสองปีเต็ม "คุณธันวาครับ" อคิราห์กดเสียงต่ำ ขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน "นี่คือครั้งที่สิบ... ย้ำนะครับว่านี่คือครั้งที่สิบ ที่คุณสั่งแก้ต้นฉบับบทที่สาม ตัวเอกของผมเป็นนักสืบ ไม่ใช่พระอรหันต์ที่จะต้องรู้แจ้งเห็นจริงทุกคดีตั้งแต่หน้าแรก ถ้าผมเฉลยปมฆาตกรรมตั้งแต่วรรคนี้ นิยายสืบสวนสอบสวนของผมจะกลายเป็นคู่มือทำอาหารทันทีนะครับ" ธันวานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสบประสานกับดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟของนักเขียนตัวแสบ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้อคิราห์อยากจะอุดหู "เหตุผลฟังขึ้นดีครับ... แต่น่าเสียดายที่มันใช้ไม่ได้จริง" ธันวาหยิบปึกต้นฉบับขึ้นมาพลิกเปิดไปยังหน้าที่มีรอยวงกลมสีแดงวงใหญ่ "ในหน้ายี่สิบห้า พระเอกของคุณวิเคราะห์รอยนิ้วมือบนแก้วกาแฟได้ถูกต้องโดยไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอ แถมยังเดาถูกอีกว่าคนร้ายใช้มือซ้ายถืออาวุธ ทั้งที่ในฉากก่อนหน้า คนร้ายยังไม่ได้ขยับตัวด้วยซ้ำ นี่คุณอคิราห์กำลังเขียนนิยายสืบสวน หรือกำลังเขียนนิยายแฟนตาซีที่มีพระเอกเป็นผู้มีพลังจิตล่วงรู้ดินฟ้ามหาสมุทรกันแน่ครับ" "นั่นเรียกว่าเซนส์ของนักสืบครับคุณบก.!" อคิราห์โต้กลับทันควัน เสียงใสเริ่มสูงขึ้นด้วยความของขึ้น "นักอ่านยุคนี้เขาชอบความฉับไว พระเอกต้องเก่ง ทันคน ไม่ใช่โง่งมรอให้ตำรวจมาเฉลยคดีตอนจบ ถ้าจะให้ผมมานั่งอธิบายขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกย่างก้าว นิยายผมคงหนาเป็นคัมภีร์ใบลานและคงไม่มีใครอ่านจนจบหรอกครับ!" "ถ้าคุณเขียนแล้วไม่มีใครเข้าใจ... มันก็เป็นได้แค่กระดาษทดเลขส่วนตัวของคุณเท่านั้นแหละครับ ไม่ใช่นิยาย" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ความสะทกสะท้านต่ออารมณ์กรุ่นโกรธของคนตรงข้าม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ที่อคิราห์นั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์โชยเข้าจมูก ทำให้อคิราห์เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้สูงเกินไปแล้ว เวลามายืนค้ำหัวแบบนี้มันขี้โกงชะมัด "คุณ... ถอยไปหน่อยสิครับ มายืนหายใจรดต้นคอผมทำไมเนี่ย" อคิราห์เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แสร้งทำเป็นจัดปกเสื้อตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจที่จู่ๆ หัวใจก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ธันวาไม่ได้ถอยหนี กลับโน้มตัวลงต่ำ มือหนาสองข้างค้ำพนักพิงเก้าอี้ของอคิราห์ไว้ ราวกับกรงขม่อมขังนักเขียนจอมพยศให้อยู่ในอาณัติ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ผมไม่ได้หายใจรดต้นคอคุณครับ... ผมแค่มารอดูว่า นักเขียนมือหนึ่งที่ปากเก่งที่สุดในสำนักพิมพ์ จะมีปัญญาแก้ต้นฉบับให้เสร็จทันกำหนดส่งพรุ่งนี้เช้าไหม" น้ำเสียงของธันวาไม่ได้เยาะเย้ย แต่มันมีความท้าทายแพรพราวซ่อนอยู่ลึกๆ จนอคิราห์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความฮึดสู้ที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ "คุณดูถูกผมเกินไปแล้วครับคุณธันวา!" อคิราห์เงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติที่เคยกระเจิงเริ่มกลับมารวมตัวกันยากขึ้นทุกที "แค่แก้ต้นฉบับรอบที่สิบ... สำหรับผมมันก็แค่เรื่องเด็กๆ พรุ่งนี้เช้าต้นฉบับฉบับสมบูรณ์จะไปนอนอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณแน่นอนครับ แต่ถ้ามันออกมาสมบูรณ์แบบจนคุณหาที่ติไม่ได้ คุณต้อง... ต้อง..." "ต้องอะไรล่ะครับ?" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักกระตุกยิ้มบางๆ ที่แทบมองไม่เห็น เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งอคิราห์ถึงจะมีโอกาสได้เห็น และมันก็อันตรายต่อหัวใจของเขาเหลือเกินในสถานการณ์แบบนี้ "ผม... ผมจะ..." อคิราห์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลคดีฆาตกรรมได้อย่างรวดเร็วกลับตื้อตันไปหมดเมื่อเผชิญกับสายตาคู่คมที่มองมาเนิ่นนาน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกภายในห้อง ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อคนุญาตให้เข้ามา บุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือและรอยยิ้มสดใส "พี่ธันวาคะ! เรื่องสัญญาลิขสิทธิ์ของเรื่อง 'เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ครับคุณบก.' ที่ติดต่อมาจากค่ายซีรีส์... อ้าว... ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?" อคิราห์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อเรื่องของตัวเองจากปากของหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้น เขารีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผลักตัวธันวาให้ออกห่างโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงต้นคอ และในวินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษบันทึกข้อความบนโต๊ะของธันวาที่เปิดค้างไว้ หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ล็อกหน้าจอเผยให้เห็นอีเมลฉบับล่าสุดจากผู้จัดละครยักษ์ใหญ่ ที่ระบุเงื่อนไขชัดเจนว่า— *ยินดีซื้อลิขสิทธิ์ไปทำซีรีส์ทันที หากนักเขียนและบรรณาธิการสามารถตกลงเนื้อหาต้นฉบับบทที่ 3 ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้* อคิราห์ชะงักงัน หันขวับกลับไปมองหน้าบรรณาธิการหนุ่มที่ยืนจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "คุณธันวา..." อคิราห์เค้นเสียงลอดไรฟัน "นี่คุณจงใจแกล้งตีตกต้นฉบับผมมาเก้ารอบ... เพื่อยื้อเวลาให้ทางค่ายซีรีส์ตัดสินใจใช่ไหมครับ?!" ธันวาปรายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนักเขียนคนโปรดที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อเขาเข้าไปทั้งตัว รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก "ฉลาดสมกับเป็นนักเขียนสืบสวนดีนี่ครับ..." ธันวาตอบเสียงนุ่ม ยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารจากมือทีมงานสาวมาถือไว้ "แต่เสียดาย... ที่คุณรู้ตัวช้าไปนิดเดียวนะครับ" (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ครับคุณบก. นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%