พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 18

บรรยากาศมันพาไป

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าพี่ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะฟ้องนิติแล้วนะ!" ต้นหนาวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือในห้องนั่งเล่น พื้นห้องแคบลงถนัดตาเมื่อเสียงฟ้าร้องคำรามก้องสะเทือนเลื่อนลั่น เม็ดฝนด้านนอกกระหน่ำซัดเข้ากับกระจกหน้าต่างราวกับมีใครเอาหินมาปาใส่ และที่แย่ที่สุดคือ ไฟฟ้าในคอนโดดันมาดับพรึบลงพร้อมกันอย่างไร้ความปรานี เหลือเพียงแสงวาบจากสายฟ้าสีขาวโพลนที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นใบหน้าของคนตัวโตกว่าที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ได้อย่างชัดเจน สิงห์ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกกับความมืดเลยแม้แต่น้อย เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเด็กบริหารปากเก่ง ทิ้งระยะห่างไม่ถึงคืบ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ส่งกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่และฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำข้างนอก บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "ฟ้องนิติเหรอครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เจือความขบขัน รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด "ตอนนี้นิติคงกำลังวิ่งหนีน้ำรั่วที่ชั้นล็อบบี้อยู่ ไม่มีเวลามาสนใจห้อง 404 ของเราหรอกครับ ตัวแสบ" "ใครของเราไม่ทราบ! ถอยไปเลยนะพี่สิงห์ ตัวผมเปียกฝนจะตายอยู่แล้ว ทำไมไม่กลับห้องตัวเองไปเล่า!" ต้นหนาวแหวเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก มือบางพยายามดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า... ร่างกายของเขากลับยืนแข็งทื่อเมื่อฝ่ามือไปสัมผัสกับกล้ามเนื้อแน่นขนัดภายใต้เนื้อผ้า ร้อนผ่าวจนน่าตกใจ "ห้องผมไฟดับสนิทแถมแอร์พังครับ ประตูระเบียงก็ปิดไม่สนิท น้ำฝนสาดเข้าไปจนเปียกหมดแล้ว จะให้ผมนอนแช่น้ำตายอยู่ห้องคนเดียวหรือไง" สิงห์อ้างหน้าตาย น้ำเสียงเจือความน่าสงสารแบบปลอมๆ ที่ใครฟังก็รู้ว่าตลบแตลงชัดๆ แต่ทว่าสายตาที่มองลงมานั้นกลับพกพาความจริงจังบางอย่างที่ทำให้ต้นหนาวไม่กล้าสบตาตรงๆ "ก็ไปนอนบนโซฟาโน่นสิ! มายืนเบียดผมทำไมเนี่ย หลบไปเลยนะ!" "โซฟามันแคบ แล้วผมก็... หนาว" คำว่า 'หนาว' ถูกเปล่งออกมาพร้อมกับจังหวะที่ฟ้าแลบแปลบปาล์ม แสงสีขาวสว่างวาบเผยให้เห็นแววตาพราวระยับของคนพี่ ก่อนที่ร่างสูงจะขยับเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วโดยที่ต้นหนาวไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงเอื้อม1ไปโอบรอบเอวบางของคนตรงหน้าไว้แน่น แล้วดึงเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิดกันสนิท "เฮ้ย! พี่สิงห์! ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะเว้ย!" ต้นหนาวอุทานลั่นด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างระดมทุบลงบนไหล่กว้างของอีกฝ่ายพัลวัน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้คนตัวโตกว่าได้ สิงห์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่แคบของคนในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำให้ต้นหนาวขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองที่เคยประมวลผลเรื่องบัญชีและธุรกิจได้อย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้กลับว่างเปล่าขาวโพลนราวกับถูกรีเซ็ต "อยู่นิ่งๆ Ssssh... แค่นาทีเดียวก็พอครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าประหลาด ความกวนประสาทที่เคยมีหายวับไปกับสายฝน เหลือเพียงสัมผัสอบอุ่นจากอ้อมกอดที่โอบล้อมเขาไว้ท่ามกลางความมืดและเสียงพายุข้างนอก ต้นหนาวค่อยๆ ลดมือที่ทุบตีลงอย่างช้าๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงความวุ่นวายข้างในนี้ กลิ่นหอมสะอาดผสมกับกลิ่นอายฝน ทำให้บรรยากาศรอบตัวมันชวนเคลิบเคลิ้มเสียเหลือเกิน ต้นหนาวเม้มริมฝีปากแน่น สมองพยายามบอกตัวเองให้ผลักไสผู้ชายคนนี้ออกไปให้พ้นทาง แต่ร่างกายและหัวใจเจ้ากรรมกลับทอดทิ้งการควบคุม ปล่อยให้ความอบอุ่นนี้ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนาของสิงห์ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มที่ยังคงชื้นฝนเบาๆ อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้คนในอ้อมกอดถึงกับตัวแข็งทื่อ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้ว ยิ่งทวีจังหวะความถี่จนแทบจะทะลุออกมานอกอก "พี่... แกล้งอะไรอีกเนี่ย" ต้นหนาวเค้นเสียงถามออกไปได้แค่นั้น น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "ไม่ได้แกล้งครับ..." สิงห์ผงศีรษะขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบในความมืดมองตรงมายังใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าชัดเจน แต่สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นที่เกลี่ยไล้ข้างแก้มเบาๆ นั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร "ผมแค่รู้สึกว่า... ถ้าปล่อยให้ฝนตกแล้วผ่านคืนนี้ไปเฉยๆ โดยไม่ได้ทำตามใจตัวเองสักครั้ง ผมคงนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตแน่ๆ" "พะ... พูดบ้าอะไรของพี่ เมาฝนหรือไง" "ไม่ได้เมาครับ... แต่เมากลิ่นตัวแถวนี้มากกว่า" สิงห์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่สติของต้นหนาวจะหลุดลอยไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกเตี้ยก็ดังขึ้น **"ติ๊ง!"** แสงไฟหน้าจอวาบขึ้นสว่างจ้าเผยให้เห็นข้อความไลน์จากใครบางคนที่ถูกส่งเข้ามาขัดจังหวะ *(ยัยมะลิ: แกรรร รูปที่ฉันแอบถ่ายตอนพวกแกติดลิฟท์ด้วยกันเมื่อวาน ยอดไลก์พุ่งไปห้าร้อยแล้วนะเว้ย! เตรียมตัวเลี้ยงชาบูฉันด้วยเลย!)* พร้อมกับภาพถ่ายในแชตที่สิงห์ก้มหน้ากระซิบข้างหูต้นหนาวในลิฟท์เมื่อวานนี้ โชว์หร่าอยู่เต็มจอ ต้นหนาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผละออกจากอ้อมกอดของสิงห์ทันที หน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเขินอายและโกรธปนกัน "ไอ้มะบ้า! ส่งรูปบ้าอะไรมาวะเนี่ย!" สิงห์ยืนมองเด็กปากแข็งที่กำลังหน้าดำหน้าแดงโวยวายใส่หน้าจอโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เขาก้มมองมือถือของตัวเองที่สว่างวาบขึ้นเช่นกัน ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความใหม่ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาจากหน้าต่างแชตส่วนตัวของเขาเอง เป็นข้อความที่เขายังพิมพ์ไม่เสร็จ... แต่ดันเผลอกดส่งออกไปตอนที่กำลังกอดต้นหนาวเมื่อครู่ *(สิงห์: พี่ชอบเรานะ... เป็นแฟนกันเถอะ)* ดวงตาคมกริบชะงักกึก เจ้าตัวรีบกดปุ่มยกเลิกข้อความทันที แต่ทว่า... มันขึ้นคำว่า *"คุณได้ยกเลิกข้อความแล้ว"* ค้างหร่าอยู่ทนโท่ บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่เงียบงันอยู่แล้ว กลับยิ่งเงียบสนิทลงไปอีก เสียงฝนด้านนอกราวกับเบาลงถนัดตาเมื่อเทียบกับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ต้นหนาวค่อยๆ หันขวับกลับมามองหน้าสิงห์ที่ตอนนี้ยืนนิ่งค้าง สีหน้าเรียบเฉยที่มักจะกวนประสาทหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความประหม่าที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นเป็นครั้งแรก "พี่..." ต้นหนาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ "เมื่อกี้... พี่ส่งอะไรมานะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกฟีลกู๊ดและอบอุ่นหัวใจในทุกๆ ตอนนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%