เสียงนาฬิกาบนผนังห้องทำงานราคาแพงหรูหราเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ ราวกับจะล้อเลียนจังหวะหัวใจของคนที่กำลังก้าวผ่านความเงียบงันเข้ามา รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกถึงความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ปะทะใบหน้า เธอไม่ได้มาเพื่อร้องขอความเมตตา แต่เธอมาเพื่อยุติละครฉากนี้ด้วยมือของเธอเอง
เอกสารสีขาวสะอาดตาถูกวางลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ พื้นผิวเรียบกริบของมันสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวที่ดูสงบนิ่ง แตกต่างจากพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในอก
"คุณมาช้าไปสิบนาที"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคีรินดังขึ้นจากเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า ความเย็นชาที่คุ้นเคยยังคงเป็นอาวุธที่เขามักใช้ทิ่มแทงเธอเสมอมา แต่ในวันนี้... มันกลับไม่มีผลใดๆ กับความรู้สึกที่ตายด้านไปนานแล้วของเธอ
รินรดาเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนบนเก้าอี้ชะงักและยอมเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาประหลาดใจ
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรักษาเวลาของคุณค่ะ คีริน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเด็ดขาด "ฉันมาเพื่อบอกว่า เกมนี้... เราเลิกเล่นกันเถอะ"
คีรินวางปากกาในมือลง สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความผิดปกติหรือการเรียกร้องความสนใจที่เขาคุ้นเคย แต่วันนี้เขากลับไม่พบสิ่งเหล่านั้นเลย สิ่งที่เขาสัมผัสได้มีเพียงกำแพงน้ำแข็งที่สูงตระหง่านและหนาแน่นจนไม่มีช่องโหว่
"นี่คืออะไร?" เขาถามพลางใช้นิ้วเคาะไปที่ซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะ
"ใบหย่าค่ะ" รินรดาตอบสั้นๆ ไม่มีการอธิบาย ไม่มีการร้องไห้ ไม่มีการคร่ำครวญเหมือนวันวาน "ฉันเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือแค่รอให้คุณตวัดปากกาลงไป เราก็จะเป็นอิสระต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบสักที"
คีรินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ท่าทีของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสับสนชั่วขณะ ก่อนที่ความเย่อหยิ่งจะกลับมาแทนที่ "คุณคิดว่าการทำแบบนี้จะประชดผมได้เหรอ รินรดา? เราตกลงกันไว้แล้วว่าเรื่องของเรามันคือธุระทางธุรกิจ..."
"ธุรกิจที่มีแต่ฉันขาดทุนย่อยยับน่ะหรือคะ?" เธอตัดบททันควัน ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอประทะจมูกชายหนุ่ม "ขอบคุณนะคะที่สอนให้รู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ไร้หัวใจมันหน้าตาเป็นอย่างไร ตอนนี้ฉันเข้าใจบทเรียนนั้นดีแล้ว และฉันก็ไม่จำเป็นต้องเรียนซ้ำชั้นกับคนเดิมอีก"
คีรินขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่ของเขาไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
"คุณไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน? หรือเพราะว่ามีใครใหม่แล้ว?" เสียงของเขาเข้มขึ้น แฝงไปด้วยความไม่พอใจที่ยากจะอธิบาย
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "ชีวิตของฉันต่อจากนี้ จะมีใครหรือไม่มีใคร มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือเซ็นเอกสารนั่น แล้วลืมว่าเคยมีผู้หญิงที่ชื่อรินรดาอยู่ในชีวิต... เพราะนับจากวินาทีนี้ไป รินรดาคนเดิมที่คุณเคยเหยียบย่ำได้ตายไปแล้วค่ะ"
เธอก้าวถอยหลังเตรียมจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนเคว้งคว้างท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด คีรินรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่สำคัญกำลังหลุดลอยไปจากอุ้งมือ แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์ที่จะเหนี่ยวรั้งไว้ได้เลย
ขณะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงาน เสียงฝีเท้าของคีรินก็ดังตามหลังมา เขาก้าวมายืนขวางทางเธอไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและทิฐิที่พยายามพังทลาย
"คุณคิดว่าจะเดินออกไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ? ของขวัญแต่งงานที่คุณยังไม่ได้คืนผม... ผมยังไม่คิดบัญชีเลยนะ"
"เชิญคิดบัญชีกับลมกับแล้งไปเถอะค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบ พลางเบี่ยงตัวหลบ แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโซฟารับแขกมุมห้อง นั่นคือกระเป๋านักเรียนใบเล็กที่เธอตั้งใจจะนำมาให้เขาเห็นในจังหวะที่เหมาะสม... แต่วันนี้อาจไม่ใช่เวลาที่ถูกต้อง
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของศิรินทร์ที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
"คีรินคะ... อุ๊ย! รินรดา" ศิรินทร์หยุดยืนพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ก่อนจะเดินเข้ามาควงแขนคีรินอย่างถือสิทธิ์ "มาคุยเรื่องหย่ากันเหรอคะ? นานไปหน่อยหรือเปล่า... คีรินเขายุ่งมากนะ"
คีรินขยับตัวออกห่างจากศิรินทร์โดยสัญชาตญาณ แต่เขายังคงจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่ซับซ้อน
รินรดาไม่ได้โต้ตอบอะไร เธอเพียงแค่ส่งยิ้มให้ศิรินทร์อย่างผู้ชนะที่เหนือกว่า "ถ้าคุณต้องการเขานัก ก็รับไปเถอะค่ะ... ของเหลือใช้ที่ฉันไม่ต้องการแล้ว ฉันยินดีมอบให้เป็นสมบัติของคุณ"
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อ ‘น้องลินิน’ เธอรับสายและเสียงใสซื่อของเด็กหญิงวัยห้าขวบก็ดังลอดออกมาจนคนในห้องได้ยินชัดเจน
“คุณแม่ขา... ลินินถึงหน้าออฟฟิศคุณพ่อแล้วค่ะ คุณแม่บอกว่าจะมารับลินินไปกินไอศกรีมวันนี้ ลินินรออยู่หน้าล็อบบี้กับคุณลุงคนขับรถนะคะ!”
คีรินตัวแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่ปิดไม่มิด ‘ลูก?’ เขาหันขวับมามองรินรดาที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบกดตัดสายทันที แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นในห้องนี้กลับดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง
คีรินก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วูบไหวของเธอ
"เด็กคนนั้น... คือใคร?" เขาเค้นเสียงถามด้วยความสั่นเครือ "เด็กที่เรียกคุณว่าแม่ และเรียกผมว่า... พ่ออย่างนั้นเหรอ?"
รินรดาสบตากับเขา แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แกร่งดั่งหินผา เธอรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้จบลงแค่การหย่า แต่มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นในนรกที่กำลังจะแผดเผาพวกเขาไปพร้อมกัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเศษเสี้ยวความทรงจำในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปในวันหย่าร้าง•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้คำอธิบาย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปในวันหย่าร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
