"ถ้าพวกเธอยังคิดว่าการร่ายเวทมนตร์คือการตะโกนเรียกชื่อคาถาเสียงดังลั่นป่าแบบเมื่อครู่ ข้าแนะนำให้หันหลังกลับไปนอนกอดหมอนข้างที่หอพักแล้วเลิกฝันจะเป็นจอมเวทเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่าครับ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงความเฉียบคมของเซน โซลาริส ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเขตชายป่าหมอกทมิฬ—ดินแดนต้องห้ามที่เหล่านักเรียนปีหนึ่งแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์케สต่างพากันหลีก and หนีให้
ลินน์ เอสเทล ยืนอยู่เบื้องหลังอาจารย์จำเป็นของเธอ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองกลุ่มเด็กนักเรียนปีหนึ่งอีกสามคนที่กำลังหอบหายใจโยนตัวพิงต้นไม้อย่างหมดสภาพ เสื้อคลุมสีประจำสถาบันของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและยางไม้จากเหตุการณ์ปะทะกับ "หมาป่าพสุธา" เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
เด็กชายร่างท้วมคนหนึ่งกัดริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ เขาชื่อโคลจากตระกูลขุนนางตกอับเช่นเดียวกับที่เซนเคยถูกปรามาส โคลฝืนยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยแย้งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่อาจารย์เซนครับ... ในตำราภาคทฤษฎีเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การประสานมานาจำเป็นต้องอาศัยบทสวดเพื่อสร้างคลื่นความถี่สอดคล้องกับธรรมชาติไม่ใช่หรือครับ?"
เซนปรายตามองเด็กหนุ่ม ชายหนุ่มปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนไหล่เสื้อออกอย่างใจเย็น ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ชิดจนโคลต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ตำราที่เธอกำลังท่องจำเหมือนนกแก้วนกขุนทองนั่นน่ะโคล มันถูกเขียนขึ้นโดยพวกแก่กะโหลกที่นั่งอยู่แต่ในห้องทำงานติดแอร์มานานนับร้อยปีแล้วครับ" เซนย่อตัวลงใช้นิ้วชี้แตะลงบนพื้นดินที่มีร่องรอยวงจรเวทมนตร์ที่เพิ่งสลายตัวไป "จงดูนี่สิ วงเวทที่เธอร่ายเมื่อกี้ใช้เวลาไปสามวินาทีเต็มในการเรียบเรียงอักขระ แต่ในสถานการณ์จริง ถ้าศัตรูเป็นอสูรเงา มันคงควักหัวใจเธอออกมากินเล่นตั้งแต่คำว่า 'โอ' คำแรกจบลงแล้วล่ะครับ"
ลินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้เซนเล็กน้อย เธอมองสำรวจร่องรอยบนพื้นดินด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ซ่อนเร้น โครงสร้างรากฐานของมานาใต้พื้นดินกำลังส่งเสียงกระซิบเบาๆ ในหัวของเธอ มันไม่ใช่พลังที่ต้องใช้วิธีตะโกนเรียกขาน แต่เป็นความเข้าใจในระบบโครงสร้าง—ราวกับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกถักทอขึ้นอย่างเป็นระเบียบ
"อาจารย์คะ..." ลินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน "วงเวทเมื่อครู่ของโคล... จุดเชื่อมต่อตรงแกนกลางมันมีความต้านทานสูงเกินไปค่ะ เหมือนกับสะพานที่สร้างด้วยไม้ผุๆ ต่อให้เราส่งกองทัพทหารข้ามไปมากแค่ไหน สะพานก็พังทลายอยู่ดี"
เซนหันไปสบตากับเด็กสาว รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ชายหนุ่มพึง10พอใจกับการวิเคราะห์ระดับรากฐานของลินน์เสมอ เธอมักจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามผ่านชั้นผิวเผินของมานาเสมอ
"ถูกต้องครับลินน์" เซนหันกลับมาหาเด็กๆ ทั้งสี่คนอีกครั้ง "เวทมนตร์ไม่ใช่เรื่องของปาฏิหาริย์ แต่มันคือตรรกะและฟิสิกส์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเจตจำนง ถ้าพวกเธอไม่เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของมัน ต่อให้มีมานาล้นทะลักแค่ไหน ก็เป็นได้แค่คนแบกถังน้ำที่ทำน้ำหกเรี่ยราดไปตลอดทางเท่านั้นแหละ"
บรรยากาศในป่าต้องห้ามเริ่มเปลี่ยนไป ไอน้ำสีขาวเริ่มลอยต่ำลงปกคลุมรากไม้โบราณ เสียงลมพัดผ่านยอดไม้สูงใหญ่ส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงกระซิบของผู้คน เสียงสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความกดอากาศที่ค่อยๆ หนักหน่วงขึ้นจนทุกคนเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
โคลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเริ่มเข้าใจความหมายที่เซนต้องการจะสื่อ แม้ว่ามันจะเจ็บปวดต่อความมั่นใจในฐานะเด็กหัวกะทิของห้องก็ตาม "แล้วพวกเรา... ควรเริ่มต้นจากตรงไหนครับ อาจารย์"
เซนยืนขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัว ความรู้สึกอันคุ้นเคยและอันตรายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาในเรดาร์การรับรู้ของอดีตจอมเวทอัจฉริยะ ระบบภายในจิตสำนึกของเขาเริ่มส่งสัญญาณเตือนเป็นระลอกคลื่นสีแดงจางๆ
"เริ่มต้นจากการปิดปากแล้วใช้ 'สัญชาตญาณ' ให้มากกว่าสมองที่เอาแต่ท่องจำตำราครับ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลง "เพราะดูเหมือนว่า... บทเรียนนอกตำราของจริง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสาม... สอง..."
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในห้วงความคิดของเซน พร้อมกันนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รากไม้โบราณขนาดใหญ่ที่ดีดตัวขึ้นจากพื้นดินราวกับมีชีวิต พุ่งเข้าขวางทางหนีทุกด้านจนปิดตายเส้นทางกลับสู่เขตปลอดภัยของสถาบัน
หมอกหนาทึบสีดำสนิทแผ่ขยายตัวออกราวกับม่านหมึก ไหลทะลักเข้าโอบล้อมกลุ่มของเซนไว้ตรงกลาง ในความมืดมิดนั้น ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าของเด็กๆ จนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ลินน์เบิกตากว้างเมื่อโครงสร้างมานาโดยรอบแตกกระเจิงอย่างไร้ระเบียบ มันไม่ใช่ฝูงอสูรเวทระดับต่ำทั่วไป แต่เป็นสนามพลังงานรูปแบบใหม่ที่ถูกควบคุมด้วยจิตสังหารอันล้ำลึก
เซนก้าวเท้าขึ้นมาบังหน้าเด็กๆ ทั้งสี่คนไว้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น มือขวายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อคลุมด้านบนออกเพื่อเตรียมปลดปล่อยพลังงานที่หลับใหล
"ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมชั้นเรียนวิชาเอาตัวรอดของเราด้วยนะครับ..." เซนพึมพำเบื้องหน้าความมืดที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา "หวังว่าพวกเธอจะทำการบ้านมาดีพอนะครับ เหล่าศิษย์รักทั้งหลาย"
[ระบบแจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบตัวตนปริศนา 'ผู้กลืนกินเงา' ระดับภัยพิบัติปรากฏตัว ณ พิกัดปัจจุบัน - เงื่อนไขการหลบหนีถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับอาร์เธอร์มนตราสวรรค์ในตอนนี้ด้วยนะครับ
เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา•ตอนที่ 18
บทเรียนนอกตำรา
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!