กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้และชาผู่เออร์เก่าเก็บคละคลุ้งระคนอยู่ในความเงียบงันของรัตติกาล แสงตะเกียงสำริดรูปหงส์สลักลวดลายวิจิตรสะท้อนเงาเรืองรองวับแวมบนม่านผ้าไหมสีชาดที่ทิ้งตัวลงระพื้นห้องหอ ปักดิ้นทองเป็นลายหงส์เคียงมังกรอย่างประณีตบรรจง ทว่าสำหรับ “ซูเหม่ยหลิน” แล้ว อาภรณ์มงคลชุดนี้มิได้งดงามชวนฝัน หากแต่มันหนักอึ้งดั่งภูผาทับถม และเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขุมนรก
สัมผัสสุดท้ายก่อนดวงวิญญาณจะแตกสลายในตำหนักเย็นอันมืดมิด—รสชาติคาวเลือดที่เอ่อล้นริมฝีปาก เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสตรีผู้แย่งชิงบัลลังก์ และความอยุติธรรมที่กดทับร่างอันไร้เรี่ยวแรง—ยังคงกรีดลึกอยู่ในโสตประสาท ร่างระหงสะท้านเฮือก เปลือกตาบางที่เคยปิดสนิทด้วยความตายพลirเบิกโพลงขึ้นอย่างตื่นตระหนก
ความเจ็บปวดจากการถูกกรอกยาพิษแผดเผาอยู่ในลำคอ ทว่าเมื่อกวาดสายตามองไปรอบกาย ลมหายใจที่ติดขัดกลับสะดุดกึก
เตียงไม้ฮวาหลีสลักลวดลายมงคล ม่านมุ้งโปร่งสีแดงระเรื่อ และหีบสินสมรสทองคำนับร้อยที่ตั้งเรียงราย... นี่คือเรือนหอของตระกูลซู ในคืนก่อนวันพิธีสมรสพระราชทานเมื่อสามปีก่อน!
“คุณหนูเจ้าคะ ใกล้จะถึงยามสามแล้ว ท่านรีบพักผ่อนเอาแรงเถิดเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ยังมีพิธีการอันยิ่งใหญ่รออยู่”
เสียงกระซิบแผ่วเบาด้วยความห่วงใยดังขึ้นจาก “อิงหลัว” สาวใช้คนสนิทที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างเตียง ในมือของนางประคองอ่างน้ำทองเหลืองสำหรับล้างหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำอบดอกเหมยลอยกรุ่น แต่ในสายตาของซูเหม่ยหลินเวลานี้ รอยยิ้มของบ่าวรับประทานคนนี้กลับซ่อนร่องรอยบางอย่างที่นางเคยมองข้ามไปในชาติก่อน
ชาติก่อน... นางเคยคิดว่าอิงหลัวคือคนสนิทผู้ซื่อ
ชาติก่อน... นางเชื่อสนิทใจว่าการสมรสกับองค์ชายรองในวันพรุ่งคือ “วาสนา” ที่สวรรค์ประทานให้
แต่วาสนานั้นเองที่นำพอตระกูลซูไปสู่ความพินาศย่อยยับ บิดาถูกประหาร พี่ชายถูกเนรเทศ ส่วนนางต้องตายอย่างไร้ค่าในตำหนักเย็นโดยมีบุรุษผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งอย่าง “อ๋องจ้านเป่ยเฉิน” เป็นผู้ปิดประตูขังร่างอันไร้ลมหายใจนั้นด้วยมือของเขาเอง
ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่หงส์ที่เคยอ่อนหวานราบเรียบ บัดนี้ฉายแววคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ความแค้น ความชิงชัง และสติปัญญาอันล้ำลึกที่ถูกบ่มเพาะผ่านความตาย หลอมรวมกันจนกลายเป็นประกายไฟสีนิลในนัยน์ตา
“อิงหลัว” เสียงหวานใสทว่าราบเรียบเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำเอาสาวใช้สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความแปลกใจในน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“เจ้าค่ะ คุณหนู?”
“หยิบกระจกทองเหลืองมาให้ข้า”
อิงหลัวลังเลครู่หนึ่งก่อนจะทำตาม ประจักษ์แก่สายตาของซูเหม่ยหลินในเงากระจกคือใบหน้าของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปี ผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี ริมฝีปากแดงระเรื่อโดยไม่ต้องแต้มชาด ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงมีความไร้เดียงสาหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไร้ความรู้สึกนั้น กลับเยือกเย็นจนน่ากลัว
*สวรรค์เมตตาให้ข้าหวนคืน... เช่นนั้นเกมกระดานตระกูลซูในชาตินี้ ข้าจะเป็นผู้เดินหมากเองทุกตา!*
ซูเหม่ยหลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของปลายนิ้ว นางมิใช่สตรีผู้โง่งอมคนเดิมอีกต่อไปแล้ว องค์ชายรองผู้หน้าเนื้อใจเสือ สนมเอกผู้ตลบตะแลง และทุกผู้คนที่เคยเหยียบย่ำตระกูลซู พวกมันจะต้องชดใช้ด้วยเลือดทีละหยด!
ทว่า ระหว่างที่ความคิดในหัวกำลังวางแผนการหักล้างอำนาจในราชสำนักล่วงหน้า ประตูไม้แกะสลักด้านนอกเรือนกลับถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง สายลมยามวิกาลพัดพาเอาไอเย็นเยือกและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ เข้ามาปะทะวูบใหญ่
อิงหลัวหน้าถอดสี รีบทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวทันที
ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในความเงียบ เสียงรองเท้าหนังเหยียบย่างลงบนพื้นไม้ยามดึกดังสะท้อนก้องกังวาน ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์คลุมกันหนาวสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยวดยิ่ง ปีกหมวกถักทอด้วยหยกดำบดบังใบหน้าครึ่งซีก เหลือเพียงสันจมูกโด่งคมกริบและริมฝีปากหยักที่ปิดสนิทอย่างไร้ความรู้สึก
“อ๋อง... อ๋องจ้านเป่ยเฉิน?!” อิงหลัวอุทานเสียงสั่นด้วยความตกใจระคนหวาดผวา
ซูเหม่ยหลินนิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบ
เหตุใด... เหตุใดมัจจุราชแห่งแดนเหนือผู้นี้จึงมาปรากฏตัวในห้องหอของนาง ในคืนก่อนวันแต่งงานกับองค์ชายรอง!
ร่างสูงใหญ่หยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตียงนอน กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกราดดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเจ้าสาวในชุดสีชาดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเยียบเย็น แฝงไปด้วยความหมายที่ซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง
“ดูท่า... เจ้าสาวขององค์ชายรองจะยังตื่นอยู่สินะ”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แฝงความเย้ยหยันและอันตรายที่ทำเอาผู้ฟังขนหัวลุกชัน ทว่าก่อนที่ซูเหม่ยหลินจะทันได้เอ่ยคำใด อ๋องจ้านเป่ยเฉินกลับยื่นมือหนาออกมา ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมมารั้งคางนิ่งของนางให้เงยขึ้นสบตา พร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ใบเล็กที่ถูกส่งมอบมาจากองครักษ์เงาด้านหลัง ถ้วยชาอุ่นร้อนที่ส่งกลิ่นหอมแปลกประหลาดถูกยื่นมาตรงหน้า
“ดื่มมันเสีย...” ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นกระซิบชิดริมฝีปากของนาง แววตาคมกริบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับต้องการจะอ่านวิญญาณ “ในฐานะของขวัญต้อนรับ... ก่อนที่รุ่งอรุณแห่งความพินาศจะมาถึง”
เงียบแต่ฟาดเรียบขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้นะคะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับอ๋องทมิฬผู้สยบใต้ปลายพู่กัน•ตอนที่ 1
หวนคืนจากกองเพลิง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับอ๋องทมิฬผู้สยบใต้ปลายพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
