กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฟอร์มาลีนจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของดินหลังฝนตก ทว่าสิ่งที่เตะจมูกร้อยตำรวจเอกคมกฤชมากที่สุดในยามวิกาลเช่นนี้ กลับไม่ใช่กลิ่นซากศพตามธรรมชาติ หากแต่เป็นกลิ่นอายความอัปยศที่กำลังเคลือบคลุมมหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางเมือง
"ถอยไปครับหมอ เท้าของหมอกำลังจะเหยียบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมอุตส่าห์กันพื้นที่ไว้"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นตัดความเงียบ สารวัตรหนุ่มในชุดสูทลำลองยับยู่ยี่ใช้มือข้างหนึ่งปัดป้องไม่ให้ร่างโปร่งในเสื้อกาวน์สีขาวก้าวล้ำเส้นเทปสีเหลืองดำ คมกฤชขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์ตั้งแต่แรกพบ เขาเกลียดพวกหมอนิติเวชที่ชอบทำหน้าไร้ความรู้สึกและมองตำรวจสนามอย่างเขาเหมือนพวกไร้สมอง
"ถ้าคุณหมายถึงคราบโคลนเปื้อนเศษใบไม้แห้งทางด้านซ้าย นั่นคือร่องรอยจากการลากกระสอบพลาสติกบรรจุศพ ไม่ใช่รอยเท้าของผู้ต้องสงสัยครับสารวัตร"
หมอธามปรายตามองรองเท้าหนังขัดมันของอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อยศตำแหน่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเย็นชาไร้รอยยิ้มตอบรับใดๆ มือเรียวใต้ถุงมือยางหยิบตลับเมตรเลเซอร์ขึ้นมาวัดระยะอย่างใจเย็น ราวกับความตึงเครียดรอบตัวเป็นเพียงอากาศธาตุ
คมกฤชแค่น "เหอะ" ในลำคอ เขาขยับตัวเข้าขวางทางอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "นี่มันคดีฆาตกรรมนะหมอ ไม่ใช่ห้องทดลองเคมีที่จะมานั่งคำนวณองศาหยดน้ำฝน ร่องรอยการต่อสู้เห็นชัดเจนว่าผู้ตายขัดขืนสุดกำลัง คนร้ายเป็นผู้ชายตัวใหญ่ แรงเยอะ และลงมืออย่างไร้ความปรานี... จบข่าว แค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าต้องไปตามล่าหัวไอ้โรคจิตคนไหนจากแฟ้มประวัติอาชญากร"
ดร.ธามหยุดมือที่กำลังเก็บตัวอย่างเส้นผมสีทองปะปนคราบเลือดบนพื้นหญ้า เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับสารวัตรหนุ่ม แววตาสีดำสนิทคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยตรรกะที่เฉียบคมจนน่ากลัว
"ความมั่นใจอย่างไร้เหตุผล คืออาวุธที่ฆ่าตำรวจมานักต่อนักแล้วครับสารวัตร" ธามเอ่ยน้ำนิ่งสนิทแต่บาดลึก "ร่องรอยการต่อสู้ที่คุณเห็นอย่างออกนอกหน้า แท้จริงแล้วถูกจัดฉากขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนรอยแผลเจาะขนาดเล็กบริเวณท้ายทอย รอยเข็มลึกสามเซนติเมตรที่ไร้เลือดไหลซึม... นั่นหมายความว่าผู้ตายหมดสติไปก่อนจะสัมผัสกับพื้นดินด้วยซ้ำ คนร้ายไม่ได้ใช้กำลัง แต่ใช้ 'พิษ' และคนที่เข้าถึงสารเคมีระดับนี้ได้ ก็ไม่ใช่พวกโจรโรคจิตข้างถนนอย่างที่คุณจินตนาการหامแน่นอน"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงทันที เสียงหรีดหริดเรไรยามค่ำคืนราวกับถูกกลืนหายไปกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น คมกฤชชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองร่างไร้ชีวิตของนักศึกษาแพทย์สาวปีสี่ที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ รายละเอียดที่เขาหลุดรอดไปเมื่อครู่ถูกนำมาประติดประต่อใหม่ในหัวอย่างรวดเร็ว ความไม่กินเส้นระหว่างพวกเขาสองคนไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับยิ่งทวีความระอุขึ้นเมื่อตระหนักว่า... หมอหนุ่มจอมหยิ่งคนนี้พูดถูก และเขากำลังหน้าแตกอย่างหมอไม่รับเย็บในที่เกิดเหตุคดีแรก
"ปากดีไม่เบานี่หมอ" คมกฤชยิ้มหยันมุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า "งั้นก็เชิญพิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยสิครับ ว่าศพใต้แสงจันทร์ศพนี้ จะบอกอะไรเราได้มากกว่าทฤษฎีอวดเก่งของคุณ"
ธามไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่หันกลับไปสนใจร่างไร้ลมหายใจต่อ ปลายนิ้วภายใต้ถุงมือยางบรรจงแหวกเปลือกตาของเหยื่อออกอย่างระมัดระวัง เพื่อตรวจสอบรอยเลือดออกที่เยื่อบุตา
ทว่า ในวินาทีที่แสงจันทร์สีนวลส่องทะลุผ่านกลุ่มใบไม้หนาทึบลงมาทาบทับใบหน้าของศพ ดวงตาที่ควรจะไร้ประกายและปิดสนิทของเหยื่อสาว กลับค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นช้าๆ... พร้อมกับมุมปากที่บิดเบี้ยวฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูอย่างสยดสยอง!
"สารวัตร..." เสียงของหมอธามขาดห่วงไปชั่วขณะ ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอสะดุดกึกเมื่อพบว่าอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างผิดปกติ "ดูเหมือนว่า... เหยื่อของเราจะยังไม่ตายสนิท... และเธอกำลังมองมาที่เราครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับคดีนี้ด้วยกันนะครับ
- ดร.นิติเวช -
สืบจากรอยยิ้มของนายสารวัตรหน้าตาย•ตอนที่ 1
ศพปริศนาใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากรอยยิ้มของนายสารวัตรหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
