เสียงเคาะโต๊ะกระจกใสในร้านคาเฟ่ต์มินิมอลดังขึ้นเป็นจังหวะ พร้อมกับสายตาของยัยมะลิที่หรี่มองผมด้วยความหมายชวนหมั่นไส้เต็มประดา
"แหนะ... นั่งเหม่อมองท้องฟ้าหาพระแสงอะไรยะคุณชายต้นหนาว หน้าตาบึ้งตึงเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน อ่านแชตของพี่สิงห์จากตอนที่แล้วแล้วยังสติหลุดไม่เลิกใช่ไหมล่ะนั่น"
ผมสะดุ้งเฮือก รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์มือถือลงกับโต๊ะทันที หัวใจดวงน้อยๆ เต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยิน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ นึกถึงประโยคคำสั่งเผด็จการของพี่สิงห์ที่ทิ้งไว้ว่า *'อ่านซะ... แล้วห้ามกดยกเลิกเด็ดขาดนะครับคนดี'* บ้าจริง! แค่คิดถึงน้ำเสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มมุมปากของไอ้พี่ข้างห้องคนนั้น เลือดในกายผมก็สูบฉีดจนแทบจะระเบิดออกมาทางหูอยู่แล้ว
"ใครเหม่อ... ใครหน้าบึ้งไม่มี, มะลิ อย่ามามั่วซ้ำเติมคนกำลังใช้ความคิดสิครับ" ผมแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามทำเป็นจิบชาเขียวเย็นกลบเกลื่อนอาการพิรุธที่ล้นทะลักออกมาทางรูขุมขน
"อุ๊ยตายวายป่วง! ปากแข็งเบอร์นี้ ระวังจะโดนหมาคาบไปกินไม่รู้ตัวนะจ๊ะเพื่อนรัก เพราะดูท่าทางแล้ว... วันนี้เสือดาวอย่างพี่สิงห์เขาไม่ได้กะจะมาอ่อยแค่แกคนเดียวซะด้วยสิ" มะลิลากเสียงยาวพร้อมกับพยักเพยิดหน้าไปทางประตูร้านที่เพิ่งกรุ้งกริ้งด้วยกระดิ่งทองเหลือง
ผมขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณทันที
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกของพี่สิงห์ก้าวเข้ามาในร้าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนแรกจางๆ ลอยมาแตะจมูกทันทีที่เขาเดินผ่าน แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวพี่สิงห์หรอกครับ... ประเด็นมันอยู่ที่ผู้หญิงหน้าตาหมวยอินเตอร์ หุ่นนางแบบขาเรียวยาว ที่กำลังเดินคลอเคลียหัวเราะต่อกระซิกมากับเขาต่างหาก!
ยัยผู้หญิงคนนั้นส่งเสียงทักทายเจื้อยแจ้ว "พี่สิงห์ขา เลือกโต๊ะนี้ดีไหมคะ วิวสวยดีนะ"
มือเรียวสวยของเธอยังถือวิสาสะเอื้อมไปจับแขนเสื้อของพี่สิงห์อย่างสนิทสนม แถมไอ้คุณพี่ข้างห้องตัวดีของผม... แทนที่จะสะบัดออกหรือทำหน้าตายใส่เหมือนเวลาที่ชอบกวนประสาทผม เขากลับยิ้มมุมปาก ยิ้มพิมใจแบบที่ชอบใช้ตกเด็กบริหารปีสองอย่างผมไม่มีเพี้ยน!
ติ๊ง!
หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะของผมสั่นครืดพร้อมกับข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะความหงุดหงิดที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด
*[พี่สิงห์สุดหล่อ]: นั่งหน้าหงิกเป็นตูดเป็ดแบบนั้น ระวังตีนกาถามหานะครับเด็กดื้อ หึงพี่เหรอเราน่ะ*
ผมรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบกลับแทบจะไม่ทัน นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์รัวยิกด้วยความหัวร้อน
*[ต้นหนาวผู้ไม่แพ้ใคร]: ใครหึงพี่วะ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยครับ หน้าตาอย่างผมนี่ทางเลือกเพียบ จะไปสนใจวิศวะหน้ามึนแถวนี้ทำไม*
*[พี่สิงห์สุดหล่อ]: อ้าวเหรอครับ... งั้นที่มองตาเขียวปั๊ดใส่มีนเมื่อกี้ เพราะอยากกินเค้กชาไทยเหมือนเธอบ้างว่างั้นเธอะ?*
มีนเหรอ? อ๋อ... ยัยผู้หญิงคนนั้นชื่อมีนสินะ หึ!
ผมเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์แล้วส่งสายตาพิฆาตส่งตรงไปยังโต๊ะริมกระจกที่พี่สิงห์เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งเคียงคู่กับยัยมีนคนนั้น ภาพที่เห็นคือผู้หญิงคนนั้นกำลังใช้ช้อนตักเค้กสตรอว์เบอร์รีป้อนพี่สิงห์ แถมปากก็พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้พี่สิงห์หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
ให้ตายเถอะ... ภาพนั้นมันบาดตาบาดใจจนผมเผลอกำช้อนในมือแน่น ชาเขียวเย็นชืดในแก้วแทบจะจืดสนิทเมื่อเทียบกับรสชาติความหงุดหงิดเปรี้ยวปร่าที่แล่นพล่านอยู่ในอก
"โอ๊ะโอ... สายตาแบบนี้นี่มันรังสีความหึงหวงระดับสิบกิโลวัตต์เลยนะยะต้นหนาว" ยัยมะลิกระแซะเข้ามาใกล้ กระซิบกระซาบแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แหมๆ พอเขาไปกับคนอื่นหน่อยทำเป็นนั่งไม่ติดเก้าอี้ ทีตอนเขามาหยอดใส่ทำเป็นฟอร์มจัด ผลกรรมตามทันไวดีแท้นะเพื่อนฉัน"
"เงียบไปเลยนะมะลิ แกนี่มันตัวเสี้ยมตัวดีเลยนะเนี่ย" ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท แต่ในใจกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟย่อมๆ มาสุมอยู่
ตลอดเวลาที่ผ่านมา... พี่สิงห์ทำตัวเหมือนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผม เป็นไอ้พี่ข้างห้องจอมกวนที่ชอบโผล่มาเคาะห้องขอไข่ไก่บ้าง ขอยืมที่ชาร์จแบตบ้าง หรือไม่ก็หาเรื่องชวนทะเลาะจนผมต้องด่ากลับทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตร แต่พอวันนี้... พอเห็นเขาไปยิ้มแย้มแจ่มใสและให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นที่ดูเหมาะสมกันมากกว่า ผมกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอ หายใจเข้าก็ติดขัด หายใจออกก็ถอนหายใจยาว
ทำไมผมต้องหงุดหงิดด้วยวะ? เขาจะเป็นของใคร หรือจีบใคร มันก็เรื่องของเขาสิ!
ผมสะบัดหน้าหนี พยายามดึงสติกลับมาที่หน้าจอโทรศัพท์แล้วพิมพ์ข้อความปฏิเสธเสียงแข็งส่งไปหาต้นเหตุของความหงุดหงิด
*[ต้นหนาวผู้ไม่แพ้ใคร]: เชิญสวีตกันตามสบายเลยครับพี่! ขอให้มีความสุขมากๆ กับน้องมีนคนสวยของพี่เลยนะ ผมไมารบกวนเวลาอันมีค่าของคนมีคู่หรอกครับ!*
ส่งข้อความเสร็จผมก็กะว่าจะบล็อกเบอร์แล้วลุกหนีออกจากร้านแม่งเลยให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของผมเสียก่อน พร้อมกับเงาสูงใหญ่ที่ทอดทับลงมาบังแสงไฟในร้านจนมิด
"อ้าว... น้องหนาวครับ พูดจาประชดประชันแบบนี้ แปลว่าที่พี่บอกว่า 'หึง' มันคือเรื่องจริงใช่ไหมครับเนี่ย"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ผมเงยหน้าขึ้นขวับ สบตาเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มพราวระยับของคนที่ควรจะนั่งสวีตอยู่กับผู้หญิงอีกโต๊ะหนึ่ง
พี่สิงห์ยืนกอดอกมองผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยัยมีนคนนั้นเดินตามมาสมทบข้างหลังพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดมาให้ผม
"พี่สิงห์ขา แฟนพี่น่ารักจังเลยนะคะ ขี้หึงเป็นเด็กๆ เลย" ยัยมีนเอ่ยปากแซวหน้าตาเฉย
ผมเบิกตากว้าง หูอื้ออึงไปหมดชั่วขณะ สติที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตาเดียว
แฟนเหรอ? ยัยนี่พูดว่าอะไรนะ?!
ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากโวยวายแก้ตัว พี่สิงห์ก็โน้มตัวลงมาใกล้กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
"เลิกมองผู้หญิงคนอื่นได้แล้วครับคนดี... เพราะความจริงวันนี้ พี่มีแผนจะมาสารภาพรักกับเด็กดื้อแถวนี้ต่างหากล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของเจ้าต้นหนาวด้วยกันนะครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 12
เมื่อพี่สิงห์โดนหนุ่มอื่นจีบ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!