กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอบอวลเสียดแทงโพรงจมูก ตัดสลับกับเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ บนถาดสแตนเลสสตีลในห้องผ่าพิสูจน์ศพใต้ดินของสถาบันนิติเวช
ร้อยตำรวจเอกคมกฤชยืนกอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงดลบันดาลความหงุดหงิดระAอุออกมาจากแววตา คิมปัดกวาดสายตามองร่างไร้วิญญาณของผู้ตายบนเตียงเหล็กอย่างไม่สบอารมณ์นัก สำหรับสารวัตรหนุ่มไฟแรงผู้เชื่อมั่นในสัญชาตญาณและการไล่ล่า การต้องมาติดแหงกอยู่ใต้ห้องเย็นชื้นๆ นี่คือการเสียเวลาอันมีค่าที่สุดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังสั่นประสานเมืองหลวง
"สรุปผลเบื้องต้นว่ายังไงครับ หมอธาม" คิมเปิดฉากถามด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง เจือความกระวนกระวายใจ "ร่องรอยการต่อสู้ชัดเจนขนาดนั้น รอยฟกช้ำที่ลำคอก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นการฆ่ารัดคอ ทำไมคุณถึงยังถ่วงเวลาผ่าพิสูจน์ซ้ำซ้อนอยู่อีก เรารีบออกไปหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดแถวตรอกซอกซอยไม่ดีกว่าหรือครับ"
ดร.ธามไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ปลายเรียวนิ้วสวมถุงมือยางสีขาวยังคงคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบด้วยความนิ่งสงบ ดุจรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านต่อเสียงเร่งเร้าของนายตำรวจหนุ่ม
ความเงียบงันภายในห้องชวนอึดอัดผ่านไปชั่วครู่ ก่อนที่แพทย์นิติเวชหนุ่มอัจฉริยะจะวางเครื่องมือลงอย่างช้าๆ ถอดถุงมือออกแล้วหันมาสบตาคมกฤชด้วยแววตานิ่งสนิทที่อ่านไม่ออก
"สัญชาตญาณของคุณดีมากครับสารวัตรคิม... แต่มันมักจะทำให้คุณมองข้าม 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเสมอ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยอย่างสุภาพ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนความมั่นใจของอีกฝ่าย "ถ้าเรามัวแต่วิ่งตามรอยเท้าและกล้องวงจรปิดที่ฆาตกรจงใจจัดฉาก เราก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งที่เดินตามเกมของมันเท่านั้น"
คิมขบกรามแน่น ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะผ่าตัดด้วยความไม่พอใจ "คุณหมายความว่ายังไง หมอธาม? หลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่านายกรวิน
ผู้ตาย เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจด้วยเชือกไนลอน มีรอยเขียวช้ำชัดเจนที่กระดูกไฮออยด์... คุณกำลังจะบอกว่าผมตาบอดอย่างนั้นหรือครับ"
"เปล่าครับ คุณไม่ได้ตาบอด... แต่คุณรีบร้อนเกินไปที่จะหาผู้ร้าย จนลืมมองรายละเอียดที่ธรรมชาติของศพพยายามจะกระซิบ" ธามผายมือเชิญให้สารวัตรหนุ่มก้าวเข้าใกล้เตียงผ่าตัดมากขึ้น ร่างไร้ชีวิตของเหยื่อถูกจัดวางภายใต้แสงไฟสว่างจ้า
แพทย์หนุ่มหยิบคีมปลายแหลมขึ้นมา ชี้ไปยังร่องรอยเล็กๆ บริเวณซอกเล็บมือซ้ายของผู้ตาย ซึ่งถูกคราบเลือดแห้งกรังกลบไว้จนเกือบกลืนไปกับผิวหนัง
"รอยฟกช้ำที่ลำคอและการขาดอากาศหายใจ เป็นเรื่องจริงครับสารวัตร" ธามอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง โครงสร้างตรรกะทางวิทยาศาสตร์ถูกเรียบเรียงขึ้นอย่างเป็นระบบ "แต่นั่นคือ 'ผลลัพธ์' ไม่ใช่ 'สาเหตุที่แท้จริง' ของลำดับเหตุการณ์ในคืนนั้น"
คิมหรี่ตามองตามปลายนิ้วของอีกฝ่าย หัวสมองที่เคยคิดแต่เรื่องการไล่ล่าเริ่มประมวลผลตามคำอธิบายเชิงนิติเวช
"ภายใต้ซอกเล็บของเหยื่อ มีคราบเลือดและเนื้อเยื่อผิวหนังของบุคคลที่สามปะปนอยู่ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับการต่อสู้... แต่ความน่าสนใจมันอยู่ที่องค์ประกอบทางเคมีของเลือดคราบนี้ครับ" ธามเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงกราฟสเปกตรัมของการวิเคราะห์สารเคมี
"ค่าพีเอช (pH) และปริมาณออกซิเจนในเลือดที่ติดอยู่ใต้เล็บ มีความเข้มข้นต่างจากเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลตรงลำคออย่างสิ้นเชิง... เลือดใต้เล็บนี้แหละครับ ที่ผ่านกระบวนการออกซิเดชันเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า หมายความว่าอย่างไรทราบไหมครับสารวัตร?"
คิมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองเริ่มเชื่อมโยงตรรกะ "หมายความว่า... มันไม่ใช่เลือดที่เกิดจากการต่อสู้แบบซึ่งหน้าในขณะนั้น..."
"ถูกต้องครับ" ธามพยักหน้ารับด้วยแววตาเป็นประกายวับวาว "มันคือเลือดที่แห้งกรังอยู่ก่อนแล้ว และถูกขูดออกมาก่อนที่เหยื่อจะถูกรัดคอด้วยซ้ำ เหยื่อของเราไม่ได้ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากฆาตกรในคืนนั้น... แต่เขาพยายาม 'แกะ' หรือ 'ขูด' อะไรบางอย่างออกจากตัวของคนร้ายที่เป็นคนสนิทต่างหาก"
บรรยากาศในห้องผ่าตัดเงียบงันลงทันที คิมเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อตระหนักว่าสมมติฐานทั้งหมดของกรมตำรวจกำลังพังทลายลง หากเหยื่อไม่ได้ถูกฆาตกรรมโดยคนแปลกหน้าตามที่ร่องรอยการปล้นชิงทรัพย์ตบตาไว้ นั่นหมายความว่าคดีนี้ซับซ้อนและมีเงื่อนงำดำมืดกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายร้อยเท่า
"แล้วรอยเลือดพวกนี้... มันบอกอะไรเราอีกครับหมอ" คิมเปลี่ยนท่าที น้ำเสียงห้วนกระด้างเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังและให้เกียรติอย่างเห็นได้ชัด
"มันบอกว่า คนร้ายรายนี้มีตำหนิทางกายภาพที่เฉพาะเจาะจงมากครับ" ธามเลื่อนภาพถ่ายไมโครסקปของเนื้อเยื่อใต้เล็บขยายใหญ่ขึ้น ปรากฏเซลล์เม็ดเลือดขาวผิดปกติและเศษโปรตีนชนิดหายาก "โปรตีนชนิดนี้พบได้เฉพาะในสารหล่อลื่นอุตสาหกรรมเกรดพิเศษที่ใช้ในโรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ร้างแถบชานเมืองทิศตะวันตกเท่านั้น... และที่สำคัญที่สุด"
แพทย์หนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสารวัตรหนุ่ม
"ในแฟ้มประวัติอาชญากรที่คุณถืออยู่ ไม่มีชื่อของคนที่มีภาวะผิวหนังอักเสบจากสารเคมีกลุ่มนี้เลยสักคน... ยกเว้นอยู่คนเดียว"
เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินและสัญญาณไฟสีแดงกะพริบวาบขึ้นเหนือประตูห้องผ่าตัดทันที พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติจากคอมพิวเตอร์หลักที่ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับ SSS จาก IP Address ภายนอก — มีผู้บุกรุกเข้าสู่พื้นที่จำกัด ชั้น B2 ของสถาบันนิติเวช]
ก่อนที่คิมจะทันได้ชักปืนพกออกจากซองคาดเอว ไฟฟ้าในห้องผ่าตัดทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณ และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งตรงเข้ามาใกล้ประตูห้องอย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ
- ดร.นิติเวช -
สืบจากรอยยิ้มของนายสารวัตรหน้าตาย•ตอนที่ 2
ร่องรอยบนคราบเลือด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากรอยยิ้มของนายสารวัตรหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
