"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลในสตูดิโอของผม ก็เชิญหยิบกีตาร์แล้วเดินออกไปทางประตูที่เพิ่งเข้ามาซะ ก่อนที่ผมจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินทางปัญญา"
เสียงของธันวาราบเรียบ เย็นเยียบ และเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เขาไม่ได้ตะคอก แต่ทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากโปรดิวเซอร์มือทองคนนี้กลับทำให้บรรยากาศภายในห้องอัดที่ควรจะอบอ้าวด้วยความร้อนของเครื่องดนตรี กลับกลายเป็นห้องเย็นที่ไร้อากาศหายใจ
คีย์ ศิลปินหนุ่มที่ใครๆ ต่างตราหน้าว่า 'ตัวปัญหา' ของค่าย ก้าวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ เขาสวมแจ็กเก็ตหนังตัวโคร่งที่ดูไม่เข้ากับลุคของสตูดิโอระดับพรีเมียมแห่งนี้แม้แต่น้อย ดวงตาเรียวรีคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เขาส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์—ยิ้มที่เหมือนจะบอกว่าเขาสนุกกับการทำลายความเป๊ะทุกตารางนิ้วของธันวาเหลือเกิน
"โอ๊ะ... โทษทีนะครับคุณโปรดิวเซอร์" คีย์ลากเสียงกวนประสาท "ผมก็นึกว่าสตูดิโอระดับห้าดาวจะมีเครื่องปรับอากาศที่เย็นพอจะดับไฟในใจคนได้เสียอีก แต่ดูเหมือนที่นี่จะมีไว้สำหรับ 'หุ่นยนต์' ที่ถูกโปรแกรมมาให้ทำงานตามตารางเป๊ะๆ มากกว่า"
ธันวาวางปากกาในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คดังปัง—จังหวะที่แม่นยำและหนักแน่น เขาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางทับลงบนแฟ้มงาน ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ความกดดันมหาศาลแผ่ออกจากตัวชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนรีดเรียบกริบจนไร้รอยยับ
"ผมไม่ได้ถูกโปรแกรมมาเพื่อรองรับอารมณ์ศิลปินที่หาทางออกให้ชีวิตตัวเองไม่เจอ" ธันวาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าคีย์ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้คีย์สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เย็นสะอาดตา แต่แฝงด้วยความดุดัน "หน้าที่ผมคือการทำให้เพลงนี้ 'ขายได้' ไม่ใช่การทำหน้าที่นักจิตวิทยาบำบัดให้ใคร"
"งั้นก็เลิกพยายามทำตัวเป็นผู้คุมวิญญาณคนอื่นสักที" คีย์โต้กลับทันควัน ไม่มีการหลบสายตา "คุณมองเห็นแต่ตัวเลขในชาร์ตเพลง แต่คุณไม่เคยได้ยินเลยว่าเสียงร้องของผมมันต้องการอะไร คุณมันก็แค่คนเก่งที่ไร้หัวใจ"
"ดี" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่จ้องมองไปยังคีย์นั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธ แต่มันคือความรำคาญที่ปนเปไปกับความหงุดหงิดที่ต้องมาดูแลเด็กดื้อรั้น "ถ้าคุณคิดว่าตัวคุณเองมีความสามารถมากนัก ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นในห้านาทีนี้ ร้องเพลงที่คุณจะเอาไปบันทึกเสียงนั่นน่ะ... ร้องให้ผมขนลุก ถ้าคุณทำได้ ผมจะยอมแก้สัญญาทุกอย่างที่คุณเรียกร้อง แต่ถ้าไม่ได้... คุณต้องลาออกจากการเป็นศิลปินในค่ายนี้ซะ"
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย คำท้าทายนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เขาคิดไว้ แต่เมื่อเห็นแววตาท้าทายของธันวา ความอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าในตัวเขาก็ทำงานทันที คีย์คว้ากีตาร์โปร่งขึ้นมาสะพาย นิ้วเรียวยาวดีดสายอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงกังวานลึก ก่อนที่เขาจะเริ่มบรรเลงท่วงทำนองที่ไม่ได้อยู่ในโน้ตเพลงที่ธันวาวางไว้แต่แรก
เสียงร้องของคีย์แหบพร่าและเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบๆ มันไม่ใช่เสียงที่สมบูรณ์แบบในเชิงเทคนิค แต่มันคือเสียงที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาทของผู้ฟัง ธันวายืนนิ่งราวกับถูกสาป เขาสังเกตเห็นทุกรายละเอียด ทั้งเม็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของคนตรงหน้า ทั้งจังหวะการหายใจที่สั่นไหวเล็กน้อยในท่อนฮุค... นี่มันไม่ใช่ความห่วยแตก แต่มันคือความทรมานที่ซ่อนอยู่ในโน้ตเพลง
ผ่านไปห้านาทีที่ยาวนานราวกับห้าชั่วโมง เมื่อเสียงกีตาร์เงียบลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องอัดอีกครั้ง
ธันวายังคงจ้องมองคีย์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมมองของเขาต่อศิลปินคนนี้เริ่มสั่นคลอน ปากของเขาขยับจะเอ่ยวิจารณ์เหมือนทุกครั้ง แต่ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมา... ความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับไว้เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ดู 'แตกสลาย' คล้ายกับเขา
"ห่วยแตก" ธันวาเอ่ยคำนี้ออกมาเบาๆ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับไปคุมเครื่องมิกซ์เสียง แรงฉุดรั้งจากฝ่ามือของคีย์ก็คว้าเข้าที่แขนเสื้อของเขาอย่างแรง
"ห่วยแตกงั้นเหรอ?" คีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนธันวาไม่มีที่ว่างให้ถอย "มองตาผมแล้วพูดใหม่อีกทีสิครับ ถ้ามันห่วย ทำไมมือของคุณถึงสั่น?"
ธันวาชะงักกึก เขาเพิ่งรู้ตัวว่ามือข้างที่ไม่ได้ถือแว่นกำลังสั่นระริกอยู่จริงๆ เขาไม่ได้โกรธ แต่เขากำลังตกใจกับ 'พื้นที่ปลอดภัย' ที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตกำลังถูกคนตัวเล็กกว่าพังทลายลงในพริบตา
"คุณมันบ้า" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะแกะมือของคีย์ออก แต่คนตรงหน้ากลับไม่ยอมปล่อย สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความเกลียดชังไปสู่บางสิ่งที่อธิบายไม่ได้
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องอัดก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ พร้อมกับการเปิดเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณธันวา แต่ท่านประธานต้องการพบคุณกับ... คุณคีย์ เดี๋ยวนี้ครับ"
ธันวาและคีย์ผละออกจากกันทันทีราวกับถูกไฟช็อต แต่สายตาของธันวายังคงค้างอยู่ที่ใบหน้าของคีย์ที่ตอนนี้ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ดูอันตรายกว่าเดิม
งานนี้... ดูท่าจะเป็นงานที่หนักหนากว่าที่เขาคาดไว้หลายเท่าตัวนัก
---
หวังว่าบทเปิดนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนนะครับ ขอบคุณที่ติดตามงานเขียนของจอมยุทธ์เสื้อแพรครับ!
เซฟโซนของนายวายร้ายตัวจี๊ด•ตอนที่ 1
วันซวยของคนเพอร์เฟกต์
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
