"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเสียงซินธ์ประสาทหลอนมาวางทับบีทฮิปฮอปแบบตลาดล่างนั่นคืองานศิลปะล้ำยุค ผมว่าเราสองคนคงต้องรีบไปพบจิตแพทย์ก่อนเริ่มงานวันพรุ่งนี้แล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องอัดระดับเวิลด์คลาส เขาหมุนเก้าอี้หนังราคาแพงกลับมาเผชิญหน้ากับร่างโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเข้ม คีย์ไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่กดหยุดไฟล์เสียงในแท็บเล็ตแล้วเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวรีคมกริบนั้นจ้องมองโปรดิวเซอร์หนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ตลาดล่างเหรอครับ?" คีย์แค่นยิ้ม มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ผมลืมไปว่าคุณธันวาชอบงานที่ปรุงแต่งจนไร้รสชาติ... แบบที่คนฟังไม่ต้องใช้สมองคิด แค่ฟังผ่านหูแล้วก็ลืมทิ้งไปในถังขยะน่ะครับ"
ธันวากระตุกยิ้มที่มุมปากบ้าง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความคมปลาบที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำพูดที่เขาได้รับ "ที่ผมทำมันเรียกว่าความสมบูรณ์แบบครับ ไม่ใช่การยัดเยียดเสียงขยะให้คนฟังกระอักเลือดตายคาหูฟัง"
"งั้นก็เชิญคุณกอดความสมบูรณ์แบบที่เน่าเฟะนั่นไว้คนเดียวเถอะครับ" คีย์ผุดลุกขึ้นยืน ร่างกายเพรียวบางดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องมิกซ์เสียง เขาเดินตรงมาที่แผงควบคุมหลัก สายตาของทั้งคู่ปะทะกันเหมือนมีประกายไฟกระเด็นออกมา "ดนตรีที่ไม่มีจิตวิญญาณ ต่อให้มิกซ์มาดีแค่ไหน มันก็เป็นได้แค่ไฟล์ขยะในสตูดิโอของคุณ"
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ จากตัวของคีย์ทำเอาสมาธิของเขาแกว่งไปชั่วขณะ แต่ทิฐิที่หนาเตอะสั่งให้เขาเหยียดหลังตรง "จิตวิญญาณ? คุณใช้คำนั้นได้สิ้นเปลืองมากสำหรับคนที่แต่งเพลงเหมือนพยายามระบายอารมณ์วัยรุ่นมีปัญหา"
"แล้วคุณล่ะครับ?" คีย์ก้าวเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ "ปากจัดแบบนี้ ชีวิตส่วนตัวคงเหงาจนต้องเอาความเป๊ะมาถมที่ว่างในใจหรือเปล่า?"
บรรยากาศในห้องอัดที่เคยเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศกลับร้อนระอุขึ้นมาทันที ธันวาขยับตัวลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับคนตรงหน้า แต่คีย์กลับเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แววตาของเขาไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย
"คุณกำลังก้าวข้ามเส้นนะครับ คีย์" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงกดดันจนน่าขนลุก
"เส้นที่คุณขีดไว้เหรอครับ?" คีย์หัวเราะหึในลำคอ "มันก็แค่เส้นที่คนขี้ขลาดสร้างขึ้นเพื่อกันไม่ให้ใครเห็นว่าข้างในคุณมันพังพินาศแค่ไหน"
ธันวาคว้าข้อมือของคนปากดีไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่ข้อมือคีย์ไม่ได้หนักจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก ลมหายใจของทั้งคู่รดรินอยู่ใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงไออุ่น ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่พยายามจะปีนป่ายกำแพงของเขาอย่างไม่เกรงใจ
"ปากเก่งนักนะ" ธันวาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราดเป็นความคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความซึน "หัดถนอมคำพูดบ้าง ก่อนที่ผมจะหาวิธีปิดปากคุณด้วยวิธีที่... ไม่ใช่การใช้คำพูด"
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ได้รับจากการปะทะคารมแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้น เขาอยากจะถอยหนี แต่ทว่าข้อมือที่ถูกกุมไว้นั้นกลับมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้เขาอยากจะหยุดอยู่ตรงนี้นานกว่าเดิม
ทว่าในจังหวะที่หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากประตูกระจกนิรภัยด้านนอกก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง
"คุณธันวาคะ... เกิดเรื่องใหญ่ที่งานอีเวนต์เปิดตัวอัลบั้มแล้วค่ะ!"
มือของธันวาปล่อยข้อมือของคีย์ทันทีราวกับถูกไฟลวก เขาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปทางประตูด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งตามนิสัยเดิม แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น สายตาของเขากลับเหลือบมามองคีย์ด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้... ความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
คีย์ยืนนิ่ง มือที่เพิ่งถูกปล่อยยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่ เขาไม่ได้หันไปดูคนที่มาใหม่ แต่กลับจ้องมองแผ่นหลังกว้างของโปรดิวเซอร์หนุ่มที่เพิ่งเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
"ดูท่า... เซฟโซนของผม จะเริ่มไม่ปลอดภัยตั้งแต่วินาทีนี้แล้วสินะ" คีย์พึมพังกับตัวเอง พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่เพิ่งจะเพิ่งจะถูกจ้องมองอย่างมีความหมาย
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 2 นะครับ หวังว่าจะได้รับความสนุกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังคุกรุ่นนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ! - จอมยุทธ์เสื้อแพร
เซฟโซนของนายวายร้ายตัวจี๊ด•ตอนที่ 2
นิยามของความประสาทแดก
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
